บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นับหนึ่งใหม่ปฏิรูป กกต.

โดย สายล่อฟ้า

ยิ่งดิ้นมาก ก็ยิ่งเปลืองตัวเอง

พลันที่มติของ สนช. ด้วยเสียงข้างมากให้เซ็ตซีโร่ 5 กกต. ยกชุดดูเหมือนว่าจะมีมติจาก กกต. (เจ้าเก่า) เพียงคนเดียวเท่านั้นกระมังที่มีปฏิกิริยาดิบๆตอบโต้

“คือตราบาปสำคัญกับการเมืองไทย ที่ไม่ต่างอะไรกับการลงมตินิรโทษกรรมสุดซอย ที่อาศัยอำนาจและเสียงข้างมากที่ฝ่ายตนมีกระทำการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน”

“สมชัย ศรีสุทธิยากร” 1 ใน 5 กกต. ที่แสดงความเห็นอย่างฟูมฟาย

แต่อีก 4 คน ไม่มีใครออกมาแสดงความคิดในเรื่องนี้มีเพียงแค่นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ที่แสดงความเห็นเหมาะสมกับความเป็นผู้นำองค์กรอิสระ ซึ่งมีเกียรติและได้รับการยอมรับ

“ไม่ได้รู้สึกตกใจหรือเสียใจ เพราะทำใจไว้แล้ว เขาไม่ให้ทำหน้าที่เราก็ต้องไป เขามีเหตุผลในการไม่เอาเรา เขาอยากได้คนใหม่ทั้งหมดแล้วจะทำอย่างไรได้ เขาให้ทำงานก็ทำไม่ให้ทำก็กลับบ้าน”

เหนือทั้งใจ เหนือทั้งวุฒิภาวะ

แม้ว่ายังมีขั้นตอนในการต่อสู้เพื่อให้เรื่องนี้จบลงด้วยขั้นตอนก็คือ กกต. ก็ต้องไปพิจารณาว่าเมื่อกฎหมาย กกต.ออกมาอย่างนี้พอใจหรือไม่ ถูกต้องขัดกับหลักกฎหมายใหญ่หรือไม่

ความเห็นเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป หากไม่ติดใจก็น่าจะจบลงตรงนี้ แต่ถ้ายังติดใจก็ส่งเรื่องให้ สนช.นำไปพิจารณา เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย คือ สนช. กกต. และ กรธ.

แต่ถ้ามาถึงอย่างนี้แล้วหยุดเสียก่อนน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า

นายสมชัยก็กลับไปทำหน้าที่ในพีเน็ตเป็นเอ็นจีโอ เพื่อตรวจสอบการทำงานของ กกต. และทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมตามอุดมการณ์

เพราะได้ข่าวว่ามีการประสานกับแนวร่วมมาตลอด และหวังจะให้ช่วยผลักดัน แต่เมื่อไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นก็ควรทำหน้าที่ที่ถนัดน่าจะดีกว่า

มีคำถามหนึ่งว่า ใน กกต.เองนั้น นอกจากความเคลื่อนไหวเฉพาะตัวของนายสมชัยมาตลอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นด้านลบมากกว่าบวก

แทนที่จะได้เสริมส่งให้ กกต. มีความโดดเด่น ได้รับการยอมรับ ได้รับความเกรงกลัวเกรงอกเกรงใจจากสังคม

ตรงกันข้ามมีแต่เสียงด่ากันให้ขรมในพฤติกรรมเว่อร์ๆ

หากไม่เซ็ตซีโร่อะไรจะเกิดขึ้นในนั้นบ้าง อย่างน้อยก็เรื่องหนึ่งคือการแย่งชิงตำแหน่งประธาน กกต. ที่เคยเดินเครื่องขย่มกันมาแล้ว เพียงแต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยจึงต้องยุติไป

นั่นเป็นเครื่องฟ้องว่าใน 5 กกต. ด้วยกันยังมีปัญหาในเชิงบริหาร การไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน เพราะบางคนนั้นยังมีความทะเยอทะยานสูง

ความจริงยังมีอีกหลายเรื่อง แต่ไม่อยากจะกล่าวถึง

อีกทั้งคิดว่ามาถึงขั้นนี้แล้วหากจะอ่านสถานการณ์และความเป็นไปเชื่อว่าคงจะจบไปแล้วกลายเป็นอดีตที่ผ่านไปเท่านั้น

จากนี้ไปอีกไม่นานก็จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาใครเป็นใครกันบ้างก็ว่ากันตามกติกาที่กำหนดเอาไว้แล้ว

คณะกรรมการสรรหาสามารถเสนอชื่อบุคคลภายนอกที่ไม่ได้ยื่นใบสมัคร กกต. เข้าพิจารณาได้ และยังกำหนดให้กรรมการสรรหาต้องบันทึกเหตุผลที่ตนเองลงมติเลือกบุคคลเข้ามาเป็น กกต.ด้วย

เพียงแต่บุคคลที่เสนอชื่อจะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น

คุณสมบัติจะต้องมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมและไม่มีพฤติการณ์ฝักใฝ่ หรืออยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง

กฎหมายกำหนดเอาไว้สูงพอสมควร แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงกรรมการสรรหาที่จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยการระบุเหตุผลด้วยว่าทำไมเลือกคนนั้นไม่เลือกคนนี้

ใครจะเข้ามาแทรกแซงครอบงำไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่.

“สายล่อฟ้า”