วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พาณิชย์' ปลุกไฟนักลงทุน ดันมุกดาหาร เป็นประตูตะวันออก สู่อาเซียนพลัส

กระทรวงพาณิชย์ ปลุกนักลงทุนเข้าไปลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร หวังใช้เป็นท่าเรือบก ส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออก โดยมีต้นทุนโลจิสติกส์ถูก สินค้าแข่งขันได้ดีขึ้น และยังขนส่งสินค้าผ่านระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ไปถึงเมียนมา-อินเดียได้...

วันที่ 12 มิ.ย. 60 นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการเปิดงาน มุกดาหาร : ท่าเรือบก ประตูตะวันออกสู่อาเซียนพลัส ว่า กระทรวงมีแผนผลักดัน ให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร เพราะสามารถใช้มุกดาหารเป็นท่าเรือบก หรือประตูการค้าส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออก ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และไปถึงจีนตอนใต้ได้ โดยมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำกว่าการส่งออกจากฐานการผลิตในที่อื่น ซึ่งจะทำให้สินค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขัน

สำหรับ สินค้าไทย ที่ส่งออกผ่านชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน และมีศักยภาพสูงที่นักลงทุนจะเข้าไปลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง และปัจจัยการผลิตเพื่อป้อนให้แก่อุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านได้พัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีความต้องการสินค้าจำนวนมาก ทั้งผ้าผืน เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์เหล็ก เป็นต้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนไทยสามารถใช้วัตถุดิบราคาถูก จากประเทศเพื่อนบ้านมาผลิตเพื่อส่งออกได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก โดยเริ่มจากดานัง เวียดนาม ผ่านสะหวันนะเขต ของลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ข้ามมายังมุกดาหาร และผ่านจ.ตากไปเมืองเมาะละแหม่ง ของเมียนมา โดยใช้เวลาเดินทาง 3 วัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยประหยัดต้นทุน ลดระยะเวลาในการขนส่ง และยังเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งไปได้ถึงจีนตอนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ลงทุนในมุกดาหาร สามารถใช้มุกดาหารเป็นท่าเรือบก ไปสู่ตลาดลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ และยังสามารถเชื่อมกับนโยบาย One Belt One Road ของจีน ที่จะเชื่อมโยงกับอีก 64 ประเทศทั่วโลก ทั้งทางบก ทะเล โดยไทยได้เปรียบที่เป็นศูนย์กลาง ที่เชื่อมต่อกันได้ทางถนน เพราะเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ซึ่งต้องผ่านไทย ทำให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน และยังเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดข้างเคียง ทั้งนครพนม หนองคาย สะหวันเซโน และยาวถึงระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ทางด้าน นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เผยว่า ปีนี้มุกดาหารได้รับงบประมาณ เพื่อตอบสนองด้านการขนส่งไปสู่อาเซียนตะวันออกหลายโครงการ เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร (แนวใหม่) สาย บ้านนาไคร้-อ.คำชะอี (ทางหลวง) วงเงินรวม 2,400 ล้านบาท, โครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทางหลวงหมายเลข 212 อ.หว้านใหญ่-อ.ธาตุพนม (ทางหลวง) วงเงิน 1,046 ล้านบาท, โครงการรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม

ทั้งนี้ โครงการ ได้ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตั้งแต่เดือน ต.ค.59 และกระทรวงคมนาคมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาในเดือนมิ.ย.60 โดยยังไม่รวมโครงการเพื่อส่งเสริมการขนส่งขนาดเล็กอื่นๆ และโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ อีกหลายโครงการ ซึ่งจะช่วยทำให้มุกดาหารเป็นท่าเรือบกตามแผนยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้.