บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่ยุคใหม่เชื่อ EQ สำคัญพอๆกับ IQ

เด็กไทยปัจจุบันมีแนวโน้มพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เข้าสังคม เพราะการเข้าสู่โลกดิจิตอล ทำให้วิถีชีวิตของสังคมเปลี่ยนแปลงไป เด็กๆตกอยู่ท่ามกลางความรวดเร็วเร่งรัด จากผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 90 ของแม่ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองว่า ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) มีความสำคัญพอๆกับความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ว่า ทักษะสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคตของเด็กยุคใหม่ อันดับ 1 คือ ความสามารถในการปรับตัว 58% อันดับ 2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 47% และอันดับ 3 พึ่งพาตนเองได้ 46%

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ซึ่งรั้งตำแหน่งรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า ผลจากการสำรวจต่างๆเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่า ความฉลาดทางความคิดควบคู่กับความฉลาดด้านอารมณ์ เป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต พ่อแม่มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกก้าวสู่ความสำเร็จได้ตั้งแต่ช่วงวัยทารก เริ่มจากด้านโภชนาการ ซึ่ง “นมแม่” นับเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาการเจริญเติบโต

ทั้งทางร่างกายและสมองของลูก เพราะมีสารอาหารสำคัญ ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA), เออาร์เอ (ARA) และเอ็มเอฟจีเอ็ม (MFGM) เยื่อหุ้มอนุภาคไขมัน ซึ่งอุดมด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด งานวิจัยชี้ว่า เด็กที่ดื่มนมเสริมเอ็มเอฟจีเอ็ม (MFGM) และดีเอชเอ (DHA) จะมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญาและสมองใกล้เคียงกับเด็กที่ดื่มนมแม่ และดีกว่าเด็กที่ดื่มนมที่มี DHA เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ เช่น มีสมาธิจดจ่อมากขึ้น และมีอารมณ์ดี ไม่ก้าวร้าว

นอกจากนี้ คุณแม่ พีช-สิตมน ผลดี ยังสนับสนุนผลการวิจัย จากการที่เลี้ยงลูกชาย “น้องเต๊นท์ - ด.ช.เจษฎ์บดินทร์” ด้วยตนเอง โดยบอกว่า ช่วง 3 ปีแรก พีชเลี้ยงลูกเอง เพราะเชื่อว่า การได้สัมผัสจะให้ทั้งความรักความอบอุ่นแก่เขา สำหรับน้องเต๊นท์เขาต้องเรียนรู้ที่จะรับ มือกับปัญหาต่างๆ ต้องรู้จัก คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อาวุธที่สำคัญที่สุดคือสมอง หน้าที่ของเราคือ การเตรียมสมองของเขาให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย ให้ลูกเป็นเด็กที่ทั้งคิดเก่งและคิดดี ขณะเดียวกันก็พยายามปลูกฝังเรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่นในสังคม เป็นที่รักของคนรอบข้าง รวมทั้งเรื่องอาหารการกิน จะเน้นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองและพัฒนาการ หลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสารอาหาร MFGM ที่พบในนมแม่ และมีงานวิจัยรองรับด้วยว่า ช่วยการพัฒนาสมองทั้งด้านสติปัญญา ความฉลาด และด้านอารมณ์ ให้เด็กมีสมาธิจดจ่อ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่.