วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุ๋ย บุดด้าเบลส โพสต์สั่งเสียพ่อ-แม่ วางแผนจัดงานศพตัวเอง (คลิป)

อุ๋ย บุดด้าเบลส อัดคลิปสั่งเสียครอบครัว ขอให้จัดศพในโลงแก้วให้คนพิจารณาสังขาร ปัดทำคลิปขึ้นมาไม่ได้อยากดัง แต่เป็นการศึกษาธรรมะอีกรูปแบบหนึ่ง

หลังจากที่คนในโลกออนไลน์ได้เห็นคลิปสั่งเสียครอบครัวของนักร้องชื่อดัง อุ๋ย บุดด้าเบลส หรือ นที เอกวิจิตร ว่าถ้าหากได้เสียชีวิตลง ให้จัดการกับศพของตัวเองในแบบที่ต้องการ ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นคลิปของโครงการ Happy Deathday ซึ่งหนุ่มอุ๋ยระบุเจตนารมณ์ของตัวเองเอาไว้ว่า

“ถ้าได้ดูวิดีโอนี้คงตายไปแล้วนะครับ ฝากป๋า คุณแม่ และพี่เอ๋ช่วยเป็นธุระให้ที ขออย่างที่เคยคุยกันไว้ อยากได้ใสๆ ครอบตัวเอาไว้ อวัยวะที่ยังพอใช้ได้ ไปบริจาคก่อน จากนั้นร่างกายที่เหลือเอามาให้คนพิจารณาซากศพ

หาโลงแก้วหรือตู้ปลาก็ได้ ไปสั่งตัดแค่คว่ำครอบไว้ ติดต่อสวนโมกข์ก็ได้ว่าจะจัดหาที่แสดงที่ไหนให้คนพิจารณาสังขารเรา อันนี้เป็นบุญกุศลมาก ป๋ากับคุณแม่อย่าคิดว่าคิดอะไรพิเรนทร์ เคยคุยกันแล้วน่าจะเข้าใจ เจตนาดี และเป็นบุญกุศลสูงสุดที่ได้แสดงธรรมให้คนอื่นดูในวาระสุดท้าย

ถ้ามันวุ่นวายหรือติดข้อกฎหมายทำไม่ได้ ใช้เผาเชิงตะกอน ก็วางศพบนแคร่ไม้ และเผาให้คนพิจารณา ก็ขอร้องว่าถ้าทำได้ช่วยทำให้ด้วย เป็นคำขอครั้งสุดท้าย คงไม่เป็นการรบกวนกันเกินไป ถือว่ามาทำบุญร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย ก็ฝากด้วยนะ”

หลังจากที่วิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ล่าสุดหนุ่มอุ๋ย บุดด้าเบลส ก็ได้ไลฟ์สดอธิบายถึงเรื่องดังกล่าวมากมาย เพราะมีแฟนๆ เข้ามาถามมากมายว่าจะตายแล้วหรือถึงได้มีวิดีโอสั่งเสีย หรือบางคนมองว่าอุ๋ยอยากดังเลยสร้างประเด็นข่าวขึ้นมา ซึ่งหนุ่มอุ๋ยอธิบายว่า

“วิดีโอนั้นเป็นวิดีโอโครงการของท่านไพศาล วิสาโล ท่านชวนผมมาทำ มีชื่อโครงการว่า แฮปปี้ เดต เดย์ เผชิญความตายอย่างสงบ อยู่อย่างไรให้เป็นสุข ตายอย่างไรไม่จิตหดหู่ก่อนตาย

ผมเคยคุยกับที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าเราตาย ถ้าคนในบ้านตาย เราจะทำอย่างไรกันดีกับศพ พวกเราก็ชวนคุยกันแบบนี้ เพราะวันนึงก็ต้องตาย ไม่รู้ตายวันไหน ก็ชวนคุยไม่ได้แปลกอะไร

เห็นบางบ้านคนในครอบครัวเป็นอะไรกะทันหัน สมองตายแต่หัวใจยังเต้น จะถอดสายหรือไม่ถอดสาย นอนเป็นผักอยู่บนเตียง พูดไม่ได้ บางทีเขาอาจจะบอกว่าถอดสายออกเถอะ เลยถามพ่อกับแม่ไว้ก่อน ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นมา ป๋ากับคุณแม่บอกก่อนไว้เลยจะได้ทำตามที่ต้องการ

ทางโครงการคงเคยเห็นว่าผมโพสต์เรื่องนี้ก็เลยมาชวน ทางทีมงานก็ถามว่า เคยคิดไว้มั้ยว่าตอนตายจะทำอย่างไร ก็บอกเขาไปว่าจะบริจาคอวัยวะ เป็นอะไรที่เจ๋งมาก มันมีประโยชน์มากๆ

