บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถานการณ์ไม่ต่างกัน

ผลงานเด่นที่สุดที่เคยได้รับความชื่นชมจากประชาชน ในระยะแรกๆที่รัฐบาล คสช.เข้าบริหารประเทศ ได้แก่ การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่ความชื่นชมด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ค่อยๆหายไปตามลำดับในระยะหลังๆ คงเหลืออยู่แต่เพียงความพอใจของประชาชน ที่ไม่มีการชุมนุมทางการเมืองและก่อความวุ่นวาย

สาเหตุสำคัญเนื่องจากไม่ได้มีความสงบเรียบร้อยที่แท้จริง แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นนครหลวงของประเทศ ก็มีการลอบวางระเบิดติดต่อกัน 3 ครั้ง ล่าสุดเป้าหมายได้แก่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ยังไม่นับเหตุระเบิดร้ายแรงที่สุด เมื่อกลางปี 2558 ที่สี่แยกราชประสงค์ ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นอันมาก และยังไม่รวมไฟใต้ที่ยังลุกโชนอยู่

สถานการณ์ด้านความมั่นคงน่าจะทรุดหนักลงไปอีก เมื่อมีการจับกุมแก๊งค้าอาวุธหลายกลุ่ม ผู้ต้องหารายแรกเป็นทหารอากาศยศ พ.อ.อ. ถูกจับได้ไม่ใช่เพราะความสามารถของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เนื่องจากรถกระบะที่ใช้ชนอาวุธพลิกคว่ำ ขณะขนอาวุธสงครามจากชายแดนกัมพูชาไปยังชายแดนพม่า อาวุธที่ยึดได้มีทั้งปืนอาก้า ปืนกลพร้อมลูกกระสุน

กลุ่มผู้ค้าอาวุธสงครามกลุ่มที่ 2 ที่ถูกจับกุม มีผู้ต้องหา 13 คน มีทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ถูกกล่าวหาว่าสั่งซื้อเครื่องกระสุนและระเบิดผ่านทางแอพพลิเคชันเฟซบุ๊กและไลน์ จากทหารบกยศ ส.อ. เจ้าหน้าที่คลังอาวุธกองพันทหารช่าง โดยให้ส่งอาวุธทางพัสดุไปรษณีย์ ผู้ต้องหาอีก 6 คนเป็นทหาร โดนข้อหาจำหน่ายวัตถุระเบิดและอาวุธที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้

ยิ่งกว่านั้นภาพลักษณ์ด้านความสงบเรียบร้อยของไทยยังถูกซํ้าเติมจากรายงานขององค์กรต่างประเทศ ระบุชื่อไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศ ที่เป็นอันตรายสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะมีอาชญากรรมและเหตุรุนแรงสูง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ กทม.และประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวแห่มาไทยเกือบ 30 ล้านคน

ไทยติดอันดับที่ 118 จากทั้งหมด 136 ประเทศ อยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศอันตราย ส่วนการค้าอาวุธแสดงว่าไม่ใช่แค่ขนจากกัมพูชาไปยังชายแดนพม่า แต่มีการซื้อขายในประเทศด้วย รายงานข่าวระบุว่ามีการซื้อขายอาวุธเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้ง มีนายทหารนอกราชการยศพลตรีเกี่ยวข้อง และผู้ต้องหาหลายคนเป็นทหาร

ผู้ต้องหาที่มียศ พ.อ.อ. เป็นทหารอากาศ สังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ของ กทม. จะรักษาความมั่นคงอย่างไร คสช.เคยตำหนิว่ารัฐบาลเลือกตั้งก่อความขัดแย้ง และก่อความรุนแรงด้วยอาวุธสงคราม ปัจจุบันก็ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ว่าในยุคเลือกตั้งมีการใช้อาวุธสงคราม แต่ในปัจจุบันมีการลักลอบค้าอาวุธสงคราม.