บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 103 แห่ง

เมื่อวานนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ออกโฆษณาใหม่ ด้วยเนื้อหา “การเดินทางของ “เถ้าลอย” จากโรงไฟฟ้า (ถ่านหิน) สู่โครงการก่อสร้างระดับชาติ” โดยระบุถึงคุณสมบัติพิเศษของเถ้าลอยว่า ทำให้คอนกรีตมีคุณสมบัติดีขึ้นโดยเถ้าลอยจะไปลดช่องว่างที่เป็นโพรงอากาศ เพิ่มความแข็งแรงให้กับคอนกรีต การผสมคอนกรีตกับเถ้าลอย จะมีความทนทานต่อกรดและซัลเฟตเพิ่มขึ้น สามารถยืดอายุคอนกรีตที่อยู่ในบริเวณน้ำทะเลได้นานขึ้น มีการนำเถ้าลอยไปใช้ในโครงการก่อสร้างระดับชาติ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นต้น

กฟผ. ยังโฆษณาด้วยว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ใช้ถ่านหินลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะผลิตไฟฟ้า วันละ 40,000 ตัน ซึ่งก่อให้เกิดขี้เถ้าจำนวนหนึ่ง ในจำนวนนี้สามารถแบ่งได้เป็น เถ้าหนัก (Bottom Ash) และ เถ้าลอย (Fly Ash)

เถ้าลอย หรือ Fly Ash ชื่อก็บอกคุณสมบัติชัดเจนว่า เป็นเถ้าที่ลอยได้ การที่ กฟผ.เก็บเถ้าลอยได้เป็นจำนวนมหาศาลทุกวัน จนมากพอที่จะนำไปขายให้โครงการก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ได้ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ เขื่อนขุนด่านปราการชล ทางด่วน ฯลฯ ก็หมายความ ว่า การเผาถ่านหินลิกไนต์ผลิตไฟฟ้าที่แม่เมาะวันละ 40,000 ตัน ได้ก่อให้เกิด “เถ้าหนัก” และ “เถ้าลอย” ปริมาณมหาศาลทุกวัน ถ้าหายใจเอาเถ้าลอยเข้าไปในปอด ปอดจะมีสภาพเป็นอย่างไร ไม่แข็งเหมือนคอนกรีตผสมเถ้าลอยหรือ

เคยมีงานวิจัยเกี่ยวกับ มะเร็งปอด ที่เกิดจาก ฝุ่นผงถ่านหิน เรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “ปอดสีดำ” หรือ Black Lung เมื่อหายใจฝุ่นผงถ่านหินเข้าไปแล้ว จะทำให้ปอดมีสีดำ หายใจลำบาก และนำไปสู่การเป็นมะเร็งในที่สุด

ไม่ว่า กฟผ.จะโฆษณาด้วยเจตนาใด ผมก็ขอบคุณ กฟผ. ที่ใจดี บอกความจริงกับประชาชน ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ มีการผลิต “เถ้าหนัก” และ “เถ้าลอย” ปริมาณมหาศาลทุกวัน ส่วนที่เอาไปใช้ก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ ก็เป็นส่วนที่ กฟผ.สามารถดักจับเอาไว้ได้ ส่วนที่ดักจับไว้ไม่ได้ แล้วล่องลอยไปในอากาศ มีจำนวนเท่าใดผมไม่ทราบ กฟผ.ไม่ได้โฆษณาบอกไว้ แต่ถ้าเกิด “รั่วไหล” ออกไปเมื่อไหร่ ประชาชนคงได้ป่วยเป็น “โรคปอดดำ” กันแน่นอน

ในขณะที่ กฟผ. พยายามผลักดันให้สร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แต่ชาวโลกกำลังทยอยปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อต้นปีนี้รัฐบาลจีนประกาศยกเลิกการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินรวดเดียว 103 โรง รวมกำลังการผลิตในอนาคต 120 กิกะวัตต์ ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผนและกำลังก่อสร้าง เพื่อเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดจาก แสงแดด ลม นิวเคลียร์

ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง รัฐบาลจีน เพิ่งเผยแพร่ โรงไฟฟ้าแสงแดดลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ ใช้พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ถึง 10 ตารางไมล์ ลอยอยู่บนทะเลสาบที่เคยเป็นเหมืองถ่านหินเก่าที่ไม่สามารถใช้งานได้ ตั้งอยู่ที่เมืองหวยหนาน มณฑลอานฮุย ในอนาคตจะเพิ่มกำลังผลิตอีก 20 เมกะวัตต์ ในพื้นที่เดียวกัน

โครงการนี้ท่านผู้อ่านคงได้เห็นจากไลน์แล้ว เห็นส่งกันทั่วไป

วันนี้ รัฐบาลจีน กำลังหันหลังให้กับ โรงไฟฟ้าถ่านหิน และหันไปหา พลังงานสะอาด มากขึ้นแบบก้าวกระโดด จากตัวเลขของรัฐบาลจนระบุว่า ปี 2014 จีนผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดได้ 28,199 เมกะวัตต์ ปี 2015 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 43,180 เมกะวัตต์ และ ปี 2016 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 77,420 เมกะวัตต์

ตัวเลขนี้สะท้อนถึง ความจริงใจของรัฐบาลจีน และ การไฟฟ้าจีน ที่จะแก้ปัญหาโลกร้อนและฝุ่นผง ไม่ปากว่าตาขยิบ เปลี่ยนแผนพีดีพีไฟฟ้าไปเรื่อยๆ แล้วแต่แรงจูงใจ

รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้า 3 ปีข้างหน้า ปี 2020 จะผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดเพิ่มเป็น 150 กิกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากแผนเดิม 50 กิกะวัตต์ และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานลม 200 กิกะวัตต์ พลังงานน้ำ 350 กิกะวัตต์ พลังงานนิวเคลียร์ 58 กิกะวัตต์ ไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ในแผนเลย ก็ไม่รู้เราจะ ปฏิรูปประเทศไทยให้ถอยหลังไปถึงไหนกัน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”