บริการข่าวไทยรัฐ

นิด้า หนุนรัฐเพิ่มงบปี 61 ตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ หวังแก้ปัญหายากจน

รศ.ดร.มนตรี วิเคราะห์งบประมาณปี 61 เป็นงบประมาณขาดดุลเพิ่มจากปีก่อน 6.1% หลังจากรัฐบาลมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ทำให้ต้องกู้เงินชดเชยประมาณ 6 หมื่นล้านบาท หวังแก้ปัญหาความยากจนและสร้างความมั่งคั่ง พร้อมช่วยขับเคลื่อน Thailand 4.0

วันที่ 12 มิ.ย. 60 รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับนักบริหาร (MPPM Executive program) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยว่า รัฐบาลได้วงเงินงบประมาณปี 61 ไว้ที่ 2.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.1% ซึ่งเป็นงบประมาณแบบขาดดุล

ทั้งนี้ หากวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณปี 2561 จะพบว่า รัฐบาลมีรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.4% รายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 20.2% และการจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้เพิ่มขึ้น 7.1% โดยงบประมาณรายรับจะถูกจัดสรรเป็นรายได้ 84.5% และเป็นเงินกู้ 15.5% ทำให้ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.4% หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท

สำหรับการกู้เงินชดเชยดังกล่าว อาจสร้างความกังวลต่อความยั่งยืนทางการคลังของประเทศอยู่บ้าง แต่หากพิจารณาสัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP อยู่ที่ 42.6% ยังต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไม่เกิน 60% ทำให้การกู้เงินดังกล่าวไม่น่ากังวลเท่าใดนัก หากเม็ดเงินกู้ดังกล่าวถูกใช้จ่ายไปเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการเพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อความร่วมมือ AEC ตลอดจนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ จะพบว่าภาครัฐมุ่งเน้นใช้จ่ายเงินเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน โดยมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณสูงที่สุด หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 151.2% เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต หวังแก้ปัญหาความยากจนและสร้างความมั่งคั่ง และช่วยขับเคลื่อน Thailand 4.0

รองลงมาได้แก่ ยุทธศาสตร์การปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารการจัดการภาครัฐเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 131.4% เพื่อปฏิรูประบบราชการให้มีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย เป็นกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 17.6% และ 12.3% ของวงเงินงบประมาณตามลำดับ ขณะที่การจัดสรรงบกลางที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้งบลดลง 2.9% แต่ก็เป็นการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดมากเป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 13.6% ของงบประมาณทั้งหมด

“งบปี 61 เราเห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลใช้นโยบายการคลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการจัดสรรงบการลงทุนเพิ่มขึ้น 20.2% เพื่อมุ่งหวังให้เกิดผลทางเศรษฐกิจและเชิงบวกต่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และมุ่งเน้นพัฒนาสร้างรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากตัวเลขการส่งออกของไทยยังมีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ภาคครัวเรือนมีภาระหนี้มากและภาคการลงทุนภาคเอกชนที่ยังทรงตัวอยู่ ดังนั้น การจัดสรรงบประมาณขาดดุลเช่นนี้ ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี”