บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เซ็ตซีโร่กกต. ยึดแนวปฏิรูป ไม่คิดมุ่งร้ายต่อองค์กรใด เสรีชี้เลือกตั้งตามโรดแม็ป

กรธ.ยันเซ็ตซีโร่ กกต.ยึด แนวทางปฏิรูปเป็นธงนำ ปัดมุ่งทำลายองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทำเพื่อสร้างความเข้มแข็งรองรับการเปลี่ยนแปลงวันหน้า “เสรี” เชื่อขัดแย้ง ก.ม.ลูก กกต.ยังไม่กระทบโรดแม็ป แต่ถ้า ก.ม.ลูก 2 ฉบับหลังขบเหลี่ยมอีกมีปัญหาแน่ ปชป.ดักคอคสช.อย่าแทรกแซง ครอบงำองค์กรอิสระ ยกเหตุการณ์วุ่นวายในอดีตเตือนสติ “สุดารัตน์” หนุนปฏิรูปจัดระบบองค์กรอิสระใหม่ ไปพร้อมกับ รธน.ใหม่ ย้ำนักการเมืองก็ต้องปฏิรูปตัวเองใหม่ด้วย แนะ คสช.แสดงตัวไปร่วมฟังอดีต ส.ส.สุมหัวคุย “เหวง” อัดกุข่าวระเบิดล้มโต๊ะอดีตผู้แทน มท.สั่งเตรียมพร้อมเปิดศูนย์ดำรงธรรมรับความเห็น 4 คำถามนายกฯ ดีเดย์ 12 มิ.ย.

ยังมีควันหลังจากปฏิบัติการเซ็ตซีโร่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ยังคาใจวิจารณ์ดุเดือดไล่หลังว่าไม่ต่างจากการนิรโทษกรรมสุดซอยล้างบาง กกต.โดยอ้างการปฏิรูป สร้างตราบาปให้การเมืองไทย พร้อมทั้งเชื่อว่า กกต.เป็นเพียงองค์กรอิสระไม่กี่องค์กรที่ตกเป็นเป้าเซ็ตซีโร่นั้น

กรธ.ปัดพุ่งเป้าเซ็ตซีโร่ กกต.

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีการเซ็ตซีโร่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ไม่อยากไปตอบโต้ข้อคิดเห็นของ กกต. แต่ยืนยันว่า กรธ.ยึดแนวทางการปฏิรูปประเทศ มุ่งสร้างกลไกในการปฏิรูปประเทศเป็นหลัก การจะปฏิรูปประเทศต้องมีผลกระทบต่อองค์กรหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอยู่แล้ว เราไม่ได้มุ่งร้ายหรือเจาะจงกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่อยากทำให้แต่ละองค์กรมีความเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม และพร้อมทำงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ส่วนกรรมการองค์กรอิสระอื่นๆจะมีแนวทางอย่างไร คงต้องพิจารณาเป็นองค์กรๆไป เพราะแต่ละองค์กรมีปัญหาไม่เหมือนกัน

“เสรี” เชื่อไม่กระทบโรดแม็ป

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี กกต.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องการเซ็ตซีโร่ว่า การที่หลายฝ่ายออกมาวิจารณ์ว่าการเซ็ตซีโร่ กกต.จะทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปนั้น คนที่ดูจากสถานการณ์ก็วิเคราะห์กันไป แต่ส่วนตัวคิดว่า ณ เวลานี้การเลือกตั้งน่าจะเป็นตามโรดแม็ป ขั้นตอนการยื่นเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็คงเป็นไปตามที่รัฐธรรมกำหนดไว้ เพราะแม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติให้เซ็ตซีโร่ แต่ขั้นตอนตอนนี้ก็ต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ กกต.พร้อมๆกัน

แนวโน้มเรื่องถึงศาล รธน.

นายเสรีกล่าวว่า จากนั้นรอดูว่าองค์กรเหล่านี้ใครมีความเห็นขัดหรือแย้งกับหลักการที่ สนช.มีมติไปหรือไม่ ถ้าองค์กรใดองค์กรหนึ่งมีความเห็นขัดหรือแย้งก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม ประกอบไปด้วย กรธ. สนช. โดยมีประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธาน กกต.เข้ามาร่วม หาก กมธ.ร่วมสรุปหลักการได้แบบไหนก็ต้องส่งไปที่ สนช.พิจารณาอีกครั้ง ถ้า สนช.พิจารณาแล้วเห็นด้วย ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ก็นำไปประกาศใช้ แต่หาก สนช.ไม่เห็นด้วย โดยมีมติ 2 ใน 3 ร่าง พ.ร.บ.นี้ก็จะตกไป และเป็นหน้าที่ของ กรธ.จะต้องรับผิดชอบกระบวนการร่างใหม่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าผลสรุปแล้วกฎหมายจะออกมาหน้าตาเป็นแบบไหน แต่หากมีประชาชนหรือใครเห็นว่ามีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ในประเด็นที่เห็นว่าขัดหรือแย้งอยู่ดี แต่ก็เชื่อว่ากฎหมายลูก 2 ฉบับแรกจะยังอยู่ในระยะเวลาร่างกฎหมายลูกใน 240 วันยังตามโรดแม็ป

ถ้าขบเหลี่ยมกันอีกมีปัญหาแน่

“เพียงแต่จะเกิดความขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกัน เกิดความโกลาหลพอสมควร เพราะ กรธ.เสนออะไร หลักการกฎหมายใดมาแล้วไม่ยืนยันในหลักการของตัวเอง ไม่รอบคอบ ไม่ยืนยันในความถูกต้องกับสิ่งที่ตัวเองคิดมา ผมไม่รู้ว่ากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งอีก 2 ฉบับ กรธ.จะส่งให้ สนช.ตอนไหน ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้จะด่าเขา แต่อยากพูดความเป็นจริงและอยากเตือนให้รู้ตัว แต่ก็เป็นอำนาจของเขาในกฎหมายลูกฉบับต่อๆไปต้องไม่เป็นอย่างนี้ หากเป็นอย่างนี้จะเกิดปัญหาแน่” นายเสรีกล่าว

ปชป.ดักคอแทรกแซงองค์กรอิสระ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเซ็ตซีโร่ กกต.และมีกระแสการเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระอื่นต่อไปอีกว่า การจะเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระใดหรือไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่อยู่ในฐานะผู้ตรวจสอบ รัฐธรรมนูญบัญญัติให้วาระการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระเป็นสิทธิที่ผู้เขียนกฎหมายจะเขียนตามที่เห็นสมควร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเขียนอย่างไรก็ได้ ควรคำนึงถึงความชอบธรรม และหลักนิติรัฐนิติธรรม ไม่ว่า สนช. จะเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระอื่นหรือไม่ก็ตาม ต้องตอบสังคมถึงเหตุผลที่รับฟังได้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าตอบสังคมแบบข้างๆ คูๆ ดูไม่มีน้ำหนักเพียงพอ สังคมก็จะรู้สึกว่าการได้มาซึ่งองค์กรอิสระไม่เป็นธรรมจะเกิดความไม่ไว้วางใจองค์กรอิสระตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้องค์กรอิสระทำงานลำบาก ส่วนเรื่องการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แล้ว แต่ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่มีการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้เกิดกับองค์กรอิสระได้ในที่สุด

เตือนระวังเหตุการณ์ซ้ำรอยอดีต

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.โจมตี สนช.ที่มีมติเซ็ตซีโร่ กกต.ว่าเป็นตราบาปการเมืองไทยคล้ายการนิรโทษกรรมสุดซอยว่า เรื่องนี้ต้องดูว่าคนร่างมีเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ ถ้าร่างกฎหมายมาเพื่อประโยชน์บ้านเมืองอย่างแท้จริงก็เป็นเรื่องปกติที่ทำได้ แต่หากเมื่อไหร่การร่างกฎหมายออกมาเพื่อประโยชน์ใครคนใดคนหนึ่งก็จะสับสนวุ่นวายเหมือนในอดีต ถ้าร่างกฎหมายเอียงข้างจะเกิดปัญหา องค์กรอิสระมีความสำคัญ ทำงานโดยไม่สังกัดใคร มาตามอำนาจกรอบภารกิจต้องมีความเป็นอิสระเหมือนชื่อ เมื่อไหร่ที่องค์กรอิสระถูกครอบงำได้ องค์กรอิสระนั้นจะไม่มีความชอบธรรมอีกต่อไป ขอให้ข้อคิดไว้ว่าตอนประชาชนชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร นอกจากด้วยเหตุผลการทุจริตแล้ว คือประชาชนไม่เอาด้วยกับการแทรกแซงองค์กรอิสระ โดยใช้อำนาจไปแทรกแซงองค์กรอิสระไม่ให้มาตรวจสอบตนเอง จึงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคิดดีๆ

“สุดารัตน์” หนุนรีเซ็ตองค์กรอิสระ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่วัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นประธานเปิดงาน “ดอกดารารัตน์ จากใจถวายพ่อหลวง” เพื่อถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สนช. มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มีผลให้มีการเซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งคณะว่า การจะเซ็ตซีโร่หรือไม่นั้น คงต้องดูว่าสิ่งเหล่านั้นตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง หรือการใช้อำนาจรัฐเข้ามาบีบคั้น กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่คุมหน่วยเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าจะใช้มาตรฐานรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระให้สูงขึ้นถือเป็นเรื่องที่ดี ไหนๆก็เริ่มใช้รัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ถ้าสามารถใช้คุณสมบัติใหม่กับองค์กรอิสระต่างๆ พร้อมกันด้วยคุณสมบัติใหม่เลยก็จะถือเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปที่ดี เพราะองค์กรอิสระถือว่ามีความสำคัญหลายๆด้าน

นักการเมืองต้องปฏิรูปตัวเองด้วย

เมื่อถามว่า การเซ็ตซีโร่ กกต.จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า หากจะทำให้ไม่กระทบก็คงทำได้ เมื่อถามอีกว่า เมื่อมีการปฏิรูปองค์กรอิสระต่างๆ แล้วการเมืองจะต้องปฏิรูปตามไปด้วยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า การเมืองจะต้องปฏิรูปตัวเองก่อน นักการเมืองและพรรคการเมืองจะต้องปฏิรูปตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องรอกฎหมายใดๆ เมื่อเกิดวิกฤติทางการเมืองต่อเนื่อง ฝ่ายการเมืองต้องปฏิรูปตัวเอง

ปัดตอบปล่อยผีนักการเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์ยังให้สัมภาษณ์กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอ้างเหตุพบวัตถุต้องสงสัยจนทำให้งานเลี้ยงของกลุ่มสโมสร ส.ส. เมื่อวันที่10 มิ.ย. ต้องยกเลิกว่า ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ จึงไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่วันนี้เมื่อเราชูธงเรื่องการปฏิรูปทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงก็ควรที่จะร่วมมือกัน เพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นให้ได้ หากฝ่ายความมั่นคงมีความสงสัยว่า ส.ส.จะพูดคุยอะไร ก็ให้เข้าไปแสดงตัวเพื่อร่วมรับฟัง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่ฝ่ายความมั่นคงจะให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมแล้วหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ตนไม่ใช่ฝ่ายกุมอำนาจ จึงไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แล้วแต่ผู้มีอำนาจ แต่ความเหมาะไม่เหมาะควรไม่ควรทุกคนน่าจะรู้

ซัดกุข่าวระเบิดล้มโต๊ะอดีต ส.ส.

