บริการข่าวไทยรัฐ

เรือเสือ

สองปีที่เป็นทหาร (เรือ) เกณฑ์ (2509-2511) ผมเคยเป็นฝีพาย เรือดั้ง...ลำแรกๆแถวหน้า...ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พระราชพิธีทอดกฐินวัดอรุณฯ ครับ

ตอนนั้นไม่รู้ว่าเรือดั้งทำหน้าที่อะไร ต่อมาอ่านหนังสือจึงพอรู้ว่า เป็นเรือตำรวจหลวง...อยู่ในกลุ่มของเรือคู่...เสือทะยานชล เสือคำรณสินธุ์ และคู่ กิเลน ประลองเชิง กิเลน ระเริงชล

เรือกิเลนยังมีในขบวนเรือฯ สมัยรัชกาลที่ 5 เสียดาย สมัยต่อมาเลิกราไปเสีย

ประสบการณ์นี้ ทำให้ผมสนใจ “เรือเสือ” เรือลำหนึ่งในขบวนพยุหยาตราฯ สมัยโบราณ (เกิดในเรือ ส.พลายน้อย พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2560 สถาพรบุ๊คส์)

บทนิพนธ์ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บทหนึ่ง มีว่า

เรือเสือต่ำเตี้ยหน้า ซอนซบ เก็บซากลอยอรรณพ กลิ่นกล้า พนักงานนครบาลพบ พานล่อง ลอยนา แมวหนูสุนัขคว้า ใส่สึ้งเรือเอง

หน้าที่เรือเสือ เมื่อเห็นซากสัตว์ลอยน้ำหน้าขบวน ก็ต้องรีบเก็บใส่ถังสังกะสี แต่บางครั้ง ซากสัตว์เล็กมองไม่เห็น “พนักงานนครบาล” ก็ต้องมีเรือนอกขบวน ตระเวนตรวจล่วงหน้า

อ่านโคลงเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ผมได้ความรู้ว่า หน้าที่เก็บซากสัตว์ หรือสิ่งปฏิกูลในน้ำ เป็นของพนักงานนครบาล มาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์

ในสมัยรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเริ่มเข้ามา...ปัญหาเรื่องซากสัตว์ลอยแม่น้ำ ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2399 มีพระบรมราชโองการมานพรกบันฑูตสุรสิงหนาท ประกาศแก่ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย แลราษฎรทั้งปวงให้รู้ทั่วกันว่า

บัดนี้ได้ทราบข่าว คนนอกประเทศ แลคนนอกกรุง เป็นลาวแลเขมร แลชาวหัวเมืองดอน ใช้น้ำบ่ออื่นๆ หลายพวก ย่อมติเตียนว่า คนกรุงเทพฯนี้ทำโสมมนัก ลงในแม่น้ำลำคลอง

ด้วยทิ้งซากศพสัตว์ตาย ให้ลอยไปๆมาๆ น่าเกลียดน่าชัง แล้วก็ใช้กินแลอาบน้ำอยู่เป็นนิจ

เป็นน่ารังเกียจ เสียเกียรติยศแก่พระมหานคร

แต่นี้ไปห้ามมิให้ใครผู้ใด ทิ้งสุนัขตาย แมวตาย และซากศพสัตว์ต่างๆ ลงในแม่น้ำแลคลองใหญ่น้อยทั้งปวง เป็นอันขาด

แต่นี้ไป ถ้าผู้ใดยังขืนทำมักง่ายอยู่อย่างเก่า ก็จะให้นายอำเภอสืบ ชาวบ้านใกล้เคียงเป็นพยานชำระ เอาตัวผู้ไม่เอื้อเฟื้อมักง่าย ทำให้โสโครกนั้น

มาตระเวนประกาศห้ามผู้อื่นต่อไป

ข้อสังเกต แม้ทรงประกาศห้ามขันแข็ง แต่ไม่ทรงลงโทษรุนแรง แค่เอาตัวมาตระเวน...เป็นการเตือนผู้อื่นไม่ให้เอาเยี่ยงอย่าง

ส.พลายน้อยเล่าว่า มีขุนนางเก่า บ้านอยู่ริมคลองบางลำพู สั่งบ่าวไพร่ให้เก็บซากสัตว์ที่ลอยผ่านหน้าบ้าน เอาไปฝังไว้ใต้โคนต้นมะม่วง...ท่านว่าเป็นปุ๋ยดีนัก

ท่านกำชับไม่ให้ใครทิ้งซากสัตว์ลงแม่น้ำลำคลองเด็ดขาด เรื่องของขุนนางท่านนี้ ส.พลายน้อย ทัน น่าเสียดาย...ที่อาจารย์ ลืมชื่อ

ช่วงนี้ฝนตกน้ำท่วมกรุงเทพฯ มีข่าวขยะอุดท่อระบายน้ำ อุโมงค์ที่เสียเงินมากมายทำไว้ ระบายน้ำไม่สะดวก

ผมเห็นท่านผู้ว่าฯอัศวิน ขวัญเมือง เหน็ดเหนื่อยหน้าหมองกับการสู้น้ำ “รอการระบาย” จึงตั้งใจเอาประกาศสมัยรัชกาลที่ 4 มาเตือนสติ...กฎหมายทั้งเก่าใหม่ ยังมี ทำไมไม่เอามาใช้

จับคนทิ้งขยะอุดท่อ...มาตระเวนบกสามวัน ตระเวนน้ำสามวัน ผมว่า คนนิสัยมักง่าย จะได้น้อยลง.

กิเลน ประลองเชิง