ส่วนศพที่เอามาบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามันขาดแคลนเหมือนสมัยก่อนรึเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าอันนั้นเป็นการเรียนเพื่อการแพทย์ แต่ผมมีความคิดว่าอยากบริจาคศพให้เพื่อการเรียนอีกแบบหนึ่ง เป็นการเรียนเพื่อไปเรียนทางธรรม

ทางพระไตรปิฎกมีสอนอยู่ เขาเรียกอสุภกรรมฐาน สุภะ แปลว่าสวยงาม อสุภะ แปลว่าไม่สวยไม่งาม มันคือการไปพิจารณาความไม่สวยไม่งามของร่างกาย คือสมัยก่อนต้องเข้าใจว่าคนเวลาตายตามป่าช้าไม่มีคนทำศพก็ถูกวางทิ้งไว้ บวม อืด บนพื้นดิน

แต่สมัยนี้มีการเผาการฝัง ไม่มีการพิจารณาซากศพ เพราะมีวิธีการพิจารณาซากศพให้เห็นความเป็นจริงตามธรรมชาติ การยืนเพ่งศพเป็นหนึ่งในกรรมฐานอย่างหนึ่งของศาสนาพุทธ

พวกที่มีราคะจริต หลงใหลในเซ็กซ์ ติดในรูปความสวยความงามมากๆ เรียกว่าราคะจริต ท่านให้แก้ด้วย อสุภกรรมฐาน ให้แก้ด้วยการมองสิ่งไม่สวยไม่งาม คนเราถ้าถลกหนังออกมาก็เหมือนกันหมด อันนี้เป็นแค่หนังห่อหุ้มอยู่เลยดูว่าสวยงาม ทางพุทธจะอธิบายแบบนั้น

และสมัยนี้มันไม่มีแบบนี้ให้ดู ผมก็เลยอยากจะบริจาคร่างกายของผมให้คนมาดู วางศพเอาไว้แล้วเอาตู้มาครอบ กลิ่นจะได้ไม่ออกมามาก พี่สาวผม คุณแม่ผม ก็เข้าใจวิธีการคิดของผมนะ เคยคุยกันเรื่องนี้ เขาเข้าใจว่าอยากจะทำอะไรอยู่ ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรง สมัยนี้ไม่มีคนทำให้ดู ถ้าเราทำเพื่อให้คนเข้าใจ มันน่าจะเป็นเรื่องที่ดี

มันก็เลยเป็นที่มาของคลิปนั้น แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ขอให้เผาแบบเชิงตะกอน คนก็จะได้มายืนพิจารณาว่าสุดท้ายเราก็จะเป็นอย่างนี้นะ อย่าหลงใหลในรูปในตัวตนมาก เพราะวันหนึ่งก็จะต้องจากไป

แต่กฎหมายบ้านเรามันมีว่าทำอย่างนี้จะเป็นมลภาวะ ต้องไปหาที่ที่ไกลหน่อย ต่างจังหวัดตามวัดป่าที่เขายังมีการทำอย่างนี้อยู่ เพราะตอนที่ท่านพุทธทาสภิกขุก็ขอให้ทำอย่างนี้

ผมเคยอ่านคอมเมนต์มีคนว่าผมอยากดังเลยทำอย่างนี้ ผมไม่จำเป็นต้องมาดังด้วยวิธีนี้ครับ บางคนก็บอกว่าทำแบบนี้วุ่นวาย บริจาคร่างไปก็จบ แต่สำหรับผมไม่ต้องมีพิธี ไม่ต้องสวด 7 วัน คือผมไม่ได้เชื่อเรื่องแบบนั้น ผมเชื่อว่าร่างกายเราพอตายไปแล้วก็เหมือนขยะ และเอาขยะอันนี้มารีไซเคิล

วิธีรีไซเคิลของแต่ละคนแตกต่างกัน ผมเลือกวิธิการบริจาคแบบนี้เพื่อให้คนที่สนใจทางธรรมได้มาเรียนรู้อีกแบบหนึ่ง และผมก็ให้คนในครอบครัวผมทำให้ ซึ่งเขาก็เข้าใจ

หลังจากคลิปออกมาพี่สาวก็ได้ดู ผมก็ถามว่าทำให้ได้มั้ย เขาก็บอกว่าจะพยายามทำให้นะ เขาเข้าใจและเห็นประโยชน์ เพราะบางเว็บเอาไปทำว่าผมจะลาตาย ผมไม่ได้เป็นคนทำคลิกเบสนะครับ ไม่รู้ว่าใครเอาไปทำเป็นหัวข้อแบบนั้น แต่ก็เป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าอ่านแต่หัวข้อ พยายามกดเข้าไปอ่านเนื้อความ".