วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อายัดทรัพย์ ‘ธรรมกาย’ อีก รวมอาคารบุญรักษา โยงคดีทุจริตสหกรณ์คลองจั่น

ปปง. สั่งอายัดทรัพย์ธรรมกายอีกระลอกทั้ง “อาคารบุญรักษา” และที่ดินใกล้เคียง รวมที่ดิน 11 ไร่ ของ “บรรณพจน์” เหตุโยงคดีทุจริตสหกรณ์คลองจั่น

เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 13 มิ.ย.60 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 11/2560 มีประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตามที่สำนักงาน ปปง. ได้รับการประสานงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษในคดีพิเศษ (ดีเสไอ) อย่างต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก เกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในการนำไปลงทุนซื้อที่ดินและหุ้นของบริษัท เอ็ม – โฮม เอสพีวี 2 จำกัด โดยผิดข้อระเบียบ ข้อบังคับ และวัตถุประสงค์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นั้น

จากการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบธุรกรรมการทางการเงินดังกล่าวพบว่า เมื่อปี 2552 นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ (ในขณะนั้น) ยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด นำไปลงทุนซื้อสิทธิในการซื้อขายที่ดินในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีและหุ้นของบริษัท เอ็ม – โฮม เอสพีวี 2 จำกัด โดยผิดข้อระเบียบ ข้อบังคับ และวัตถุประสงค์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ด้วยวิธีสั่งจ่ายเช็คจำนวน 11 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 321,400,000 (สามร้อยยี่สิบเอ็ดล้านสี่แสนบาทถ้วน)

1. อายัดที่ดินบรรณพจน์ ดามาพงศ์ในปี 2554 บริษัท เอ็ม – โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้แบ่งขายโฉนดที่ดินให้กับนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งนายบรรณพจน์ได้ทำสัญญาให้นิติบุคคลภายนอกเช่าที่ดินเมื่อปี 2559 ดังนั้น ที่ดินดังกล่าวรวมทั้งสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าที่ดิน จึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ถูกเปลี่ยนสภาพมาหลายครั้ง ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560

ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2560 ได้มีมติอายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 2 รายการ ได้แก่

1. ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 165233 เนื้อที่ดิน 11 ไร่ 1 งาน 93.1 ตารางวา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว

2. ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 161424 เนื้อที่ดิน 3 งาน 32.5 ตารางวา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อายัดอาคารบุญรักษาและที่ดินใกล้เคียง

ต่อมาบริษัท เอ็ม – โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้ทำสัญญาขายที่ดินให้กับนายอนันต์ อัศวโภคิน จากนั้น นายอนันต์ อัศวโภคิน ได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอก ในราคา 492,350,250 บาท และได้นำเงินไปชำระหนี้ให้ บริษัท เอ็ม – โฮม เอสพีวี 2 จำกัด และหนี้อื่นบางส่วน โดยได้นำเงินส่วนใหญ่ จำนวน 303,000,000 บาท ไปบริจาคให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เพื่อนำไปก่อสร้างอาคารบุญรักษา ซึ่งหมายความว่า อาคารดังกล่าวถูกปลูกสร้างโดยใช้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่เปลี่ยนสภาพมาหลายครั้ง ดังนั้น อาคารดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2560 ได้มีมติอายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 2 รายการ ได้แก่

1. สิ่งปลูกสร้างอาคารบุญรักษา อาคาร ค.ส.ล. 6 ชั้น (อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก) พื้นที่อาคาร 15,634 ตารางเมตร และพื้นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ จำนวน 1 อาคาร ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 101461 และโฉนดที่ดินเลขที่ 101462 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

2. สิ่งปลูกสร้าง อาคาร ค.ส.ล. 1 ชั้น (อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก) พื้นที่ 297 ตารางเมตร จำนวน 1 อาคาร ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 101461 และโฉนดที่ดินเลขที่ 101462 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ การอายัดอาคารบุญรักษาดังกล่าว เป็นการอายัดทรัพย์สินต่อเนื่องจากคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.57/2560 เรื่องอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว เป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์และที่ดินตามโฉนดที่ดิน กรณีนางสาวอลิสา อัศวโภคิน ซื้อที่ดินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำนวน 8 แปลง รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ปรากฏหลักฐานและเชื่อได้ว่านายศุภชัย กับพวก เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

เลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ปปง. ดำเนินการทุกอย่างด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าสำนักงาน ปปง. จะใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการดำเนินการในคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างรอบคอบรัดกุม บนพื้นฐานของความยุติธรรม ตามปรัชญาในการทำงานที่ว่า “ทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนแผ่นดินโดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยกฎหมายฟอกเงิน”

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **