วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวแก๊งญี่ปุ่น ลักพาตัวเพื่อนร่วมชาติ (คลิป)

ตำรวจแจ้งข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว แก๊งญี่ปุ่น ลักพาตัวเพื่อนร่วมชาติ ส่วนปม เรียกค่าไถ่-อุ้มฆ่า ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ ชี้ผู้เสียหายยังไม่พร้อมให้การ ...


จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าช่วยเหลือ นายวาตานาเบ้ ซินามิ อายุ 56 ปี นักธุรกิจเจ้าของบริษัทจำหน่าย เครื่องมือแพทย์ หลังถูก นายเลโอ สึรุโซเอะ อายุ 41 ปี อดีตลูกจ้างนายวาตานาเบ้, นายคิโยโตะ มิยาตะ อายุ 57 ปี อาชีพรับเหมาตกแต่งภายใน และนายมาซาโตะ โคบาริ อายุ 49 ปี สมาชิกแก๊งยากูซ่า จับตัวกักขังไว้ในห้องพักเลขที่ 719 ชั้น 7 อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยเอกมัย 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. ที่ สน.ทองหล่อ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว นายเลโอ อายุ 41 ปี ได้ฉกทรัพย์สินนายวาตานาเบ้ไป จนมีเรื่องแจ้งความและถูกไล่ออกจากงาน เมื่อ 2 ปีที่แล้วในประเทศญี่ปุ่น จึงมีความแค้นฝังใจตลอด จนสืบหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตว่า นายวาตานาเบ้ จะเดินทางมาทำธุรกิจที่ประเทศไทยพร้อมกับภรรยาชาวญี่ปุ่น จึงได้ชักชวน นายมาซาโตะ มาร่วมขบวนการ พร้อมสืบแหล่งที่อยู่และคนใกล้ชิด ก่อนจะเดินทางมาช่วงเดือน เม.ย. เพื่อจะเข้ามาแก้แค้น กระทั่งทราบว่า นายคิโยโตะ เป็นบุคคลใกล้ชิด นายเลโอ จึงสวมบทบาทเป็นลูกค้าติดต่อนายคิโยโตะ

กระทั่งวันที่ 23 พ.ค. นัดแนะมาเจอกันที่ห้องเลขที่ 719 ชั้น7 อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว เมื่อมาถึง นายเลโอ ได้ใช้อาวุธปืนจี้ นายคิโยโตะ ให้เรียกนายวาตานาเบ้มาเจอ อ้างว่าขอปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ จากนั้นนายเลโอ ได้ใช้เชือกมัดมือนายคิโยโตะ พร้อมขังไว้ภายในห้อง จนวันที่ 4 มิ.ย. นายวาตานาเบ้ มายังห้อง ถูกนายเลโอ ซ้อมจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพูดคุยกับนายคิโยโตะ ว่าจะหนีก็หนีไป แต่ตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดแล้ว นายคิโยโตะ จึงไม่กล้า คิดว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดแล้ว กระทั่งภรรยาชาวญี่ปุ่นของนายวาตานาเบ้ เข้าแจ้งความ จนพบเหตุการณ์ดังกล่าวและถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นหลักๆ ไว้ว่า นายเลโอ มีปัญหาส่วนตัวกับ นายวาตานาเบ้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ยังต้องสอบสวนว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำใดบ้าง เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การไม่ตรงกัน ประกอบกับการใช้ภาษาต่างกัน จึงต้องใช้เวลาสอบสวน

เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหาทั้ง 3 ราย กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนในเรื่องการเรียกค่าไถ่กับอุ้มฆ่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตั้งข้อหาได้ เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่พร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งสถานทูตญี่ปุ่นได้ส่งลามแปลภาษามาช่วยพนักงานสอบสวนมาช่วยในการสอบสวนผู้ต้องหา ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ในช่วงเช้าของวันที่ 12 มิ.ย.ต่อไป