วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจอาเซียน+3 พ้นจุดต่ำสุด! แอมโรชี้จุดอ่อนไทยเอกชนลงทุนต่ำ

นายคอร์ โฮ อี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์มหภาค สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคแห่งภูมิภาคอาเซียน+3 (แอมโร) เปิดเผยถึงเศรษฐกิจอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) ในช่วง 20 ปีหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ว่า เศรษฐกิจอาเซียน+3 ผ่านจุดต่ำสุดแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้จะเติบโต 5.2% และ 5.1% ในปีหน้า โดยเศรษฐกิจจีนที่ลดความร้อนแรงลง จะขยายตัว 6.5% ในปีนี้ และ 6.3% ในปีหน้า ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่โตต่อเนื่อง จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจภูมิภาคโตได้ต่อเนื่อง สำหรับจุดเปราะบางของเศรษฐกิจอาเซียน+3 คือ บางประเทศใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องยาวนาน จนเหลือช่องกระตุ้นได้อีกไม่มาก ส่วนการรับมือความผันผวนของค่าเงินโลก เชื่อว่าระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นจะทำให้รับมือได้ดีขึ้น และยังมีมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (CMI) ซึ่งทำให้มีเบาะรองรับเงินทุนสำรอง โดยสามารถกู้ยืมเงินระหว่างประเทศสมาชิกได้ หากเกิดวิกฤติค่าเงิน

ขณะที่เศรษฐกิจไทย คาดปีนี้จะโต 3.4% และ 3.5% ในปีหน้า ถือเป็นการเติบโตดีแม้ไทยประสบปัญหาต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังวิกฤติปี 40 แม้ไทยปฏิรูปทั้งการเงิน และการคลัง แต่มีปัญหาอื่นๆ ที่มีทำให้ไม่ได้ใช้การปฏิรูปเพื่อการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เห็นทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจดีกว่าหลายประเทศ โดยเสถียรภาพด้านต่างประเทศ ทุนสำรองทางการระหว่างประเทศ และหนี้สาธารณะอยู่ในระดับดี “จุดอ่อนไทย คือ การลงทุนภาคเอกชนไม่เต็มที่ ถ้าในอนาคตการลงทุนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจจะโตได้ดี นอกจากนั้น มีความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนในระดับสูง และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยภาพรวมไม่มีปัญหา แต่เห็นแรงกดดันบางจุด เช่น ความสามารถทางการเงินของธุรกิจรายกลางและรายย่อย (เอสเอ็มอี)”

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) กล่าวถึงการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้นว่า หลังจากที่ตลาดคาดว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 12-13 มิ.ย.นี้ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ตามทฤษฎีเงินน่าจะไหลออกจากภูมิภาค แต่ที่ผ่านมา สหรัฐฯมีปัญหานโยบายหลายเรื่อง ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงบางช่วง ขณะที่เศรษฐกิจไทย ซึ่งที่ผ่านมา มีเงินระยะสั้นเข้ามาพัก ธปท.ได้ส่งสัญญาณผ่านการปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นของ ธปท.แล้วว่า ไม่ต้องการเงินส่วนนี้ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจริง คงกระทบไทยไม่มาก เพราะตลาดซึมซับผลกระทบแล้ว.