บริการข่าวไทยรัฐ

อิรักวันนี้

ช่วงนี้ อาจารย์นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ยังอยู่ที่อิรัก และบันทึกสิ่งที่เห็นในลงในไลน์แอท @ntp5 ผมขอนำบางตอนมาถ่ายทอดกันในเปิดฟ้าส่องโลกต่อนะครับ

“ในอดีต อิรักเป็นประเทศที่ร่ำรวยจากน้ำมัน แต่ยากจนเพราะนโยบายบริหารที่ผิดพลาดของซัดดัม ฮุสเซ็น ที่นำประเทศเข้าสู่สงคราม ครั้งแรกก็อาสาสหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่าน สงครามอิรัก-อิหร่าน รบกันอยู่นานถึง 8 ปี ระหว่าง พ.ศ.2523-2531

สิงหาคม 2533 อิรักบุกคูเวตและโดนสหประชาชาติมีมติให้ถล่มอิรัก สหรัฐฯนำนานาประเทศสั่งสอนอิรักเสร็จเมื่อกุมภาพันธ์ 2534 อิรักสะบักสะบอมมาก ตอนนั้น ตามบ้านเรือนผู้คนจากที่เคยเต็มไปด้วยคนรับใช้ ก็ไม่มีให้เห็นแล้วครับ คนงานต่างประเทศที่ถูกจ้างให้เข้าไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเดินทางกลับประเทศ

ตั้งแต่เจอน้ำมัน อิรักจ้างต่างชาติไปทำงานในประเทศ ผ่านไปสามสิบสี่สิบปี คนอิรักก็ทำงานไม่เป็นแล้ว ต่อมามีสงคราม คนที่มีศักยภาพต่างหนีออกไปนอกประเทศ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ของแท้หนีไปอยู่ในสหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี ฯลฯ ไปถือสัญชาติและช่วยตะวันตกพัฒนาประเทศ ไปได้ไม่กี่ปีก็ลืมอิรักและกลมกลืนไปกับสังคมใหม่ คนที่อยู่ในประเทศก็เหลือแต่คนที่ศักยภาพน้อย

สงครามอ่าวเปอร์เซียทำให้อิรักง่อยเปลี้ยเสียขา ผมมาอิรักครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2544 ตอนนั้น อิรักเซมากแล้ว แต่การปกครองในระบอบซัดดัมยังทำให้ถนนหนทางและบ้านเรือนในสมัยนั้นพอดูได้ ยังสะอาดสะอ้าน

อิรักเจอสหรัฐฯและพันธมิตรบุกเพื่อล้มระบอบซัดดัมเมื่อ 20 มีนาคม 2546 อิรักเข้าสู่ยุคสงครามที่สหรัฐฯ เรียกว่า “สงครามอิรัก” ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย สงครามครั้งนี้จบเมื่อ 15 ธันวาคม 2554 เวลา 8 ปี กับ 270 วัน ในสงครามอิรักทำให้อิรักกลายเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลก ถนนหนทางเริ่มใช้ไม่ได้ ตลาดเริ่มไม่เป็นตลาด บ้านเรือนกลายสภาพผุพังไม่ได้รับการซ่อมแซม ผู้คนขาดองค์ความรู้ในการซ่อมแซมก่อสร้าง ที่สุดของที่สุดคือ วัฒนธรรมการบำรุงรักษาหายไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งเรื่องนี้อันตรายมากสำหรับการดำรงอยู่เป็นชาติรัฐในโลกใบนี้

8 ปี 270 วัน สหรัฐฯจับคนอิรักเข้าคุกเยอะ เมื่อถูกปล่อยออกมา คนพวกนี้ก็ไปประกอบกันเป็นกองกำลังรัฐอิสลาม ผมก็แปลกใจที่ผู้นำไอเอสตัวใหญ่ๆ มักจะมีภาพกับทหารอเมริกันชั้นผู้ใหญ่ในวันที่ปล่อย มีแม้แต่ภาพจับมือแสดงความยินดีที่ได้รับอิสรภาพ

อิรักทุกข์กับสงครามการก่อการร้ายไอเอสตั้งแต่ พ.ศ.2554 จนถึงปัจจุบัน

วันนี้ อิรักขาดแรงงานในภาคการผลิตและบริการ ต้องจ้างคนมาจากบังกลาเทศ เนปาล และเอธิโอเปีย โดยทั่วไป คนจากชาติเหล่านี้ที่พอมีศักยภาพส่วนใหญ่จะได้ไปทำงานในประเทศปลอดภัยไม่อันตราย ส่วนที่ไปไหนไม่ได้แล้วมักจะถูกว่าจ้างมาทำงานที่อิรัก ซึ่งต้องเสี่ยงต่อความเป็นความตายอยู่ทุกเวลานาที

คนงานต่างชาติในอิรักทำงานบริการไม่เป็น ที่ผมเห็นแต่ละวัน พวกนี้เอาแต่เล่นไลน์ คุยโทรศัพท์ทางไลน์กับคนในประเทศของตนทั้งวัน แม้ตามห้องอาหารในโรงแรมเต็มไปด้วยบริกรบังกลาเทศเนปาล เอธิโอเปีย หลายครั้งผมต้องเดินไปหาบริกรเพื่อขอช้อน ขอส้อม ขนมปังหมด ก็ปล่อยให้หมด ไม่มีการนำมาเติม บริกรพวกนี้มือหนึ่งถือขนมปัง อีกมือหนึ่งเล่นไลน์

นั่งรถไปต่างจังหวัด เจอแต่รถคอนเทนเนอร์ที่ขนสินค้าอุปโภคบริโภคมาจากต่างประเทศ รถขนตู้คอนเทนเนอร์ขนสินค้าจากท่าเรือบัสราติดยาวเป็นสิบกิโลเมตร ต้องมีการค้นอย่างละเอียดเพราะกลัวขนระเบิดพลีชีพแฝงเข้ามา

โรงงานการผลิตในอิรักล่มสลายโดยสิ้นเชิง อิรักมีพรมแดนติดกับตุรกีซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิต แต่รถคอนเทนเนอร์ไม่ยอมวิ่งมาจากตุรกี เพราะต้องผ่านดินแดนของพวกเคิร์ด พวกเคิร์ดกำลังจะตั้งประเทศใหม่ชื่อเคอร์ดิสถาน ตั้งด่านเก็บภาษีแพง พอรถเข้าในเขตอิทธิพลของอิรักก็โดนภาษีอีก แม้ว่าจะมีพรมแดนทางบกติดกัน แต่ต้องขนสินค้าเข้ามาทางเรือ

ในความยากลำบากเหล่านี้ นี่คืออภิพญามหาโอกาสของสินค้าไทย

พรุ่งนี้มารับใช้กันต่อครับ”.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com