บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่เผย 'สามเณรปลื้ม' มาให้เห็น ใบหน้าเศร้า คาดห่วงยังจับคนร้ายไม่หมด

แม่ 'สามเณรปลื้ม' เผยลูกมาให้เห็นด้วยใบหน้าเศร้า คาดห่วงยังจับคนร้ายได้ไม่หมด เชื่อลูกไม่มีพฤติกรรมลักขโมยอย่างที่ถูกกล่าวหา จี้ประหารสถานเดียว ขณะพิธีฌาปนกิจจะมีขึ้นช่วงค่ำวันนี้ ...

จากกรณีคดีฆ่าฝังดินโบกปูน "สามเณรปลื้ม" อายุ 17 ปี ใต้ฐานพระพุทธรูปภายในวัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังถูกทาง "พระเด่น" ซึ่งเป็นพระลูกวัดเดียวกัน ร่วมกับพวกลงมือฆ่า โดยอ้างว่าแค้นที่ถูกสามเณร ผู้ตาย เข้ามาขโมยทรัพย์สินของภรรยาพระเด่น สมัยที่ยังเป็นฆราวาส

กระทั่งต่อมา ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายเด่นชัย ภูมินิยม หรือ อดีตพระเด่น อายุ 36 ปี นายสุริยา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ "สามเณรสุริยา" อายุ 18 ปี และ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว อายุ 40 ปี ภรรยาของนายเด่นชัย ต่อมาชุดสืบสวนจับกุม นายนที หรือ เบนซ์ ศรีดอน อายุ 24 ปี เป็นรายที่ 4 เหลืออีกคนชื่อนายคิงส์ เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ยังหลบหนี

ความคืบหน้า วันที่ 11 มิ.ย. 60 ที่วัดวังไทร ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ สามเณรปลื้ม โดยมีการตั้งเมรุลอยกลางลานวัดขึ้นมาฌาปนกิจศพเป็นการเฉพาะ ซึ่งมีพระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) เป็นประธานสงฆ์ และมีประชาชนทั้งในพื้นที่ อ.ลานสกา และต่างอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งมีประชาชนเดินทางมาร่วมในพิธี ทำให้บรรยากาศในวัดวังไทรคลาคล่ำไปด้วยประชาชน และบรรยากาศเป็นไปตามความโศกเศร้า มี นางกัญญา มินกระโทก อายุ 40 ปี แม่ของสามเณรปลื้ม และญาติๆ คอยต้อนรับ

นางกัญญา กล่าวว่า การฌาปนกิจศพสามเณรปลื้ม จะมีขึ้นในเวลา 19.00 น. ก่อนหน้านี้ตนนอนเฝ้าศพสามเณรปลื้มที่วัดวังไทรทุกคืน ในคืนแรกขณะที่ตนนอนใกล้โลงศพสามเณรปลื้ม สามเณรปลื้มเกิดมาปรากฏตัวให้ตนเห็นในสภาพแต่งกายนุ่งสบง จีวรครบถ้วน แต่ไม่ยอมพูดจาใดๆ จนเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของการตั้งศพบำเพ็ญกุศลศพสามเณรปลื้ม ก็มาปรากฏให้ตนเห็นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นุ่งผ้าสบงเพียงผืนเดียว ใบหน้าเศร้าสร้อย เหมือนจะบอกอะไรตนสักอย่าง แต่ฟังไม่ได้ยินเสียงใด ก่อนร่างจะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเรื่องคนร้ายที่ฆ่าสามเณรปลื้ม เพราะตำรวจยังจับคนร้ายดำเนินคดีได้ไม่ครบ

โดยหลังจากเผาศพสามเณรปลื้ม ตนจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างจริงจัง เพราะแม้ตำรวจจะจับกุมคนร้ายไป 4 คนแล้ว แต่ตนเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมกระทำผิดอีกจำนวนหนึ่ง จึงอยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมให้หมด และขอให้รับโทษประหารชีวิตสถานเดียว

นางกัญญา กล่าวอีกว่า ในส่วนของสาเหตุที่ น.ส.ปิยฉัตร ผู้บงการ และฆาตกรที่ร่วมฆ่าสามเณรปลื้ม อ้างว่าสามเณรปลื้มขโมยเงินสด ไอโฟน และสร้อยคอทองคำ จนนำมาสู้การฆ่าฝังดินสามเณรปลื้มนั้น ตนไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด เพราะมั่นใจในนิสัยของลูกชาย ไม่เคยมีนิสัยลักขโมยมาก่อน แม้แต่ขอเงินซื้ออะไรก็แล้วแต่ ตนใช้ให้ไปหยิบเองในกระเป๋า สามเณรปลื้มก็ไม่กล้าหยิบเอง ต้องให้ตนเป็นคนหยิบให้ทุกครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะก่อเหตุขโมยทรัพย์สิน น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว หากสามเณรปลื้มขโมยจริงจะกลับไปวัดให้เขารุมฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทำไม คงหนีออกจากวัดไปไม่ดีกว่าหรือ

นางกัญญา กล่าวต่อว่า อยากให้ตำรวจสอบสวนอย่างละเอียด เพราะเท่าที่ทราบ เคยก่อเหตุทำร้ายพระภิกษุ-สามเณร หลายครั้ง แม้แต่วันที่รุมทำร้ายสามเณรปลื้ม ก็มีพระภิกษุ–สามเณร และฆราวาสอยู่ในเหตุการณ์หลายคน แต่ไม่มีใครเข้าไปช่วย หรือเล่าความเหตุการณ์ที่ทำร้ายสามเณรให้คนนอกฟัง จนวิญญาณของสามเณรปลื้มต้องเข้าสิงร่าง และตามหลอกหลอนพระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ตำรวจกันไว้เป็นพยานในคดีนี้ จนต้องวิ่งไปเล่าเรื่องราวรายละเอียดให้ตำรวจจนเรื่องแดงขึ้นมาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เทศนากล่าวถึงการตายของสามเณรปลื้ม เป็นการตายที่มีคุณค่า มีสาระ สมควรยกย่องเป็น “วีรบุรุษ ” เพราะทำให้เกิดการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในวัดวังตะวันตก และวัดทั่วประเทศอย่างจริงจังมากขึ้น และหน่วยงานรัฐจะต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลการบริหารวัดอย่างต่อเนื่อง

กรณีสามเณรปลื้ม จึงเป็นการมรณภาพที่มีคุณค่าอย่างมาก ในวงการภิกษุ สามเณร และประชาชน จะปรึกษากันว่าจะมีการสร้างอนุสาวรีย์สามเณรปลื้มเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เตือนสติในวงการสงฆ์ และประชาชนทั่วไป เพราะในสังคมแม้แต่สัตว์ตายก็ยังสร้างอนุสาวรีย์หลายราย ดังนั้นสามเณรปลื้มเห็นว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะสร้างอนุสาวรีย์เช่นกัน.

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **