วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พาณิชย์' จับมือเอกชน คัดสุดยอดโอทอป 308 รายการ ขึ้นห้าง - ดิวตี้ฟรี

พาณิชย์ร่วมมือเอกชน คัดสุดยอดโอทอป 308 รายการ จากโอทอป ซีเล็กต์ 2,000 รายการทั่วประเทศ ก่อนดันเข้าห้างชั้นนำ-ดิวตี้ ฟรี คาดช่วยเพิ่มยอดมูลค่าตลาดโอทอปทั้งประเทศได้ถึง 1 แสนล้านบาทตามเป้าหมายรัฐบาลแน่นอน..

วันที่ 12 มิ.ย. 60 น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า กรมได้เชิญตัวแทนจากห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าส่ง-ค้าปลีก ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดผลิตภัณฑ์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกว่า 30 ราย มาเป็นคณะกรรมการคัดสรรสินค้าโอทอปคุณภาพ 3-5 ดาว จากทั่วประเทศ ที่พาณิชย์จังหวัดคัดเลือก จากผลิตภัณฑ์ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 14,800 รายการ เหลือเพียง 2,000 รายการ เพื่อยกระดับให้เป็นโอทอป ซีเล็กต์ และใน 2,000 รายการดังกล่าว คณะกรรมการจะคัดสรรให้เหลือ 308 รายการ หรือเหลือจังหวัดละ 4 รายการ เพื่อเป็นสุดยอดโอทอป 77 จังหวัด หรือ Best OTOP 77 Experience

สำหรับสินค้าโอทอปที่ถูกคัดเลือกเป็น Best OTOP 77 Experience จะเป็นสินค้าโอทอปที่นำเอกลักษณ์เฉพาะตัว และประสบการณ์ของแต่ละชุมชนมาช่วยเสริมเสน่ห์ สร้างคุณค่า และความประทับใจให้แก่ผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดเรื่องราวที่น่าสนใจชวนติดตาม ทำให้สามารถยกระดับและเพิ่มมูลค่าโอทอปไทยสู่การเป็นโอทอปพรีเมียม ที่โดดเด่นของแต่ละจังหวัด ซึ่งหลังจากที่ได้ทั้ง 308 รายการแล้ว กรมจะร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกผลักดันให้วางจำหน่ายภายในสาขาของห้างชั้นนำ และจะผลักดันให้ออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ด้วยการร่วมมือกับคิง เพาเวอร์ นำสินค้าไปวางจำหน่ายในพื้นที่ดิวตี้ ฟรี ของท่าอากาศยานต่อไป

อย่างไรก็ตาม โอทอปพรีเมียมที่คัดเลือกมาจาก 2,000 รายการ จะได้รับการส่งเสริมให้วางจำหน่ายภายในห้าง และดิวตี้ ฟรี เบื้องต้นตั้งเป้ามียอดขายโอทอปที่คัดเลือกมา 308 รายการ เพิ่มขึ้น 120 ล้านบาทในปีแรก จากสินค้า 4 กลุ่ม ในคอนเซปต์ กินดี อยู่ดี สวยดี ดูดี จากยอดขายปีก่อน 500 ล้านบาท ส่วนโอทอป ซีเล็กต์ 2,000 รายการที่ไม่ได้รับเลือก กรมไม่ได้ทอดทิ้ง จะส่งเสริมประชาสัมพันธ์เพื่อต่อยอดสินค้าต่อไป

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว กรมยังมีอีกหลายโครงการที่ผลักดันการพัฒนาโอทอปไทย โดยเฉพาะการร่วมกันให้คำแนะนำแนวทางการสนับสนุน และพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค หรือกระตุ้นความสนใจของตลาด เพื่อให้เกิดผลในการขยายตลาดให้เติบโตต่อเนื่องระยะยาว คาดว่าจะผลักดันมูลค่าตลาดโอทอปรวมทั้งประเทศในปีนี้ ให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ที่ 100,000 ล้านบาทได้แน่นอน.