วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งคลังแก๊สปากน้ำแม่กลอง รุกป่าชายเลน เผยชาวบ้านค้านแต่ยังสร้างได้

ทช.แจ้งความดำเนินคดีคลังก๊าซก่อสร้างท่าเทียบเรือและสะพานคอนกรีตวางท่อก๊าซคร่อมปากน้ำแม่กลองรุกล้ำป่าชายเลนและหาดเลน เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศ เผยชาวบ้านคัดค้านตั้งแต่แรก แต่ก็ยังสร้างกันได้... 

กรณีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) จ.สมุทรสงคราม เจ้าหน้าที่ปกครองและตำรวจ บก.ปทส.เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ท้องที่หมู่ที่ 7 ต.แหลมใหญ่ ต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ซึ่งมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่รุกล้ำเข้าไปในทะเล ประมาณ 300 เมตรและสร้างคร่อมปากแม่น้ำแม่กลองใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดอนหอยหลอดโดยไม่ได้ขออนุญาตใช้ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)และมีการก่อสร้างคลังก๊าซขนาดใหญ่ของบริษัทเอ็นเอสแก๊ส แอลพีจี จำกัด ในพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นโฉนด (สั่งเบรก ท่าเรือยักษ์คลังก๊าซ สร้างคร่อมปากน้ำแม่กลอง ยื่นลงในทะเล)

ต่อมา วันที่ 13 มิ.ย.ตั้งแต่ช่วงเช้าที่สภ.เมืองสมุทรสงคราม นายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษฉลามขาว นายธเนศ มั่นน้อย ผอ. สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2(ชลบุรี) และนายไกรศร พรหมหาญ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 7(สมุทรสงคราม)ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทเอ็นเอสแก๊ส แอลพีจี จำกัด ข้อหาบุกรุกป่าชายเลนซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าชายเลนตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2530และวันที่ 22 ส.ค.2543 และเป็นพื้นที่ป่าตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 โดยมีการก่อสร้างสะพานคอนกรีตวางท่อก๊าซ กว้าง 4.5 เมตร ยาว 145.5 เมตร รุกล้ำป่าชายเลนและนำเรือบาร์จหรือเรือโป๊ะขนาดกว้าง 18 เมตร ยาว 80 เมตร มาจอดเกยบนพื้นที่ป่าชายเลนและหาดเลนทำให้เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศในป่าชายเลนและชายฝั่งทะเลอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

นายรัชชัย กล่าวว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯ เนื่องจากหลังการตรวจสอบและวัดขนาดพื้นที่คลังเก็บและจ่ายก๊าซแอลพีจีของบริษัทเอ็นเอสแก๊ส แอลพีจี จำกัด โดยใช้เครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียม(GPS) หาค่าพิกัดพบว่ามี 2 รายการ ได้แก่สะพานคอนกรีตวางท่อก๊าซและท่าเทียบเรือ กับเรือบาจ์จหรือเรือโป๊ะ ไม่มีเครื่องยนต์สร้างอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม.และไม่ได้อนุญาตจากกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ในการก่อสร้าง โดยในส่วนของสะพานคอนกรีต ได้แจ้งความดำเนินคดีบุกรุกป่าฯ จำนวน 145.5 เมตร ส่วนความยาวของสะพานที่เหลืออีกประมาณกว่า 150 เมตร เป็นอำนาจของกรมเจ้าท่า นอกจากนี้ สะพานคอนกรีต ยังมีการก่อสร้างผิดไปจากแบบที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม จึงมอบหมายให้สำนักงานเจ้าท่าฯ รับไปดำเนินการต่อไป

หัวหน้าชุดปฎิบัติการฯฉลามขาว กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้ตรวจพบว่าโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างมีสภาพเป็นป่าชายเลนและพบสิ่งปลูกสร้าง ปรากฎว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าชายเลนตามมติ ครม.วันที่ 22 ส.ค.2543 และวันที่ 17 ต.ค.2543 ประมาณ 1.67 ไร่ ถือว่ามีความผิดข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนด้วยและขณะนี้กำลังตรวจสอบรังวัดขอบเขตโฉนดและที่ดินท่ีบริษัทฯ อ้าง ว่าอยู่บริเวณไหน รุกล้ำป่าชายเลนและที่สาธารณะประโยชน์หรือไม่ ถ้าพบมีการบุกรุกหรือใช้ประโยชน์เกินจากโฉนดก็ต้องแจ้งความเพิ่มด้วย

ด้านนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวว่า อำนาจของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ที่สามารถทำได้ในขณะนี้ คือ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ว่ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ป่าชายเลนหรือไม่ รวมทั้งส่วนที่บริษัทฯ อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์นั้น ออกมาโดยชอบหรือไม่และได้มาโดยชอบหรือไม่และมีการก่อสร้างรุกล้ำเกินออกมาจากพื้นที่เอกสารสิทธิ์มากน้อยเพียงใด หากพบว่าไม่ถูกต้อง ก็ต้องให้กรมที่ดินเพิกถอน เมื่อถามว่า กรมทรัพยากรทางทะเลฯ สามารถใช้มาตรา 17 พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งปี 2558 สั่งให้หยุดดำเนินการชั่วคราวได้หรือไม่ นายศักดิ์ดา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารอยู่ อาจจะต้องใช้เวลาอีก 3-4 วัน ถึงจะส่งรายละเอียดข้อมูลประกอบทั้งหมด เพื่อให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ พิจารณาได้          

ขณะที่นายคันฉัตร ตันเถียร ผวจ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เรื่องนี้ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจได้ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มาของที่ดินบริเวณนี้ ว่าได้มาอย่างไร ขอเวลาสักระยะ ส่วนนายอมรศักดิ์ ฉัตรระทิน นายก อบต.แหลมใหญ่ กล่าวว่า ทางบริษัทเอ็นเอสแก๊ส แอลพีจีขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ในวันที่26 มี.ค.58 มีเอกสารขอตั้งคลังแก๊ส จากกรมธุรกิจพลังงานตนไม่อนุญาตก็ไม่ได้จะกลายเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการปลูกสร้างสิ่งรุกล้ำลำน้ำที่สร้างยื่นออกไปเป็นท่าเทียบเรือนั้น เจ้าท่า กับคณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นผู้อนุญาต คลังแก๊สมีกรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้อนุญาต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เรื่องนี้ในครั้งแรก การทำเวทีประชาคมชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เสียงคัดค้านมากกว่าสนับสนุน แต่ก็ยังสร้างกันได้.