บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พูดหมิ่น 'แม่แอ๋ม' แจ้งจับ-พี่เปรี้ยว แขวะหากินกับศพลูก ผิดซํ้าซ้อนเป็นรอบ2

แม่ “น้องแอ๋ม” เหยื่อฆ่าหั่นศพ แจ้งดำเนินคดีพี่สาว “เปรี้ยว” ฐานหมิ่นประมาท เป็นคดีที่ 2 หลังให้สัมภาษณ์ออกทีวีกล่าวหาว่าหากินกับศพ และคดีก่อนหน้านั้นกล่าวหา “น้องแอ๋ม” มีพฤติกรรมเป็นไปในทางค้าบริการทางเพศ ขณะเดียวกัน “ป๊อปปี้” ทอมคนสนิทของเหยื่อออกมาเตือนแม่กับยายของแอ๋มให้หยุดพูดกล่าวหาพา “น้องแอ๋ม” มาตายที่ขอนแก่น

แม้ว่าคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี สาวคาราโอเกะในเมืองขอนแก่นได้ตัวผู้ต้องหาครบหมดแล้วและอยู่ในกระบวนการของการดำเนินคดี แต่ปัญหาฟ้องร้องระหว่างญาติของผู้ตายกับญาติผู้ต้องหายังไม่จบ ล่าสุด เมื่อบ่ายวันที่ 11 มิ.ย. นายนพดล สีดาทัน ทนายความผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.สายรุ้ง กลิ่นจุ้ย อายุ 42 ปี แม่ของน้องแอ๋มที่ดูแลคดีฆ่าหั่นศพของลูกสาวและเป็นตัวแทนเข้าแจ้งความคดีฟ้องร้องต่างๆเปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ น.ส.สายรุ้งแม่ของน้องแอ๋มพร้อมญาติจะเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่นเพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ประภาศิริ หรือเหมียว สมศรี พี่สาวของ น.ส.ปรียานุช “เปรี้ยว” ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ ในข้อหาหมิ่นประมาทในการโฆษณา

นายนพดลให้รายละเอียดว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ประภาศิริให้สัมภาษณ์รายการข่าวทางทีวีช่องหนึ่งข้อความว่า “อยากฟ้องก็ฟ้องเลย บาทหนึ่งก็ไม่กระเด็น จะหากินกับศพคนตายหรือไง”ซึ่งการให้สัมภาษณ์แบบนี้ถือเป็นการหมิ่นประมาทแม่ของผู้ตายมีความผิดตามกฎหมายอาญามีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และในวันเดียวกัน น.ส.สายรุ้งจะให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนในคดีหมิ่นประมาทที่เคยแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ประภาศิริ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่แจ้งความเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.นั้น น.ส.สายรุ้งมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีกับ น.ส.ประภาศิริ หรือเหมียว พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจาก น.ส.ประภาศิริให้สัมภาษณ์รายการข่าวทางทีวีกล่าวหาว่า น้องแอ๋มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นไปในทางค้าบริการทางเพศ ทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียและอับอายถือเป็นการฟ้องร้อง 2 คดี

สายวันเดียวกันที่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 6 บ้านท่านางเลื่อน ต.ชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ของ น.ส.อภิชญา หรือป๊อปปี้ ยันทูล อายุ 22 ปี สาวทอมคนสนิทของน้องแอ๋ม เปิดเผยถึงกรณีที่ถูกญาติของน้องแอ๋ม ข้องใจว่า น.ส.อภิชญามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องแอ๋มเพราะเป็นคนที่ชวนน้องแอ๋มจาก จ.ชัยนาทมาอยู่ที่ จ.ขอนแก่นจนถูกฆ่าโหดว่า รู้สึกเสียใจอย่างที่สุดที่แม่และยายของน้องแอ๋มพูดแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาครอบครัวต่างรู้ถึงความสัมพันธ์ของตนกับน้องแอ๋มเป็นอย่างดี การที่น้องแอ๋มมาอยู่ที่ขอนแก่นสาเหตุเพราะน้องอยากมาทำงาน อยากมาอยู่ด้วยกัน

“การทำงานของน้องแอ๋มจะบอกเพียงว่าทำงานเป็นพีอาร์ของโรงแรมดังโดยมีเพื่อนเป็นคนแนะนำจึงทราบเรื่องส่วนตัวของน้องแอ๋มเพียงเท่านี้ แต่ช่วงเวลาทำงานหรือการคบหาใครอีกบ้างเป็นเรื่องส่วนตัวของน้องแอ๋ม เมื่อน้องไม่เล่าให้ฟังก็ไม่ถาม” น.ส.อภิชญากล่าว

น.ส.อภิชญากล่าวอีกว่า ขอฝากถึงยายกับแม่น้องแอ๋มด้วยว่า สิ่งที่พูดว่าตนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องแอ๋มเพราะตนเป็นคนชักชวนน้องมานั้น ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ถ้าอยากให้ดวงวิญญาณน้องแอ๋มสงบสุขก็อยากให้หยุดพูด เพราะมันไม่ดีกับทุกฝ่าย ในการสืบสวนสอบสวนตนบอกตำรวจไปหมดแล้ว ตำรวจจับคนที่ก่อเหตุฆ่าน้องได้หมดแล้วและตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น

ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,149 คน ระหว่างวันที่ 5-10 มิ.ย. เรื่องข่าวอาชญากรรมในสังคมไทย ณ วันนี้ เมื่อถามถึง 3 อันดับข่าวอาชญากรรมที่ประชาชนคิดว่าสะเทือนใจมากที่สุด พบว่า ร้อยละ 84.52 คดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ร้อยละ 75.04 คดีฆ่าโบกปูนสามเณรปลื้ม และร้อยละ 67.57 คดีฆ่าชิงทรัพย์ฟันคอหญิงวัยชรา เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับข่าวอาชญากรรมต่างๆที่มีความโหดเหี้ยมมากขึ้นในทุกวันนี้ 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 79.65 แสดงถึงความเสื่อมโทรมทางสังคมที่ตกต่ำ ร้อยละ 76.16 อยากให้ลงโทษผู้กระทำผิดให้รุนแรงขึ้น และร้อยละ 65.48 ภาครัฐต้องแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า จากข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สะท้อนปัญหาสังคมไทยอย่างไรบ้าง 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 83.21 คนขาดคุณธรรม ศีลธรรม ไร้จิตสำนึก ร้อยละ 80.27 เศรษฐกิจตกต่ำ เป็นหนี้ ไม่มีเงิน และร้อยละ 72.07 กฎหมายไม่เข้มงวดสองมาตรฐาน เมื่อถามว่าประชาชนมีแนวทางแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นอย่างไร 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 75.54 ทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ทำให้สังคมน่าอยู่ ร้อยละ 73.09 กฎหมายต้องเข้มแข็ง ลงโทษอย่างรุนแรงให้เป็นเยี่ยงอย่าง และร้อยละ 67.20 รัฐบาลต้องพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าสื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวอาชญากรรมในรูปแบบใดจึงจะเหมาะสม 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 68.55 นำเสนอข่าวเชิงสร้างสรรค์ ข่าวเชิงบวก เป็นประโยชน์ ร้อยละ 66.18 มีจรรยาบรรณ และมาตรฐานในการนำเสนอข่าว และร้อยละ 60.69 เสนออย่างระมัดระวัง รอบคอบ ไม่กระทบต่อรูปคดี