วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้กฎหมายหลักทรัพย์ป่วน “เกศรา” โอดโดนรีด 8 พันล้านตั้งกองทุน

“เกศรา” โอด พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ฯใหม่ จ้องรีดเงินตลาดหลักทรัพย์ตั้งกองทุนพัฒนาตลาด 8 พันล้านบาท และส่งกำไรเข้ากองทุนทุกปีไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ หวั่นกระทบลงทุนในอนาคต ยันไม่มั่นใจกองทุนมีหน้าที่อะไร เหตุกฎหมายกำหนดไม่ชัดเจน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) โดยกำหนดให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องนำเงินของตลาดหลักทรัพย์ใส่เป็นเงินประเดิมของกองทุน 8,000 ล้านบาท และหลังจากนั้นต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ทุกปีว่า การกำหนดให้ต้องนำกำไรสุทธิถึง 90% ส่งเข้ากองทุน CMDF อาจกระทบต่อการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตได้

ทั้งนี้ เพราะในทุกๆ 5 ปีตลาดหลักทรัพย์ต้องลงทุนระบบไอที เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน โดยใช้งบดำเนินการเป็นหลักพันล้านบาท และยังมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบอีกถึงปีละ 15% ของเงินลงทุน ขณะที่แต่ละปีมีกำไรสุทธิประมาณ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนเงินตั้งต้นกองทุน CMDF 8,000 ล้านบาทนั้น มาจากเงินทุนและทรัพย์สินที่ตลาดมีอยู่ราว 25,000 ล้านบาท ซึ่งต้องกันไว้เป็นเงินทุนและเงินสำรองเพื่อการชำระราคาและหักบัญชี หากต้องนำไปเป็นทุนประเดิมถึง 8,000 ล้านบาท อาจกระทบต่อการลงทุนของตลาดได้

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่า เงินที่จ่ายเข้ากองทุนนั้น เป็นเงินของตลาดหลักทรัพย์เพียงฝ่ายเดียว แต่คณะกรรมการกองทุน CMDF ที่กำกับดูแลเงินกองทุนมาจากหลายภาคส่วน ทั้งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นต้น อีกทั้งกฎหมายไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะนำเงินกองทุนไปทำอะไรได้บ้าง

“เข้าใจว่า การตั้งกองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดทุนให้ดีขึ้น แต่ต้องดูว่า เงินที่ตลาดต้องจ่ายออกไปมากถึง 90% สมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งยังไม่เคยพูดถึงมาก่อน อยากให้ดูในอนาคตว่า จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยยืนอยู่อย่างเข้มแข็ง และยืนบนเวทีโลกได้หรือไม่ และไม่มั่นใจว่ากองทุนนี้มีหน้าที่ หรือขอบเขตการดำเนินงานอย่างไร เนื่องจากรายละเอียดที่ระบุไว้ยังไม่ชัดเจน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลตามเอกสารรับฟังความคิดเห็นของ ก.ล.ต.ระบุว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้กระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของ รมว.คลังเห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติม และจัดตั้งกองทุน โดยให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ และกำหนดให้รายรับของกองทุนไม่ต้องส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน สาเหตุที่ต้องจัดตั้งกองทุน เพราะตลาดหลักทรัพย์ เป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนของไทย ซึ่งทั้ง 2 บทบาทมีความสำคัญ และจำเป็นสำหรับการเติบโตของตลาดทุน และเศรษฐกิจของไทย ส่วนวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน เช่น ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์และตลาดทุน เสริมสร้างความรู้แก่ผู้ลงทุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น.