บริการข่าวไทยรัฐ

'วิษณุ' รับหามาตรการคุมเข้มโปร่งใสวัด แต่เชื่อ ก.ม.ปัจจุบันเอาอยู่


"วิษณุ" เผยหามาตรการคุมความโปร่งใสทรัพย์สินวัด แต่ยังเชื่อกฎหมายปัจจุบันยังเอาอยู่ สกัดทุจริตเงินวัดได้ ขู่วัดไหนไม่ให้ความร่วมมือเจอจัดระบบใหม่แน่ พร้อมชี้บางวัดมีมาเฟีย

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอให้มีการเปิดบัญชีทรัพย์สินของวัด หลังกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ตรวจสอบพบหลายวัดมีการทุจริต ว่า นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือวันก่อน จะให้ พศ.หารือกับทางมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า ควรดำเนินการและมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร เพราะว่ามีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้ คดีสามเณรปลื้ม ที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทำให้คนมีความรู้สึกมากขึ้น

เมื่อถามว่า สามารถแก้กฎหมายให้วัดต้องเปิดบัญชีทรัพย์สินได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าไปพูดเจาะจงบัญชีทรัพย์สิน เอาเป็นว่ามาตรการที่จะทำให้เกิดความโปร่งใสในเรื่องทรัพย์สินของวัด ซึ่งโดยหลักการควรจะมี จะใช้วิธีเปิดเผย วิธีแจ้ง หรือวิธีใด เอาเป็นว่าทำให้ระบบทรัพย์สินของวัดเป็นระบบที่เปิดเผย เกิดความโปร่งใส ซึ่งหลักการจะให้คนที่เกี่ยวข้องไปคิดดูเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับกฎหมาย พระธรรมวินัย และความรู้สึกของประชาชนว่าไปล่วงล้ำเกิน ซึ่งคิดว่ามีมาตรการที่พอทำได้ ทั้งนี้ การตรวจสอบความโปร่งใสวันนี้ ไวยาวัจกรวัดมีหน้าที่ดูแลด้านการเงิน และเรื่องความรับผิดชอบทางกฎหมายก็อยู่ที่ไวยาวัจกรวัด แต่ในทางปฏิบัติไวยาวัจกรวัดไม่รู้ เพราะบางทีมีผู้มีอิทธิพลอยู่ในวัด ซึ่งไม่ได้เป็นไวยาวัจกร ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส เผลอๆ ไม่ได้เป็นพระด้วย

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันเจ้าอาวาสวัดก็ถือว่าเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำบัญชีทรัพย์สินของวัดอยู่แล้ว ซึ่งมาตรการนี้เรามีอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นมาตรการที่บอกขั้นตอนการปฏิบัติว่าต้องทำอย่างไร แต่ไม่ได้มีการกำหนดโทษ ซึ่งตรงนี้ต้องเข้าไปดูทั้งระบบ แต่หาก มส.จะตั้งใครขึ้นมาดูแลโดยเร่งด่วนก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม หากใช้วิธีการดังกล่าวไม่ได้ผล จำเป็นต้องแก้กฎหมายค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่ง แต่ตนเชื่อว่าภายใต้การดำเนินการตามกฎระเบียบปัจจุบันสามารถทำได้ แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือหรือติดขัดบางวัดไม่ให้ความร่วมมือ และจะจัดระบบใหม่ จนไปถึงเรื่องของกฎหมายคงต้องพูดกันอีกที แต่ต้องฟัง มส.ด้วย และถ้าต้องแก้กฎหมายรัฐบาลต้องเป็นคนทำโดยหารือกับคณะสงฆ์