บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"จักรกริช เจริญเมธาชัย"ผู้บริหารมาแรงในวงการลงทุน ยึดคติ รู้จักพอ เพราะเงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต

หนึ่งในผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ในวงการเงินและการลงทุนที่กำลังมาแรง “จักรกริช เจริญเมธาชัย” ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักด้วยฝีมือและพรแสวงจากการเรียนรู้งาน เรียนรู้คน โดยยึดความซื่อสัตย์และจริงใจเป็นหัวใจหลัก เพราะมองว่าสองสิ่งนั้นคือความสำเร็จที่ยั่งยืน

จักรกริช หรือ ปู๊น ซีอีโอหนุ่มวัย 37 ปี ในตำแหน่ง Co-Chief Executive Officer Privete Wealth Management Business ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย (ประเทศไทย) หรือ KTBST เล่าเส้นทางชีวิตของเขา ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ว่า ตนเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ด้วยพ่อและแม่ (คมสรรณ์-สุมาลี เจริญเมธาชัย) ต้องไปดูกิจการโรงงานเสื้อผ้าของครอบครัวที่โคราช ทำให้เขาต้องย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่โคราช จนเรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยเป็นคนชอบอ่าน ชอบศึกษา สนใจการลงทุนในตลาดหลัก ทรัพย์ จึงลองเล่นหุ้นตั้งแต่เรียนปี 1 โดยใช้ช่วงวันว่างขี่มอเตอร์ไซค์ไปเล่นหุ้นในเมืองขอนแก่นเกือบทุกวัน จากนั้นก็เขยิบไปเล่นที่ บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่โคราช โดยจะเข้าโคราชตั้งแต่วันพฤหัสบดี แล้วมาเรียนที่ขอนแก่น ในวันจันทร์ ช่วงแรกของการลงทุน ฟังคนโน้นคนนี้ จึงกลายเป็นแมงเม่า จึงขาดทุนไปตามระเบียบ พอเรียนจบเลยอยากทำงานในวงการนี้ ไปสมัครตามที่ต่างๆ ไม่มีใครตอบรับ สุดท้ายจึงมาทำงานที่ บมจ.กิมเอ็ง ที่โคราช เริ่มจากเป็นนักการตลาด ทำอยู่ 8 เดือน ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในปี 2546 โดยเป็นนักวิเคราะห์ นักกลยุทธ์การลงทุน และเป็นผู้บริหารกว่า 10 บริษัท สุดท้ายได้จับมือกับ ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ร่วมกันเทก บลจ.KTBST ซึ่งเป็นของเกาหลี ที่ประสบผลขาดทุนมากว่า 10 ปี มาทำเองเมื่อกลางปี 2559 ซึ่งสามารถทำกำไร ได้ตั้งแต่เดือนแรก จนถึงปัจจุบัน

“ประสบการณ์การทำงานกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ได้เจอคนหลากหลาย งานและคน สอนให้เป็นคนอดทน เข้มแข็ง ผมทำงานตั้งแต่ 06.30 น. ถึง 5 ทุ่ม อยู่แบบนี้ 3-4 ปี คนเราไม่ได้เก่งมาตั้งแต่ต้น แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะเก่งได้ จากที่เคยใจร้อน ชนดะ มาเป็นคนใจเย็นขึ้น แต่ยังคงมีสไตล์การทำงาน ที่คิดปุ๊บ ทำปั๊บ เหมือนเดิม การทำงานหลักสำคัญของผมคือ เราต้องมีสัจจะ, ซื่อสัตย์ และมีสติปัญญา ในการแก้ปัญหา อย่างเรื่องสัจจะ จริงใจกับลูกค้า ผมจะสอนน้องๆในทีมตลอดว่า ต้องจริงใจกับลูกค้า จะแนะนำให้เขาลงทุนอะไร ให้นึกก่อนเลยว่า ถ้าเป็นเรา จะแนะนำให้พ่อแม่มาลงทุนไหม ถ้าเรายังไม่ซื้อ แล้วจะเอามาขายทำไม การเอาเงินครั้งเดียวทำได้ แต่เราต้องตอบคำถามลูกค้าไปตลอด เขวี้ยงไม่พ้นคอ สุดท้ายเราจะอยู่ได้ไม่นาน สู้เราเติบโตกันไปอย่างยั่งยืนดีกว่า และอะไรที่เรารับปาก สัญญากับใครแล้ว เราต้องทำ”

ในความสำเร็จวันนี้ ผู้บริหารหนุ่ม บอกว่า ภูมิใจในระดับหนึ่ง เพราะเร็วกว่าที่คาดคิดเอาไว้ แต่นอกเหนือจากความภูมิใจแล้ว สิ่งที่อยากทำและได้ทำคือ การสร้างสังคมในองค์กรให้มีความสุข เอื้ออาทรต่อกัน ส่วนการใช้ชีวิตของตนยึดคติว่า “ความรู้จักพอ” เพราะได้เห็นมาแล้วว่า เงินไม่ใช่คำตอบทุกอย่างในชีวิต คนมีเงินมากมายแล้วยังทุกข์ก็มีเยอะแยะ เลยคิดว่า เราทำงานทุกวันให้ดีที่สุด สร้างสังคมการทำงานที่ดี มีผลประกอบการที่ดี แต่ถ้าจะเริ่มอะไรใหม่ๆ ใหญ่ๆ ได้รับผลตอบแทนมากกว่า 3-4 เท่า แต่ต้องสูญเสียความสุขในชีวิตไป แบบนี้ก็ไม่เอา!...นี่แหละ ซีอีโอ รุ่นใหม่แฮปปี้ ไลฟ์ ทั้งงานและการใช้ชีวิต.