บริการข่าวไทยรัฐ

‘คลองสียัด’ เส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ พายเรือคายัค ปลุกชีวิต ‘บางปะกง’

เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ผจญภัยแห่งใหม่ ‘คลองสียัด’ ฟื้นคืนชีพคลองร้าง 40 ปี รองอธิการ มธ.ชักชวนพายเรือคายัคอนุรักษ์ต้นน้ำบางปะกง ระบุ หากได้ลองพายเรือสักครั้งจะเลิกทิ้งขยะลงคลอง

วันนี้ 12 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการมหาวิทยาลัยยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) และชุมชนท่ากลอย อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จัดกิจกรรม “SIYAT ADVENTURE KAYAKING พายเรือคายัคคลองสียัด” เพื่อเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแนวผจญภัยแห่งใหม่ ณ คลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางผู้เข้าร่วมกว่า 200 ราย

สำหรับกิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยความคึกคัก มีขบวนเรือคายัคกว่า 60 ลำ ล่องไปตลอดลำคลองระยะทาง 12 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณใต้อ่างเก็บน้ำคลองสียัดไปจนถึงฝายวังวุ้ง โดยผ่าน 6 หมู่บ้านของ ต.ท่าตะเกียบ ท่ามกลางบรรยากาศความร่มรื่นตลอด 2 ฝั่งคลอง

ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับชุมชนในการผลักดันให้คลองสียัดกลายมาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้วยการจัดกิจกรรมพายเรือคายัคแนวผจญภัยบนเส้นทางธรรมชาติคล้ายล่องแก่ง ระยะทาง 12 กิโลเมตร ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการรักษาแม่น้ำและอนุรักษ์ธรรมชาติ

ทั้งนี้ เนื่องจากคลองสียัดนับเป็นต้นน้ำของแม่น้ำบางปะกง โดยเส้นทางน้ำมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ผ่านคลองสียัด ไหลมาเจอกับคลองระบมบริเวณ อ.สนามชัยเขต จากนั้นจึงผ่านไปยังคลองท่าลาด อ.พนมสารคาม ก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำบางปะกงบริเวณ อ.บางคล้า

“ในเรื่องของคลองสียัด แม้จะเป็นคลองคลองหนึ่ง แต่ด้วยเป็นคลองที่เป็นต้นน้ำของคลองท่าลาดและแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย คนไทยเมื่อก่อนเวลาพูดถึงเรื่องแม่น้ำก็จะพบว่าเราตั้งบ้านเรือนตั้งชุมชนตั้งวัดริมแม่น้ำ และใช้เป็นเส้นทางสัญจร นั่นคือชีวิตของเรา แต่พอต่อมาเรามีความเจริญมากขึ้น มีถนนหนทาง เราก็ละทิ้งแม่น้ำลำคลอง เปลี่ยนจากหน้าบ้านก็กลายเป็นหลังบ้าน ฉะนั้นการที่เรามาใช้คลองสียัดเป็นเส้นทางพายเรือ คือการพลิกฟื้นให้คนหันกลับมาสนใจแม่น้ำลำคลองอีกครั้งหนึ่ง เพราะมันเป็นชีวิตของคนไทย” ผศ.ปริญญา กล่าว

ผศ.ปริญญา กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของกิจกรรมมาจากการผลักดันเส้นทางพายเรือที่คลองท่าลาดเมื่อเดือน ก.ย.2559 ซึ่งประสบผลสำเร็จไปแล้วก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นจึงได้สำรวจต่อขึ้นมาดูยังพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นคลองสียัดแล้วบังเอิญพบกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่มีแนวคิดเดียวกัน จึงเกิดความร่วมมือในการผลักดันให้กลายเป็นเส้นทางพายเรือคายัคเชิงอนุรักษ์ที่เป็นแนวผจญภัยแห่งเดียวใน จ.ฉะเชิงเทรา และสวยที่สุดเมื่อเทียบกับทุกที่ที่เคยพายมา

ผศ.ปริญญา กล่าวอีกว่า การพายเรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้นจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยปลุกเส้นทางน้ำให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และส่งเสริมให้เกิดการรักษาแม่น้ำรวมทั้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ เพราะเมื่อผู้คนได้เข้ามาพายเรือแล้วสัมผัสและซึมซับกับธรรมชาติ ก็จะไม่ได้มองคลองเป็นเพียงท่อระบายน้ำหลังบ้านอีกต่อไป

“ผมเชื่อว่าทุกท่าน ใครที่เคยได้ไปพายเรือจะมีประสบการณ์ตรงกัน ใครที่ลองได้มาพายเรือสักครั้งเขาจะไม่ทิ้งขยะอีกต่อไป ถ้าใครก็แล้วแต่ที่ลองมาพายเรือสักครั้ง เขาจะไม่ปล่อยน้ำเสียลงคลองอีกต่อไป แล้วเราจะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นใครทิ้งขยะลงคลอง ว่าง่ายๆ คือเราใช้กลยุทธ์ของการพายเรือเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในอดีตคนจะรู้จักคลองสียัดว่าเป็นคลองที่ทำให้เกิดทำลายป่าไม้ของเรา เป็นเส้นทางล่องซุง แต่ปัจจุบันบทบาทคลองสียัดได้เปลี่ยนไปเป็นคลองเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว” ผศ.ปริญญา กล่าว

ผศ.ปริญญา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยมีเรือคายัค 20 ลำ พร้อมจัดตั้งเป็นชมรมคายัคที่จะไม่ใช่จุดประสงค์เพื่อการพายเรือท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นการพายเรือเพื่ออนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน

นายประเสริฐ พรมภิบาล ผู้ใหญ่บ้านท่ากลอย หมู่ 4 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ส่วนตัวเคยมีแนวคิดตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วว่า อยากทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยว เพราะมีธรรมชาติแม่น้ำลำคลองที่พร้อม แต่หลังจากปรึกษากับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าตะเกียบ ก็บอกว่าจะต้องไปศึกษาดูงานจากที่ที่ทำสำเร็จแล้ว จึงยังไม่เคยเกิดขึ้นเสียที

“จากการช่วยกันผลักดันนี้เอง กำลังทำให้เส้นทางนี้กลายเป็นที่พูดถึงในพื้นที่ และมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากหลายหมู่บ้าน เนื่องจากมองว่าแหล่งท่องเที่ยวจะช่วยให้ชาวบ้านมีแหล่งรายได้มากขึ้น สามารถนำพืชผลทางการเกษตรออกมาขายได้มากขึ้น โดยขณะนี้ที่ประชุมผู้ใหญ่บ้านก็กำลังมีการเตรียมความพร้อมกันแล้ว” นายประเสริฐ กล่าว.