วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุจริต-กล้าหาญ-ไร้อคติ

เป็นไปตามความคาดหมาย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 177 ต่อ 1 เสียง ผ่านร่าง พ.ร.บ.ที่จะมีผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ้นจากตำแหน่งทั้ง 5 คน เพื่อให้มีการแต่งตั้ง กกต.ชุดใหม่ โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ คาดว่าเหยื่อรายต่อไปจะได้แก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

น่าสังเกตว่าการโละ กกต.ทั้งคณะครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากแม่น้ำ 5 สายอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และสมาชิก สนช. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังพูดถึงเรื่องนี้ แต่ปฏิเสธว่าการเซ็ตซีโร่ กกต. ไม่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ

ก่อนการลงมติ สมาชิก สนช. เสียงข้างน้อยท่านหนึ่งอภิปรายว่า โกรธ กกต. เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าจึงรังแกเขา และถามว่าจะโละทุกองค์กรหรือไม่ หรือจะโละเฉพาะที่ไม่ใช่พวก ขณะที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงว่า หาก กกต.ชุดใหม่มาจากแม่น้ำ 5 สาย ถ้าเกิดมีพรรค การเมืองที่อิงอยู่กับแม่น้ำ 5 สาย เข้าสู่สนามการเลือกตั้งด้วย จะเป็นประเด็นการเมือง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พูดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ไม่ได้ถามตรงๆว่าถ้า กกต.ชุดใหม่มาจากแม่น้ำ 5 สาย จะวางตัวเป็นกลางได้หรือไม่? หากมีพรรคที่อิงแม่น้ำ 5 สายเข้าสู่การเลือกตั้ง จะวางตัวอย่างไร เพราะเป็น “ปลาน้ำเดียวกัน” เพราะเคยมีตัวอย่างในอดีตที่อำนาจการเมืองเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ รวมทั้ง กกต.เพื่อเอื้อการเลือกตั้ง

มีคำถามว่าจะโละทุกองค์กรอิสระหรือไม่? เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติทำไมจึงเจาะจง กกต.กับ กสม. ทั้งๆที่องค์กรอื่นก็มีปัญหา ตัวอย่างเช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะครบวาระ 5 คน และกรรมการ ป.ป.ช.ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่ ถึง 8 ใน 9 คน มีคำตอบทำนองว่าขึ้นอยู่กับกฎหมายลูกเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆหรือขึ้นอยู่กับ สนช.กับใคร?

แสดงว่ารัฐธรรมนูญไม่มีบทบัญญัติคุ้มครององค์กรอิสระ แต่เปิดช่องให้ สนช.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช.จะโละหรือไม่โละทิ้งก็ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ องค์กรอิสระจะมีหลักประกันอะไร ในการตรวจสอบการใช้อำนาจของทุกฝ่าย ดังที่รัฐธรรมนูญระบุว่า “การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระต้องเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม กล้าหาญและปราศจากอคติทั้งปวง”

หากรัฐบาลและคสช. มีความจริงใจที่จะปฏิรูปประเทศในทุกด้าน รวมทั้งปฏิรูปการเมืองให้ก้าวสู่ประชาธิปไตยที่แท้ เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมจะต้องไม่ให้ใครเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้น การปฏิรูปการเมืองจะล้มเหลวติดกับดักลัทธิตรง กันข้ามกับประชาธิปไตย.