บริการข่าวไทยรัฐ

อ่วม! 'แม่แอ๋ม' ฟ้องหมิ่น พี่สาวเปรี้ยว-ทีมฆ่าหั่นศพ รวม 20ล.

ตร.ขอนแก่น เรียกสอบปากคำพยานฝั่ง "แม่แอ๋ม" แจ้งจับ "พี่สาวเปรี้ยว" ในคดีหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน พร้อมเร่งตรวจสอบทรัพย์สิน 5 ผู้ต้องหา หากไม่จ่ายจะฟ้องล้มละลายทันที พร้อมยื่นเรื่องต่อ ผบช.ภ.4 กำชับการสอบสวนเพื่อให้รัดกุม...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.2560 ที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล สีดาทัน ทนายความซึ่งได้รับมอบอำนาจของนางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย มารดา ของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ซึ่งถูกคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรมหั่นศพ และพบศพในพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังจากที่ ครอบครัวของน้องแอ๋ม ได้เข้าแจ้งความเอาผิด น.ส.ประภาศิริ สมศรี พี่สาวของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว ในข้อหาหมิ่นประมาทเพื่อการโฆษณา มาตรา 327 ประกอบ 328 หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำพยานไปแล้วรวม 5 ปาก คงเหลือพยานปากสำคัญ คือ นางสายรุ้ง มารดาของน้องแอ๋มที่จะเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้

นายนพดล สีดาทัน ทนายความ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ฝั่งครอบครัวของน้องแอ๋ม ที่ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก คงเหลือพยานปากสำคัญในคดีคือนางสายรุ้ง ที่จะเดินทางมาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ โดยในคดีหมิ่นประมาทนั้น ได้เรียกค่าเสียหายกับพี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันครอบครัวยังคงมีการยื่นฟ้องในคดีละเมิดต่อผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม ซึ่งประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น, น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้, นายวศิน นามพรม และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ โดยในคดีความดังกล่าวนี้ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายอีก 10 ล้านบาท รวม 2 คดีที่ครอบครัวของผู้ตายยื่นเรียกค่าเสียหาย ทั้งหมด 20 ล้านบาท

“ขณะนี้ศาล จ.ขอนแก่น ได้ให้ทีมทนายความทางฝ่ายครอบครัวคนตาย ไปสืบหาทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ซึ่งได้ข้อมูลสิทธิ์การครอบครองทั้งเงินสด, รถยนต์และที่ดิน รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ อีก ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ทั้งนี้หากการสืบหาทรัพย์สินแล้วเสร็จจะยื่นคำร้องต่อศาล จ.ขอนแก่น ทันที เพื่อให้ศาลท่านมีคำสั่งอายัดทรัพย์เพื่อป้องกันการถ่ายเททรัพย์สิน และหากพบว่ามีการถ่ายเททรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 6 คน คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะถูกดำเนินคดีทั้งหมดด้วย คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสารอย่างมาก เพราคนตายเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไม่ดี เท่านั้นยังไม่พอ ยังมาด่าแม่และครอบครัวของผู้ตายอีกด้วย ในทางกลับกันทำไมผู้ต้องหาหรือครอบครัวของผู้ต้องหาไม่เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้ตาย เรื่องนี้ทีมทนายความของครอบครัวผู้ตายจะดำเนินคดีนี้อย่างเต็มที่” นายนพดลกล่าว

นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า คดีที่เกิดขึ้นจะมีการยื่นเรื่องไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อขอขอบคุณในการเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังจะเรียกร้องให้ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 กำชับแนวทางการสอบสวนในคดีดังกล่าว เพราะจากการตรวจสอบสำนวนในฐานะทนายฝ่ายโจทก์ ก็พบว่ายังมีประเด็นที่ติดใจสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถยนต์ซีอาร์วีที่ใช้ในการก่อเหตุ ถ้าไม่เตรียมการจะมีการเช่ามาได้อย่างไร และหลังเกิดเหตุเจ้าของรถตัวจริงทราบว่าได้หลบหนีไปแล้ว ขณะเดียวกันในมาตรา 289 ที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหานั้น ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยตระเตรียมการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งก่อนก่อเหตุ น.ส.เปรี้ยวยังคงอยู่ต่างประเทศ และเมื่อกลับถึงไทยได้เพียง 3 วันก็ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าว อีกทั้งการเรียกตัวผู้ตายมาขึ้นรถก่อนก่อเหตุฆาตกรรมนั้น ถ้าไม่ใช่คนสนิทกันกับผู้ตาย ผู้ตายคงไม่ปักใจเชื่อและขึ้นรถมาด้วย จนเกิดเหตุฆาตกรรมดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่ชัดเจน ก็จะขอใช้สิทธิ์ทนายความของครอบครัวผู้ตาย เข้าร่วมเป็นทนายโจทก์ร่วมกับอัยการโจทก์ เพื่อให้คดีความดังกล่าวนี้รัดกุมและเอาผิดกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญได้อย่างรัดกุม ครบถ้วน และสาวถึงผู้ที่ร่วมก่อเหตุดังกล่าวนี้ให้ได้ทั้งหมด.