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งต่อกลุ่มสโมสร ส.ส.ที่นัดทานข้าวกันที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว ว่ามีวัตถุต้องสงสัยจนต้องยกเลิกการทานข้าวไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ว่า ตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่มีวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวจริง เพราะถ้ามีจริงทางโรงแรมต้องตื่นตระหนกกว่านี้ การตรวจสอบต้องเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะเกิดขึ้นในโรงแรมใหญ่กลางกรุงเทพฯ และข่าวที่ออกมาต้องไปโฟกัสที่ระเบิด ไม่ใช่วงอดีต ส.ส.เลิกนัดทานข้าว ทั้งสามเหตุผลทำให้เห็นว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ต้องการให้มีการทานข้าวเกิดขึ้น จึงนำเหตุวัตถุต้องสงสัยมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องใหญ่โต แค่ใช้คำสั่ง คสช.ที่ห้ามรวมตัวเกิน 5 คน ก็ยุติการทานข้าวดังกล่าวได้แล้ว จึงทำ ให้เห็นว่าการข่าว คสช.มีปัญหา หรือแม้กระทั่งสามารถเข้าไปคุยเป็นรายบุคคลเพื่อไม่ให้มาร่วมทานข้าวครั้งนี้ได้ แต่เมื่อมารู้ข่าวทีหลังไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องใช้วิธีนี้ ถือเป็นเรื่องเลวร้ายเพราะสร้างความเสียหายให้เจ้าของกิจการ และภาพลักษณ์ของประเทศ

ผู้แทนพบปะกันเรื่องธรรมดา

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรวมตัวกันของอดีต ส.ส. จากหลายพรรคการเมือง ว่า รู้สึกว่ามีการพบกันมานานแล้ว เขาก็นัดพบตามปกติ ไม่น่ามีอะไรที่จะเป็นปัญหาต่อประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนที่มีชื่อนายสุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์รวมอยู่ด้วย ก็ไม่น่ามีอะไร เมื่อถามว่า มองว่าการรวมตัวครั้งนี้อาจมีการจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายองอาจตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กังวลอะไร ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าการพบกันครั้งนี้เป็นเรื่องตั้งพรรคใหม่หรือเป็นเรื่องการทำกิจกรรมทางการเมือง

“วัฒนา” เย้ยจนปัญญาล้ม “ทักษิณ”

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ระบอบทักษิณ” คือระบบการบริหารที่สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนตามแนวคิด “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส” ความเข้มแข็งของประชาชนคือความมั่นคงของรัฐบาล ดังนั้น เงินงบประมาณจึงถูกนำมาใช้เพื่อสร้างโอกาสให้กับประชาชนมากกว่าการติดอาวุธให้กองทัพ เศรษฐกิจจึงเข้มแข็ง จัดเก็บภาษีได้เกินกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้จัดทำงบประมาณแบบสมดุล ไม่ต้องไปกู้เงินมาชดเชย ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่รักษาวินัยการเงินการคลังโดยระดับหนี้สาธารณะอยู่ในกรอบของกฎหมาย ส่วนงบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดการสร้างรายได้จะถูกใช้อย่างจำกัด เช่น งบของกระทรวงกลาโหม ดังนั้น การทำลายระบอบทักษิณไม่ต้องไปสุมหัววางแผนทำเรื่องที่น่าอับอาย เพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่เคย วางกลไกเพื่อสืบทอดและเบียดบังอำนาจของประชาชน เพียงทำให้ประเทศเจริญ ประชาชนอยู่ดีกินดีมากกว่าที่นายทักษิณเคยทำไว้ คนก็จะลืมนายทักษิณเอง แต่การยึดอำนาจแล้วสถาปนารัฐทหาร บริหารแบบไร้วิสัยทัศน์แล้วหาข้อแก้ตัวด้วยการโทษคนอื่น จำกัดสิทธิและเสรีภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน สร้างฝันลมๆ แล้งๆ รายวัน สุดแต่ปากจะพาไป สร้างภาระหนี้สินเพิ่มและประชาชนทุกข์ยาก จ้องแต่จะตัดสิทธิของประชาชน แต่เพิ่มงบประมาณให้กองทัพที่สวนทางกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำ คือการทำให้ประชาชนโหยหาระบอบทักษิณเพราะความหิวโหยและเงินในกระเป๋าที่หายไป

