บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลุกคลี ปลุกปั้น สืบสายเลือด รู้จัก 4 ยอดนักกีฬาไทยจากเด็กน้อยสู่ดาวดังระดับโลก!

ขอแสดงความยินดีกับ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟหญิงไทยคนแรก ที่ก้าวขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยคว้าแชมป์ “แมนูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก” ที่ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ได้สำเร็จ

ขณะที่ในอดีตก็เคยมีสุดยอดนักกีฬาชาวไทยที่ผงาดขึ้นไปเชิดหน้าชูตาสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศในระดับโลกมาแล้วหลายราย วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์​ รวบรวมทำเนียบยอดนักกีฬาไทย 4 คน มาให้ผู้อ่านได้รู้จักและชื่นชมพวกเขาไปพร้อมๆ กัน

1. ‘ซุปเปอร์บอล’ ภราดร ศรีชาพันธุ์

อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของไทย และมือวางอันดับ 9 ของโลก เขาเป็นตำนานนักเทนนิสเมืองไทย และยังเป็นต้นแบบของเด็กๆ นักเทนนิสเยาวชนทั้งหลายที่ต้องการแสวงหาความสำเร็จในอนาคตได้แบบเขา

ภราดรถูกฝึกเทนนิสมาตั้งแต่เด็กๆ ไปพร้อมๆ กับพี่ชายทั้งสองคน คือ ธนากร และนราธร โดยมีคุณพ่อของเขา “ชนะชัย ศรีชาพันธุ์” เป็นโค้ชส่วนตัว ก่อนที่จะสามารถพิชิตตำแหน่งแชมป์เทนนิสเยาวชนประเทศไทย ในรุ่นอายุไม่เกิน 8 ขวบ แล้วเริ่มประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนเริ่มเทิร์นโปรอาชีพปี 2540 โดยการเป็นแชมป์ชายเดี่ยว ไทยแลนด์ มาสเตอร์ เมื่อปี 2540 และแชมป์ชายคู่ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพในปีเดียวกัน

เจ้าบอลยังสามารถเอาชนะมือวางอันดับโลกที่สูงกว่าเขาได้หลายคน จนกระทั่งปี 2546 เขากลายเป็นนักเทนนิสชายชาวเอเชียที่มีอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นเป็นมือวางอันดับ 9 ของโลกด้วย

ก่อนที่จะประสบปัญหามีอาการบาดเจ็บข้อมือเรื้อรัง และในปี 2550 ทำให้หยุดแข่งไปนาน 3 ปี แม้เข้ารับการผ่าตัดและพยายามกลับมาแข่งขันแล้วก็ตาม ต่อมาเดือนเมษายน 2553 ยังได้ประสบอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซค์พลิกคว่ำระหว่างลงสนามแข่งขัน จนทำให้อันดับโลกร่วงลงไปอยู่ที่ 83 ต่อมาหล่นลงไปที่ 900 กว่า เพราะไม่มีคะแนนสะสม ก่อนที่ภราดรจะตัดสินใจแขวนแร็กเกตอย่างเป็นทางการ ระหว่างการแข่งขันเอทีพี ทัวร์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2010

ล่าสุดทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนกีฬาเทนนิสทีมชาติ โดยดูแลนักหวดเยาวชนในโครงการ โตโยต้า ร่วมสร้างนักเทนนิสไทย และทำหน้าที่ทูตกีฬาของเทนนิสในยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2014

2. ‘ซ้ายทะลวงไส้’ เขาทราย แกแล็คซี่

เขาทรายหัดชกมวยตั้งแต่อายุ 14 ปี เริ่มชกมวยไทยอาชีพครั้งแรกตั้งแต่ปี 2515 ใช้ชื่อว่า “ดาวเด่น ศรีเมืองเทพ” และถึงแม้เขาทรายจะมีปัญหาเรื่องความสูง และต้องลดน้ำหนักอยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสถิติการชกมวยไทยดีพอสมควร เนื่องจากพลังหมัดที่หนักหน่วง จากการชกมวยไทยรวม 54 ครั้ง สามารถชนะ 43 ครั้ง (น็อก 30 ครั้ง) แพ้ 8 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง

จากนั้นมีโปรโมเตอร์ชื่อดังเห็นแวว จึงชักชวนให้มาชกที่กรุงเทพฯ ในชื่อ "เขาทราย วังชมภู" ต่อมาเปลี่ยนชื่อหลังตามชื่อค่ายว่า "แกแล็คซี่" ได้สนับสนุนให้เขาทรายเปลี่ยนมาชกมวยสากลอาชีพ นับเป็นการเริ่มต้นตำนานแชมป์โลกของเขาทราย เมื่อเขาทรายเปลี่ยนมาชกมวยสากล เขาสามารถชนะน็อกด้วยหมัดซ้ายติดต่อกันถึง 5 ครั้ง และชนะคะแนนอีก 1 ครั้ง

สำหรับฉายา “ซ้ายทะลวงไส้” ที่มาจากหมัดซ้ายที่หนักหน่วงและการชกตามลำตัวที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังทำสถิติป้องกันแชมป์ได้ติดต่อกันถึง 19 ครั้งติดต่อกัน โดยทำสถิติการชกไว้ทั้งหมด 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง แพ้คะแนนเพียง 1 ครั้ง และในการป้องกันแชมป์ 19 ครั้ง เป็นการชนะน็อกถึง 16 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ชนะคะแนน

อย่างไรก็ตาม เขาทรายได้ประกาศแขวนนวมในฐานะแชมป์โลกผู้ไม่เคยแพ้ใคร ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่ง 2,628 วัน หรือ 7 ปี 2 เดือน 30 วัน

ล่าสุด ชีวิตหลังแขวนนวมของอดีตแชมป์โลกรายนี้ เขาได้ออกอัลบั้มเพลง และแสดงละคร ภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง รวมทั้งยังประกอบธุรกิจส่วนตัวอีกด้วย

3. ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ รัชพล ภู่โอบอ้อม

ต๋อง ศิษย์ฉ่อย หรือ “ไทยทอร์นาโด” เป็นลูกชายของโกวิน ภู่โอบอ้อม นักสนุกเกอร์อาชีพ ฉายา “ฉ่อย ซู่ซ่าส์” ด้วยความที่เขาคลุกคลีอยู่กับวงการสนุกเกอร์มาตั้งแต่ยังเด็ก พออายุ 9 ขวบ ก็เริ่มหัดเล่นอย่างเป็นงานเป็นการ โดยมีพ่อเป็นผู้สอนให้ ด้วยเหตุนี้เองต่อมาเขาจึงได้ชื่อว่า “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” เพราะเป็นลูกศิษย์ของนายฉ่อยผู้พ่อนั่นเอง

นอกจากพ่อแล้วเขายังได้เซียนกิ๊ด หรือวิเชียร แสงทอง อดีตแชมป์ประเทศไทย มาสอนให้อีก และเขายังได้เหรียญมามากมายในระดับซีเกมส์ และยังเป็นถึงแชมป์เอเชีย 2 สมัย ในปี 2529 และปี 2531 อีกด้วย จากนั้นก็ได้รับการสนับสนุนให้ไปเรียนการเล่นสนุกเกอร์ที่ประเทศอังกฤษอยู่ 1 ปี และไปเรียนกับ โจ ทอมป์สัน อดีตแชมป์โลก ที่เมืองแบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะกลับมาแข่งในรายการสนุกเกอร์คามุสมาสเตอร์ที่เชียงใหม่ และเขาสามารถเอาชนะมือวางอันดับโลกอย่าง เทวดาคิวทอง สตีฟ เดวิด, เทอร์รี่ กริฟฟิธ, เดนนิส เทย์เลอร์ จนกระทั่งได้เป็นแชมป์โลกสมัครเล่น

