บริการข่าวไทยรัฐ

คดีไม่ธรรมดา เสี่ยแพกุ้งยิง 3 ศพที่กุยบุรี 2 รอง ผบ.ตร.ต้องลงมาดูเอง

"ศรีวราห์-เฉลิมเกียรติ" ลงพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ คลี่คลายคดีเสี่ยแพกุ้งยิง 3 ศพลูกผู้ใหญ่บ้าน กับพ่อคนตาย รอไม่ไหวเกือบ 6 เดือนคดีไม่คืบ ยังจับคนยิงไม่ได้เข้าร้อง รอง ผบ.ตร. จนต้องลงมาดู จำลองเหตุการณ์วันเกิดเหตุ พร้อมให้ความเป็นธรรมเต็มที่...  


เวลา 13.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2560 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป1) และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.(มค) พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อร่วมสอบสวนปากคำผู้ต้องหา ตรวจสถานที่เกิดเหตุ และเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย กรณี นายสมชาย เย็นใจ กับพวก ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต รวม 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 4 ราย เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2560 เวลาประมาณ 21.00 น. บนถนนบ้านเขาขวาง หมู่ที่ 9 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี หลังจากที่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นายธนกฤต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เนื่องจากเห็นว่าคดีไม่คืบหน้า ยังไม่สามารถจับกุมตัว นายสมชาย เย็นใจ เสี่ยเจ้าของแพกุ้ง ที่ใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โดยนายสมชายได้หลบหนีและครอบครัวถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่คดีได้ล่วงเลยมานานกว่า 5 เดือน จับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ แล้ว 4 ราย ส่วนมือปืนยังคงหลบหนีการจับกุม

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมายัง สภ.กุยบุรี เพื่อร่วมสอบปากคำผู้ต้องหารายที่ 5 นายสุกฤษ หรือ หนู เย็นใจ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เลขที่ จ.156/60 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560 โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำ และนำตัวส่งศาลทันที ส่วนญาติจะขอประกันตัวนั้น ให้ขอประกันในชั้นศาล ขณะที่ นายธนกฤต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต 2 ใน 3 ราย ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการประกันตัวต่อ นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี เพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายสุกฤษ หรือ หนู เย็นใจ หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การว่า ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน คือวันที่ 1 มกราคม ตนเดินทางกลับจากมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ กลับบ้านพักที่ อ.กุยบุรี โดยมีนายบวร ศุภสิทธ์ หรือตี๋ อายุ 25 ปี ลูกพี่ลูกน้องขี่รถจักรยานยนต์ไปรับกลับบ้าน เมื่อขี่รถผ่านกลุ่มลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน ด้วยความที่เป็นคนรู้จัก ตนจึงบีบแตรรถทักทาย แต่กลับถูกตีเจตนาเป็นการหาเรื่อง มีการเรียกให้หยุดรถ พร้อมกับต่อว่า ซึ่งตนได้อธิบายแล้วแต่กลับไม่เข้าใจกัน กระทั่งได้มีการชกต่อยและคู่กรณีได้ใช้ที่ช็อตไฟฟ้าแบบพกพามาช็อตตนและนายตี๋ พร้อมกับชกต่อยทำร้ายร่างกาย ก่อนจะแยกย้ายกันไป ส่วนเหตุการณ์วันที่ 2 มกราคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุนั้น ตนนอนอยู่ที่บ้านเพราะได้รับบาดเจ็บ จึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่มีการยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต

ด้าน นายธนกฤต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต 2 ใน 3 ราย กล่าวว่า ผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่คดีไม่มีความคืบหน้า ทำให้ตนต้องร้องขอความเป็นธรรม และเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ซึ่งท่านได้เรียกผู้เกี่ยวข้องของคดีทั้งหมดมาประชุมด่วนเพื่อดูรายละเอียดของคดี และระบุว่า จะลงพื้นที่มาเร่งรัดคดีพร้อมกับตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย ทำให้ขณะนี้ตนและครอบครัวมีความหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม และน่าจะจับตัวผู้กระทำผิดในคดีได้ ยอมรับว่ากลัวจะจับไม่ได้ เพราะเป็นผู้มีอิทธิพลและผู้ต้องหาเคยเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.กุยบุรี ด้วย ขณะนี้ตนมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งได้มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว ทั้งบันทึกการใช้โทรศัพท์มือถือ รวมถึงหลักฐานอื่นด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร กล่าวภายหลังลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ หมู่ 9 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี โดยให้เจ้าหน้าที่ได้จำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ว่า จุดเกิดเหตุเป็นถนนเข้าหมู่บ้าน มีแสงไฟจากหน้ารถที่เห็นได้ชัดในระยะ 5 เมตร เบื้องต้นมีพยานบุคคลระบุว่า นายสุกฤษ ผู้ต้องหารายล่าสุด ถืออาวุธอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน และไม่ทิ้งประเด็นของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทั้งเรื่องที่มีการทำร้ายร่างกายก็ถือเป็นหนึ่งคดี ส่วนการฆาตกรรมก็เป็นอีกหนึ่งคดีที่ต้องแยกกัน ซึ่งตำรวจมั่นใจว่าจะคลี่คลายคดีได้ในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะมีการประชุมที่ สภ.กุยบุรี และลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ มีกลุ่มมวลชนที่เป็นเครือญาติจากทั้งสองฝ่าย รวมกว่า 100 คน มาคอยดูเหตุการณ์ตลอดเวลา พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิวัฒน์ รักษาการ ผบก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งให้ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุยบุรี อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่าง 2 ฝ่ายขึ้นได้.