บริการข่าวไทยรัฐ

หนุ่มวัย 22 พลิกที่ดินนครพนม ทำไร่กาแฟขี้ชะมด ยอดส่งออกล้นกำไรหลายล้าน

ใช้ที่ดินของครอบครัว มุ่งสู่เกษตรเต็มตัว หนุ่มวัย 22 ทำไร่กาแฟขี้ชะมด ทดลองขยายพันธุ์ชะมด และปลูกกาแฟจนสำเร็จ มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ยอดส่งออกไปต่างประเทศล้น สร้างรายได้และกำไรเดือนละหลายล้าน

การเปิดตัวของไร่กาแฟขี้ชะมดแห่งแรกของจังหวัดนครพนม ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปผ่านมา เรียกได้ว่าอาจจะเป็นไร่กาแฟแนวใหม่แห่งแรกของไทย โดยไร่กาแฟแห่งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ นักศึกษาหนุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง อย่างนาย เกียรติศักดิ์ คำวงษา อายุ 22 ปี หรือ เฟลม ที่เพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรี คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เจ้าของ กาแฟขี้ชะมด BlueGold Coffee

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวได้ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต่อมาได้หันมาทำไร่กาแฟสู่ธุรกิจโกอินเตอร์ ด้วยการพลิกพื้นที่ดินว่างเปล่าจำนวน 200 ไร่ที่บ้านเกิดใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม โดยการปรับปรุงสภาพดิน

หลังจากนั้นจึงเริ่มทดลองปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งนำมาจากพื้นที่จังหวัดเลย เพราะมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และดูแลง่าย เมื่อปี 2555 โดยนำมาทดลองปลูกขยายพันธุ์ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกต้นกาแฟ ประมาณ 50 ไร่ หรือประมาณ 1,000 ต้น อยู่ระหว่างการขยายพันธุ์ต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จ สามารถเก็บผลผลิตส่งออกขาย และผลิตเป็นกาแฟได้ 

ทั้งนี้ เราได้ทดลองทำฟาร์มชะมดควบคู่ไปด้วย โดยเริ่มต้นจากการนำชะมดพันธุ์พื้นบ้านที่ชาวบ้านหาได้ตามป่า มาขยายพันธุ์ ซึ่งชะมดเป็นสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง สามารถเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ไม่ผิดกฎหมาย และกำลังหายาก และมีคุณสมบัติพิเศษคือ จะเป็นสัตว์ที่มีต่อมน้ำหอม เพื่อปล่อยสร้างอาณาจักร ตามตัวไม่มีกลิ่นเหม็นคาว และชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณสมบัติพิเศษเป็นยาเสริมสร้างสมรรถภาพ

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับการศึกษาทางวิชาการ พบว่าปัจจุบัน กาแฟขี้ชะมด กำลังเป็นที่นิยมของตลาด ต้นตำรับอยู่อินโดนีเซีย กาแฟที่เกิดจากขี้ชะมด จะเป็นการเพิ่มมูลค่ากาแฟ ทำให้กาแฟมีคุณภาพ มีรสชาติอร่อยกว่ากาแฟทั่วไป และยังมีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม มีคุณสมบัติ โปรตีนสูง คาเฟอีนต่ำ และยังสามารถช่วยรักษาโรคความจำเสื่อมอัลไซเมอร์ได้ดี ถือเป็นกาแฟเพื่อสุขภาพ ไม่มีฤทธิ์กดประสาท สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว อีกทั้งส่วนหนึ่ง ชะมด จะเป็นส่วนในการคัดกรองสารต่างๆ ก่อนขับถ่ายออกมา และนำไปแปรรูปชงเป็นกาแฟ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กาแฟมีคุณสมบัติพิเศษมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญจะต้องเป็นฟาร์มแบบเปิด เน้นความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยธรรมชาติของต้นกาแฟ จะเริ่มให้ผลเมื่ออายุราว 2 ปีขึ้นไป และจะมีผลสุกในช่วงฤดูหนาวของทุกปี จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการผลิตกาแฟขี้ชะมด เนื่องจากเราทำฟาร์มชะมด ไว้ในที่เดียวกันกับไร่กาแฟ ซึ่งธรรมชาติของชะมดจะชอบทานผลไม้สุก ชอบนอนกลางวัน และหากินอาหารในช่วงกลางคืน จากนั้นชะมดจะกินลูกกาแฟเข้าไป และขับถ่ายออกมาตามธรรมชาติ

จากนั้นเราจะไปเก็บเมล็ดกาแฟที่เป็นขี้จะมดมาผ่านกระบวนการผลิต ตากแดดให้แห้งได้ที่ ประมาณ 20-30 วัน ก่อนนำมาแกะเอาเมล็ดกาแฟไปคั่ว และนำไปบดชงเป็นกาแฟขี้ชะมดที่มีคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันราคากาแฟขี้ชะมดถือว่ามีราคาสูง เพราะใช้กระบวนการผลิตนาน และมีคุณสมบัติพิเศษ ตามร้านทั่วไปจะขายประมาณแก้วละ 400-500 บาท

