วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรียกร้องสร้างอนุสาวรีย์สามเณรปลื้ม สละชีวิตปกป้อง"วัดวังตะวันตก"

ชาวพุทธเมืองคอน บอกน่าจะสร้างอนุสาวรีย์สามเณรปลื้มไว้ในวัดวังตะวันตก ในฐานะที่เณรเป็นผู้เสียสละชีวิตปกป้องวัดไว้จากมารศาสนาที่มาเกาะกิน เชื่อเงินวัดและเงินในบัญชีอดีตเจ้าอาวาสร่วม 40 ล้านไม่เหลือแล้ว ยังดีที่มีอดีต ขรก.ชั้นผู้ใหญ่เก็บเงินกฐินครั้งล่าสุดไว้กว่า 1 ล้าน...   


วันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน คดี “สามเฌรปลื้ม” หรือนายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี ที่ถูกฆ่าโบกปูนฝังไว้ในวัดวังตะวันตก อ.เมืองนครศรีธรรมราช นำมาซึ่งการจับกุม น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว อายุ 40 ปี นายเด่นชัน ภูมินิยม สามี น.ส.บิว ซึ่งเข้ามาจัดการผลประโยชน์ภายในวัด และพวกรวม 5 คน รวมถึงมีการเรียกร้องของพุทธศาสนิกชนให้ตรวจสอบเงินรายได้ของวัดย้อนหลังว่ามีจำนวนเท่าใด หายไปเท่าใด ถูกโอนไปให้ใคร ทั้งนี้คาดว่าจะมีวงเงินสูงถึง 40 ล้านบาทเลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.60 พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ. 41 สั่งการให้กำลังทหารของมณฑลทหารบกที่ 41 เข้าไปช่วยฟื้นฟู ปรับปรุง และจัดความเรียบร้อย ภายในวัดวังตะวันตก อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวัดที่เกิดคดีโหด กลุ่มคนร้ายร่วมกันฆ่าแล้วฝังร่างของสามเณรปลื้มไว้ในวัด ทั้งการปรังปรุงอาคาร สถานที่ การปรับภูมิทัศน์ พร้อมกันนี้ทหารยังช่วยสนับสนุนการจัดระเบียบ ร้านค้า แผงพระ และอื่นๆ ด้วย นอกจากนั้นยังมีนักเรียน นักศึกษา ของสถาบันอุดมศึกษา และสถาบันอาชีวศึกษาในจังหวัด ที่เสร็จจากการเรียนพิเศษ ได้พากันเดินทางมาสมทบกับทหาร ช่วยกันปรับปรุงพัฒนาวัดด้วย

นายสมเดช แสงสุริวงศ์ ชาวบ้านที่ทำงานอยู่ใกล้กับวัด กล่าวว่า นอกเหนือจากการเข้ามาช่วยเหลือวัดของทางทหารแล้ว ตนและชาวบ้านจำนวนไม่น้อยอยากให้มีการจัดสร้างรูปปั้นของสามเณรปลื้ม นำมาตั้งไว้ภายในวัด เพื่อเป็นการระลึกถึงสามเณรผู้นี้ ให้ชาวพุทธได้รับรู้ว่า ในครั้งนี้ชีวิตของสามเณรรูปนี้ได้สังเวยไปเพื่อให้ความจริงกระจ่างและปราฏออกมา ถือเป็นความดีอย่างหนึ่งที่เป็นบุญคุณต่อวัดต่อชาวบ้านที่นี่

นายสมเดชกล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตนได้เคยเข้ามาช่วยงานของวัดมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เป็นกรรมการวัด ก่อนที่ทีมของ น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว อรุณสกุล จะเข้ามา วัดมีเงินอยู่ราว 40 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันน่าจะไม่มีเงินหลงเหลือแล้ว เนื่องจากถูกโยกถูกโอนย้ายถ่ายเทไปจนหมด แม้กระทั่งบัญชีของอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งตนเชื่อว่าอดีตเจ้าอาวาสก็ไม่เหลือเงินอยู่เลย

อย่างไรก็ตามยังนับว่ามีความโชคดีอยู่บ้าง ที่ล่าสุด มีอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งและคณะ ได้เก็บเงินจากการทอดกฐินครั้งหลังสุดของวัดเอาไว้ มีเงินอยู่กว่า 1 ล้านบาท ซึ่งอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และญาติโยมในละแวกวัด ได้นำไปฝากธนาคารไว้ แจ้งให้กับเจ้าอาวาสรูปใหม่ทราบแล้ว โดยระบุว่าวัดสามารถนำเงินมาใช้ในกิจการของวัดได้ทุกเวลา เหตุที่อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้และชาวบ้านนำเงินที่ได้จากการทอดกฐินไปฝากธนาคารไว้ เนื่องจากไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมของ น.ส.ปิยฉัตร และนายเด่นชัย ภูมินิยม ไวยาวัจกรของวัดในขณะนั้น ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ปิยฉัตร.