ต๋องยังเป็นนักสนุกเกอร์อาชีพที่เคยมีอันดับสูงสุดถึงอันดับ 3 ของโลก และยืนหยัดอยู่ในอันดับ 16 คนแรก มาถึง 7 ปีเต็ม เขายังเป็นนักสนุกเกอร์คนที่ 8 ของโลกที่สามารถทำเงินรางวัลได้มากกว่า 1 ล้านปอนด์ ปัจจุบันทำรายได้ทั้งหมดจากการแข่งขันอาชีพ 1.75 ล้านปอนด์อีกด้วย

และถึงแม้ว่าในวันนี้ต๋องจะอายุปาเข้าไป 47 ปีแล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่หมดไฟ ยังคงเดินอยู่ในเส้นทางนักสอยคิวไทยอยู่จนถึงปัจจุบัน

4. ‘น้องเมย์’ รัชนก อินทนนท์

นักกีฬาแบดมินตันสาวชาวไทยที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ผงาดขึ้นมือ 1 ของโลกหลังจากคว้าแชมป์ สิงคโปร์ โอเพ่น เมื่อปี 2559 คว้าแชมป์ 3 รายการติดในรอบ 3 สัปดาห์ และแชมป์ที่ 4 ของปี 2016 ด้วย นอกจากนี้ น้องเมย์ ยังสร้างสถิติเป็นแชมป์แบดมินตันที่อายุน้อยที่สุดในโลกอีกด้วย

น้องเมย์ เริ่มเล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ เนื่องจากตามพ่อแม่มาทำงานที่โรงงานทำขนมบ้านทองหยอด และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ก่อนที่แม่บุญธรรม ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานได้นำตัวเธอมาหัดเล่นแบดมินตัน 1 ปี ต่อมาน้องเมย์ได้ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกในรายการอุดรธานี โอเพ่น ก่อนคว้ารางวัลชนะเลิศเป็นครั้งแรก

ปี 2550 น้องเมย์ลงแข่งขันในรายการแบดมินตันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยด้วยวัยเพียง 12 ปี และได้รับเหรียญทองแดง ต่อมาปี 2553 ได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับทั่วไปในรายการที่ใหญ่ขึ้น

สำหรับผลงานของน้องเมย์ ได้เป็นแชมป์เยาวชนโลก 2 สมัยติดต่อกัน และชนะเลิศอินโดนีเซีย กรังด์ปรีซ์โกลด์ 2010, เหรียญเงิน ทีมหญิง กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ประเทศจีน, เหรียญทอง การแข่งขันแบดมินตันประเภททีม จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554, แชมป์แบดมินตัน โยเน็กซ์ ซันไรซ์ อินเดีย โอเพ่น เมื่อเดือนธันวาคม, เข้าแข่งขันกีฬาแบดมินตัน ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปี 2555 และคว้าแชมป์ เอสซีจี ออลไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2012, ชนะ แน็ต ณิชชาอร จินดาพล 2-0 เกม พร้อมอุทิศถ้วยและเงินรางวัลให้ ด.ต.ปราโมทย์ ธีระวิวัฒน์

ชนะ จูเลี่ยน เชงค์ คว้าแชมป์ซุปเปอร์ซีรีส์ จากการแข่งขัน โยเน็กซ์ ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น 2013 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 และสร้างสถิติโลกใหม่ โดยการเป็นนักแบดมินตันที่อายุน้อยที่สุดที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ในวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

ก่อนเดินหน้าคว้าแชมป์แบดมินตันกรังด์ปรีซ์โกลด์ เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น 2013 เมื่อ 9 มิถุนายน 2556, แชมป์ บีดับเบิลยู เอฟ เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ 2013 หรือ แชมป์โลกแบดมินตันหญิง 2013 ประเทศจีน 11 สิงหาคม 2556 เป็นแชมป์โลกแบดมินตันที่มีอายุน้อยที่สุดของโลกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันน้องเมย์อยู่สังกัดสโมสรโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด และเล่นให้สโมสรชิงเต่าในลีกระดับโลกที่ประเทศจีน โดยล่าสุดน้องเมย์ยังรั้งมือวางอันดับ 8 ของโลกไว้อยู่.