วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์ดำรงธรรมหลายจังหวัดเงียบเหงา ปชช.ไม่ออกมาตอบคำถาม 4 ข้อนายกฯ

บรรยากาศหลายจังหวัดยังเงียบเหงา ของวันแรกการเปิดรับฟังคำตอบ 4 คำถามจากนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์ดำรงธรรม ทั้งหาดใหญ่ สตูล กระบี่ชัยนาท นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ บุรีรัมย์ จึงต้องเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมแสดงความคิดเห็นให้มากเพื่อเป็นเสียงสะท้อนในการนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์...

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในวันแรกของการเปิดรับฟังคำตอบ 4 คำถามนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหาดใหญ่ ยังค่อนข้างเงียบเหงามาก คนแรกที่เดินทางมาขอแบบฟอร์มตอบคำถามในช่วงเช้าคือ นายสันติ อัศวสุดสาคร อายุ 69 ปี ชาวอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยระบุว่าตั้งใจที่จะมาตอบคำถามและสะท้อนความคิดเห็นไปถึงนายกรัฐมนตรีทั้ง 4 ข้อเพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกตั้ง ต้องการให้นักการเมืองที่ดีถือศีล 5 เข้ามาทำงาน เพราะหากมีคุณธรรมปัญหาทุกอย่างโดยเฉพาะการคอร์รัปชัน ส่วนเรื่องที่ต้องการให้นายกฯ และรัฐบาลทำมากที่สุดคือการปราบปรามทุจริต

ด้าน นายคฑาวุฒิ พิมพ์ศักดิ์ ปลัดอำเภองานศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหาดใหญ่ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยังมีประชาชนมาตอบคำถามค่อนข้างน้อย บางส่วนอาจจะติดขัดในเรื่องของภารกิจหรือบางส่วนอาจจะยังไม่ทราบ โดยได้ประสานไปยังผู้นำท้องถิ่นให้ช่วยประชาสัมพันธ์ รวมทั้งทำป้ายไวนิลติดไว้หน้าอำเภอเพื่อแจ้งให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการได้รับทราบและจะเปิดจุดรับฟังคำตอบบริเวณหน้าอำเภอเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากขึ้น

ขณะที่ จ.สตูล นายสุริยัน เดชรักษา หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.สตูล จัดเจ้าหน้าที่พร้อมรับประชาชนที่ทยอยเดินทางไปตอบคำถาม นายกรัฐมนตรี 4 ข้อ โดยชาวบ้านเริ่มทยอยไปตั้งแต่เช้า นางปรีดาวรรณ มนัสวิน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/12 ถนนสถิตยุติธรรม อ.เมืองสตูล มีอาชีพค้าขาย ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่เดินทางไปกรอกข้อความตอบคำถามของนายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ตนเองเดินทางไปกรอกข้อความคำถามของนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะป้องกันนักการเมืองไม่ดีป้องกันนักการเมืองเลวๆ คอร์รัปชันไม่ให้เข้ามาบริหารประเทศ นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีการช่วยเหลือคนจนให้มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ช่วยคนให้มีงานทำ อยากให้ท่านอยู่ต่อไป

สำหรับที่ จ.นครสวรรค์ นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ เผยว่า การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องดังกล่าวทั้ง 4 ประเด็น มิใช่การสำรวจความคิดเห็นหรือการทำโพลของรัฐบาลแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้รัฐบาลและส่วนราชการนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติราชการต่อไป โดยให้ประชาชนที่ประสงค์จะแสดงความคิดเห็นสามารถเดินทางมาด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่ 12 มิ.ย. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ 08.30 น. – 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ เพื่อป้องกันการแสดงความเห็นซ้ำซ้อน ผู้แสดงความคิดเห็นต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและกรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และรายการอื่นๆ ตามแบบ พร้อมลงรายมือชื่อผู้แสดงความคิดเห็น โดยแบบสอบถามความคิดเห็น สามารถรับได้ ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และอำเภอทุกอำเภอ

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ศาลากลางกระบี่ ซึ่งเปิดให้ประชาชน ร่วมในการตอบคำถามนายกรัฐมนตรี 4 ข้อ ในแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำถาม 4 ข้อ ของนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวไว้ในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยวันนี้ทางนายสมชาย หาญปฏิมา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่ ได้มาประชุมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกประชาชน

ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมาวันนี้หลังทราบข่าวให้มีการตอบคำถาม ก็ได้แสดงความคิดเห็นตามแบบสอบถามที่มีการจัดทำขึ้น โดยหลายคนบอกว่า ต้องการการเลือกตั้งที่โปร่งใส ยุติธรรม ขณะที่นายสมชาย กล่าวว่า วันนี้ได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกประชาชนไว้แล้ว และขอให้เดินทางมากรอกแบบสอบถามได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ซึ่งคำถามนี้ จะไม่มีการชี้นำจากภาครัฐใดๆ

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่ไม่มากนัก ในช่วงเช้าถึงเที่ยง มีเพียงแค่ 5 ราย เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะว่า ในวันนี้เป็นวันแรกทำให้ประชาชนหลายๆคน อาจจะยังไม่ตื่นตัวมากนัก เนื่องจากยังมีเวลาเหลืออีกหลายวันให้ทำการแสดงความคิดเห็น

ด้านนายเบญจพล เปรมปรีดา รองผู้ว่าฯ ชัยนาท ในฐานะ ประธานคณะทำงานกลั่นกรองสรุปผลการตอบคำถามและการแสดงความคิดเห็นต่อคำถามของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดชัยนาทได้จัดตั้งศูนย์และคณะทำงาน เพื่อรวบรวมคำตอบจากแบบสอบถามที่ประชาชนมาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยจำแนกตาม อายุ เพศ อาชีพ การศึกษา อำเภอและจังหวัด เพื่อทำการสรุป และจำแนกประเด็นคำตอบออกเป็นกลุ่มเป้าหมายตตามลักษณะการแสดงความคิดเห็น ซึ่งประชาชน สามารถเดินทางไปร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ทุกแห่งใกล้บ้าน แต่ต้องยืนยันตัวตนโดยการนำบัตรประชาชนมาด้วยจึงจะสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ และต้องตอบคำถามตามประเด็นที่ถามเท่านั้น ไม่สามารถเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมได้

ที่บุรีรัมย์ บรรยากาศการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับประเด็นคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันนี้ซึ่งเป็นวันแรก พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างเงียบเหงา กระทั่งจนช่วงใกล้เที่ยงได้มีประชาชนสนใจเข้าร่วมตอบคำถามแสดงความคิดเห็นเพียง 1 รายเท่านั้น นอกจากนั้นมีเพียงการจับกลุ่มพูดคุยกันตามโต๊ะอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยประชาชนบางส่วน ระบุว่า ยอมรับได้ หากการปฏิรูปทำให้ยืดเวลาการทำตามโรดแม็ปออกไป เพราะขณะนี้ยังไม่มั่นใจเรื่องการเลือกตั้ง และยังกังวลว่าจะได้รัฐบาลชุดเก่าหรือผู้แทนหน้าเดิมมากกว่าการปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง ขณะที่หลายคนยังต้องการให้ปฏิรูปประเทศก่อน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหลายๆ ด้านในประเทศ แล้วจึงมาปรับปรุงแก้ไขทางการเมืองให้มั่นคงต่อไป สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับประเด็นคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี จะเปิดให้แสดงความคิดเห็นตั้งแต่ 8.30 - 16.30 น. ทุกวันทำการ และยังไม่มีกำหนดระยะเวลาปิดให้แสดงความคิดเห็น โดยคาดว่าจะมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง

ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ นายสุมิตร เกิดกล่ำ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด พร้อมด้วยนายสมมาตร บัวศรี รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมตรวจความเรียบร้อยในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้า ด้านชุดปฏิบัติการมวลชน มณฑลทหารบกที่ 35 จัดกำลังพลมาร่วมให้ความสะดวกแก่ประชาชนด้วย ขณะที่ประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่องโดยคนแรกที่เดินทางมาแสดงความคิดเห็นมาจากอำเภอพิชัย ตั้งแต่เริ่มเปิดบริการ เวลา 08.30 น.

ด้านนายพุฒิพงษ์ มั่นคง อายุ 30 ปี ชาวตำบลวังกะพี้ อ.เมือง กล่าวว่ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเพราะต้องการมีส่วนร่วมปฏิรูปประเทศ อยากเห็นประเทศเดินหน้าไปสู่ความสามัคคีปรองดองและดีใจที่นายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ส่วนอำเภอต่างๆ ทั้ง 9 อำเภอได้มีการเปิดจุดรับฟังความคิดเห็นประชาชนด้วยเช่นกัน โดยนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ได้แต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองสรุปผลการตอบคำถามและการแสดงความคิดเห็นระดับจังหวัดเพื่อดำเนินการสรุปผลการตอบแบบสอบถามและแสดงความคิดเห็น รายงานกระทรวงมหาดไทยทุก 10 วันทำการ ซึ่งจะรายงานผลฯ ครั้งแรก ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้.