ปัจจุบันเรามีร้านกาแฟในฟาร์ม และมีสาขาใน กทม. ในชื่อ บลูโกลด์ คอฟฟี่ รวมถึงมีผลิตภัณฑ์กาแฟชะมด เป็นกาแฟสำเร็จรูปแบบชง เป็นกิ๊ฟเซตของฝาก ราคาตั้งแต่ 1,000–2,000 บาท มีกาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ขวดละ 50 บาท กำลังเตรียมวางขายตามร้านสะดวกซื้อ และมีสบู่สครับผลิตจากกากกาแฟ บำรุงผิวด้วย ก้อนละ 100 บาท

นอกจากนี้ กาแฟขี้ชะมดที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป จะมีราคาสูงประมาณกิโลกรัมละ 20,000–30,000 บาท ซึ่งปัจจุบันมีออเดอร์ส่งต่างประเทศรับไม่อั้น ไป เกาหลี อังกฤษ แต่กำลังการผลิตเรายังไม่พอ สร้างรายได้เดือนละเป็นหลายล้านบาท ยิ่งในอนาคตหากเพิ่มกำลังการผลิตได้ ยิ่งจะทำรายได้มากขึ้น

เพาะเลี้ยงชะมด

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า การดูแลชะมดนั้นได้เริ่มเลี้ยงแบบธรรมชาติภูมิปัญญาชาวบ้าน ลองผิดลองถูกมา จนสามารถดูแลขยายพันธุ์เองได้ โดยธรรมชาติชะมด จะมีอายุประมาณ 2-3 ปี จะผสมพันธุ์ได้ ตั้งท้องประมาณ 50-60 วัน คลอดลูกออกมาแม่พันธุ์ละ 4-5 ตัว มีอายุยาวประมาณ 10 ปี ปัจจุบันในฟาร์มเราเลี้ยงครบวงจร มีประมาณกว่า 500 ตัว รวมถึงมีคอกขยายพันธุ์ อนุบาล ครบวงจร สามารถขยายพันธุ์ได้เอง

นอกจากนี้ เรายังมีทีมแพทย์เข้ามาดูแลเรื่องโรคด้วย ในอนาคตต้องการที่จะเปิดเป็นฟาร์มเกษตรไร่กาแฟตัวอย่างครบวงจร ในการทำการเกษตร ที่สำคัญจะต้องเป็นเกษตรปลอดสารพิษ เนื่องจากกาแฟที่ปลูกจะต้องดูแลด้วยปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น เพราะหากมีสารพิษเจอปน ชะมดจะป่วยตายทันที

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตสิ่งที่คาดหวังที่สุด ต้องการให้เป็นไร่กาแฟฟาร์มชะมดตัวอย่าง ที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้ในการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ หันมาศึกษาทดลอง นำกาแฟไปปลูก เพราะเรามีเบี้ยกาแฟจำหน่าย ต้นละ 20-30 บาท จากนั้นเราจะประกันราคารับซื้อเข้าโรงงาน เพราะจะมีการวางแผนทำโรงการกาแฟครบวงจร เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มจากการทำไร่ ทำนา เนื่องจากกาแฟ ปกติจะสามารถเก็บผลิตได้ปีละครั้ง ในช่วงฤดูหนาว

ส่วน ผลกาแฟที่เหลือจากชะมดกิน เราจะเก็บมาแปรรูป ส่งโรงงาน และในการดูแลช่วงไม่ใช่ฤดูเก็บผลิตผลิตกาแฟ จะมีการจัดหาผลไม้ทั่วไปเลี้ยงชะมด รอจนกว่าถึงฤดูกาลลูกกาแฟสุก ไม่เพียงเท่านี้ต้องการที่จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ศึกษาขั้นตอนการเลี้ยงชะมด วิถีชีวิตชะมด เพราะเป็นสัตว์ป่าเริ่มหายาก และมีความเชื่องน่ารัก เป็นแหล่งศึกษาการผลิตกาแฟขี้ชะมด

นอกจานี้ เราเตรียมนำสัตว์เลี้ยงหลายชนิดที่หาดูยากมาเลี้ยงไว้ในฟาร์ม อาทิ ม้าสวยงาม ม้าแคระ แพะ แกะ ซึ่งในอนาคตจะทำเป็นฟาร์มเกษตรท่องเที่ยว แบบโฮมสเตย์มีที่พักผ่อน รับประทานอาหาร เป็นสวนสัตว์ขาดเล็กครบวงจร กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม ในอนาคต คาดว่าในปลายปี 2560 จะสมบูรณ์แบบ