บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำกันได้! ผู้ต้องหายานรก หลอกเช่าโฉนดลุงป้า สุดท้ายหนี ที่นาโดนยึด (คลิป)

ลุงป้าอำนาจเจริญ เศร้า ถูกผู้ต้องหาคดียาเสพติด หลอกให้เอาโฉนดที่นามาปล่อยเช่าเพื่อประกันตัว สุดท้ายหลบหนี ที่นาโดนยึดขายทอดตลอด เศร้าไร้เงินรักษาเบาหวาน ซ้ำสูญมรดกชิ้นสุดท้ายจากพ่อแม่ วอนกลับมาขึ้นศาล ขอโฉนดคืน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากสามีภรรยาชาวอำนาจเจริญ คู่หนึ่งว่า ถูกเพื่อนบ้านชักชวนให้นำโฉนดที่ดินมาให้เช่าเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา โดยตกลงว่าจะจ่ายค่าเช่าจำนวน 10% ซึ่งเป็นช่วงที่ภรรยาป่วยพอดี ต้องการเงินที่จะนำไปเป็นค่ารักษา จึงตัดสินใจเอาโฉนดที่นาออกมาให้เช่า แต่กลับไม่เป็นดังหวัง เพราะผู้ต้องหากลับหนีไม่ยอมมาขึ้นศาล ศาลจึงยึดหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน ทำให้ไร้ที่ดินทำกิน

นายคำหล้า โลมพันธุ์ อายุ 59 ปี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า มีที่นาอยู่แปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่เศษ เป็นที่มรดกตกทอดจากบิดามารดา ตนและภรรยาอาศัยที่ดินผืนนี้ทำกินมากว่า 30 ปี และมีรายได้จากการทำนา ขายข้าว เวลาว่างจากการทำนาก็จะออกไปรับจ้างทั่วไป พอมีเงินซื้อกับข้าวกินไปวันๆ แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภรรยา คือ น.ส.ป้อ จำรัสแก้ว อายุ 56 ปี ล้มป่วยด้วยโรคเบาหวาน ทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้ เงินที่หาได้ก็ถูกใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลจนหมด

กระทั่งต้นเดือน ธ.ค. 59 มีเพื่อนบ้านมาชักชวนให้นำโฉนดที่ดินไปปล่อยเช่าเพื่อใช้ประกันตัวผู้ต้องหา พร้อมบอกว่าจะได้ค่าตอบแทนที่สูงมาก คือ 10% จากราคาประเมิน โดยที่นาของตนประเมินได้ 2 ล้านบาท จะได้ค่าเช่า 2 แสนบาท จึงคิดว่าเงินจำนวนนี้คงจะเพียงพอรักษาภรรยา และเหลือเป็นทุนไว้บ้าง จึงตัดสินใจนำโฉนดออกมาให้เช่า จึงทำสัญญาเช่าที่ดินไว้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 59 ระหว่าง ตนกับ นางศรุตา ครุฑกษัตริย์ไทย อายุ 31 ปี ผู้เช่าและเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด พร้อมกับมีพยาน 4 คน ลงชื่อ

แต่ความหวังที่จะมีเงิน 2 แสนบาท ไว้เป็นทุนชีวิตในวัยแก่เฒ่าก็พังลง เพราะ นางศรุตา หลังจากที่ได้รับการประกันตัวออกมากลับหลบหนี ไม่ยอมขึ้นศาล ตอนนี้ก็ยังไร้วี่แวว ศาลจึงสั่งให้ชำระค่าปรับเป็นเงิน 35,000 บาทต่อเดือน เพื่อรักษาไม่ให้โฉนดโดนยึด ซึ่งในเดือนแรก นายคำหล้า ขายวัวตัวเดียวที่มีอยู่เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าปรับศาล แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้จ่ายอีกเพราะไม่รู้จะหาเงินจากไหน ทุกวันนี้ลำบากมาก ถ้าที่นาโดนยึดยังไม่รู้เลยจะไปอยู่ที่ไหน เพราะที่นาแปลงนี้ถูกขายทอดตลาดแล้ว ล่าสุด เข้าปรึกษาศูนย์ดำรงธรรม ได้รับคำแนะนำว่าให้ฟ้องผู้เช่า แต่ก็ไม่รู้ว่าผู้เช่าหายไปไหน และวอนขอให้ นางศรุตา กลับมาขึ้นศาล ตนไม่ต้องการเงินค่าเช่าแล้ว ขอแค่เพียงได้ที่นาคืน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวแล้ว เมื่อศาลนัดไต่สวนก็ไม่มาอีกเลย ซึ่งศาลได้ออกหมายจับแล้ว.