จี้ “ฉัตรชัย” ลาออกราคายางตกต่ำ

นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กกปส. อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำว่า เพียง 1 สัปดาห์ ราคายางตกต่ำลงไปกิโลกรัมละ 10 กว่าบาท ชาวสวนยางเดือดร้อน ทั้ง รมว.เกษตรฯ และการยางแห่งประเทศไทย ก็ยังคงนิ่งเฉยปล่อยปละละเลย การยางแห่งประเทศไทยปล่อยให้พ่อค้าคนกลางจับมือกับจีนจนทำให้ราคายางตกต่ำ รัฐควรเปิดตลาดเพิ่ม เช่น ที่รัสเซีย ไม่ใช่เปิดเเค่ที่จีนเท่านั้น สิ่งที่อยากเตือนรัฐบาลคือ 1. รีบไปแก้ไขปัญหาราคายางโดยการสนับสนุนอย่างหนึ่งอย่างใดหรือเปิดตลาดเพิ่มเติม 2.ทันทีที่ราคายางเริ่มตกต่ำต้องรีบแก้ไขปัญหา อย่าปล่อยให้พ่อค้าคนกลางโดยเฉพาะ 5 เสือกดดันเอาเปรียบพ่อค้ารายย่อย ผลกระทบจะเกิดกับเกษตรกร

“พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เป็นรัฐมนตรีซึ่งล้มเหลวมาแล้วในการแก้ไขปัญหาเรื่องปาล์มสมัยเป็น รมว.พาณิชย์ ดังนั้น พล.อ.ฉัตรชัยควรพิจารณาตัวเองด้วยการลาออก อย่าให้นายกฯต้องลำบากใจ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นสุภาพบุรุษรักเพื่อนคงไม่กล้าปลด ขอให้รัฐบาลเอาคนเก่งมาทำหน้าที่แทน ท่านอยู่ไปก็แก้ไขปัญหาไม่ได้”นายถาวรกล่าว

“ปู” ขอบคุณแฟนเพจ 6 ล้านไลค์

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณแฟนเพจ ระบุว่า “ขอบคุณแฟนเพจทั้ง 6 ล้านไลค์นะคะ ที่ทำให้เรามีวันนี้ด้วยกัน ขอบคุณสำหรับการติดตามแล้วก็ให้กำลังใจดิฉันมาโดยตลอดระยะเวลา 7 ปีแม้ในยามยากลำบากค่ะ นับเป็นของขวัญอันล้ำค่าสำหรับวันเกิดปีนี้และในยามนี้ที่ดิฉันต้องการกำลังใจมาหล่อเลี้ยงให้มีความเข้มแข็ง อดทนต่อปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่มีเข้ามา โดยปีนี้จะขอมอบความสุขด้วยการทำบุญในวันเกิดเผื่อแฟนเพจทุกคนด้วยนะคะ”

มท.สั่ง ผวจ.พร้อมรับฟังความเห็น

วันเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศว่า ในวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดศูนย์ดำรงธรรมให้รับฟังการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรีนั้น ขอให้ทุกจังหวัดได้เตรียมงานต่างๆตามขั้นตอน ที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปแล้วให้พร้อมเพรียง หากมีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ เกิดขึ้นให้มอบหมายผู้รับผิดชอบไว้เป็นการเฉพาะด้วย รวมทั้งให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว

ปชช.สะท้อนมุมมองสู่ปรองดอง

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศ จากเวทีการสร้างความสามัคคีปรองดองในภาพรวมว่า ที่ผ่านมาประชาชนมีความตื่นตัวและให้ความสนใจต่อประเด็นทางการเมืองมากที่สุด โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่าความขัดแย้งทางการเมืองส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากอุดมการณ์และการมองประโยชน์ทางการเมืองที่แตกต่างของพรรคการเมือง รวมทั้งขาดความเข้าใจและละเลยการใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรมในการ บริหารงานทางการเมืองอย่างจริงจัง เป็นเหตุของการขาดความยุติธรรม ซึ่งเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งและความไร้เสถียรภาพของสังคม พรรคการเมืองจึงควรได้รับการพัฒนาไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมือง มีอุดมการณ์ของพรรคที่ชัดเจน คัดกรองบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อเป็นทางเลือกของประชาชน ไม่ผูกขาดเฉพาะกลุ่ม ต้องมีมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรมและหลักธรรมาภิบาล ยอมรับผลการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ปัญหา ไม่ใส่ร้ายป้ายสีและสร้างวาทกรรมที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังหรือใช้ความรุนแรง

วางกติกา-บทลงโทษ-มีส่วนร่วม

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ขณะเดียวกันต้องร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอิสระหรือสถาบันทางการเมืองให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความโปร่งใส น่าเชื่อถือมีระบบตรวจสอบการทำงาน เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในทางการเมือง ร่วมกันวางระบบและกระบวนการเลือกตั้งให้มีกฎกติกาเป็นที่ยอมรับ ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม มีการลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตอย่างจริงจัง เร่งรัดพิจารณาคดีทางการเมืองให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยคำนึงว่าการปรองดองไม่ใช่การนิรโทษกรรม รวมทั้งผ่อนคลายให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามความเหมาะสม พร้อมกันนี้จำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของการเมืองภาคประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง กระจายอำนาจและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบบกลไกตรวจสอบถ่วงดุลระดับท้องถิ่นมากขึ้น สำหรับข้อคิดเห็นที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาฯ นปช. ได้เสนอไว้ใน 4 ประเด็นนั้น ได้รับการบันทึกไว้ในเอกสารการรวบรวมความเห็นอย่างครบถ้วนแล้ว

นายกฯปลื้มอันดับความโปร่งใสดีขึ้น

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยให้ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ความพยายามป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อันดับ ความโปร่งใสของไทยจากการประเมินขององค์กรต่างๆดีขึ้น เช่น World Justice Project (WJP) International Country Risk Guide (ICRG) รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ IMD เพิ่งประกาศไปเมื่อเร็วๆ นี้ คะแนนการประเมินของแต่ละองค์กรมาจากทั้งสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการ และมุมมองของคนทั่วไป โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ นายกฯเน้นย้ำว่าทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเป็นหูเป็นตา ไม่ปล่อยให้การทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม โดยยกตัวอย่างกรณีของ ผวจ.กาฬสินธุ์ ที่ไม่เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนการทุจริตเรียกเงินช่วยเหลือการสอบวินัยของผู้บริหารท้องถิ่น วางแผนจับกุมตัวผู้ต้องหาขณะกำลังรับเงินจากผู้เสียหายบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อส่งตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ สังคมคาดหวังว่าข้าราชการจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ดังนั้น จึงอยากให้ปฏิบัติงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ไม่ใช่เพื่อพวกพ้องหรือผู้มีอำนาจ อย่างไรก็ตาม นายกฯอยากเห็นคนไทยปรับความคิดใหม่ว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเริ่มที่ตัวเองต้องรู้จักแสวงหาความรู้ เมื่อประชาชนเข้มแข็ง ชุมชนแข็งแรงประเทศชาติก็จะดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอความหวังจากนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจแต่เพียงฝ่ายเดียว