บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปฝากขัง7 ได้ประกันตัว2 ฝ่ายคนซื้อ

อาวุธทางปณ. ทหารฝ่ายขาย ถูกขังทั้งหมด

ฝากขังเครือข่ายค้าอาวุธส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ตำรวจคัดค้านประกันตัวเกรงหลบหนี กลุ่มพลเรือนคนซื้อกระสุนศาลอาญาให้ประกัน 2 คน ที่เหลือ 5 คน ส่งขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่ศาลทหารสั่งคุมกลุ่มทหารนอกแถว 6 นาย ส่งขังเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 นครปฐม กองปราบฯลุยอายัดตัวผู้ต้องหาที่เหลือดำเนินคดีอีกชุด

ตำรวจกองปราบฯ คุมทหารนอกแถวและพลเรือนแยกฝากขังสองศาล กลุ่มแรกพลเรือน 7 คน นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 10 มิ.ย. พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ควบคุมตัวนายสิทธิชัย ทองเชื้อ นายเกษมสุข นามศรี นายณัฐพล อยู่ยืด นายณัฐพงศ์ ทองคำพันธุ์ นายศักดิ์สิทธิ์ จันทาป นายประชิดชัย สุดสกุล และ ส.ต.ต.กฤตภาส ยิ้มละมัย ผู้ต้องหากระทำผิดข้อหา ซื้อและครอบครองเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต ให้ได้ ขอฝากขังผัดแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 10—21 มิ.ย.60 เนื่องจากต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางและประวัติอาชญากร โดยแยกคำร้องฝากขังเป็นรายบุคคล

กรณีผู้ต้องหาทั้ง 7 คน สั่งซื้อเครื่องกระสุนปืนและระเบิดทางแอพพลิเคชันเฟซบุ๊กและไลน์จาก ส.อ.ธนาภรณ์ บุญกาญจน์ เจ้าหน้าที่คลังอาวุธ สังกัดกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน 1. รอ.) ให้จัดส่งของกลางเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไปยัง ที่อยู่ของผู้ต้องหาทั้ง 7 ทางพัสดุไปรษณีย์ผ่านบริการของบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เจ้าหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง โดยพฤติการณ์กระทำผิดของนายเกษมสุข นามศรี สั่งซื้อวัตถุระเบิดเอ็มเค 2 และเอ็ม 67 รวม 4 ลูก ขณะที่ผู้ต้องหารายอื่นสั่งซื้อเครื่องกระสุนปืนเอ็ม 16 คนละประมาณ 100-200 นัด ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 7 แล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง

ต่อมาญาติของ ส.ต.ต.กฤตภาส นายณัฐพล นายประชิดชัยและนายณัฐพงศ์ ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์โฉนดที่ดินและเงินสดขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 4 ศาลพิเคราะห์หลักประกันของ ส.ต.ต.กฤตภาสและนายณัฐพลแล้ว เห็นว่าไม่น่าเชื่อถือเมื่อนายประกันไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับศาลอาญา ให้ยกคำร้อง ส่วนนายประชิดชัยและนายณัฐพงศ์เห็นว่า หลักทรัพย์มีความน่าเชื่อถือ อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองตีหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาท ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คน ไม่ได้ยื่นขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหา 5 คน ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ขณะที่ผู้ต้องหากลุ่มทหาร 6 นายถูกพนักงานสอบสวน บก.ป.คุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร ประกอบด้วย ร.ท.สันติ นามวิเศษ จ.ส.อ.ประดิพัทธ์ เสน่ห์ดี จ.ส.อ.ฉัตรชัย เอี่ยมสมบูรณ์ ส.อ.ธนากรณ์ บุญกาญจน์ ส.อ.สุทธิโชค ไพเราะ และพลทหารสกลนที พรหมทอง แยกคำร้องฝากขังออกเป็น 4 สำนวนตามพฤติการณ์กระทำผิด ในข้อหาจำหน่ายวัตถุระเบิด และจัดซื้อวัตถุระเบิด มีอาวุธปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียน ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ไปผัดฟ้องฝากขังครั้งแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 10—21 มิ.ย.60 ทั้งนี้ ตุลาการพระธรรมนูญพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขัง และให้ส่งผู้ต้องหาทั้ง 6 ไปควบคุมที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 จ.นครปฐม

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุม ส.อ.ธนากรณ์ ลักลอบค้าอาวุธ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าลักลอบนำเครื่องกระสุนและระเบิดมาจากหน่วยที่สังกัดเพื่อจำหน่าย กระทั่งขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ซื้อผู้ขายอาวุธสงครามครั้งนี้ นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 13 คนที่ถูกฝากขังแล้ว เจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายวิษณุ จันทร์เพ็ญ โดยทาง สภ.บางแก้ว จ.สมุทร-ปราการ อายัดตัวไปดำเนินคดี นอกจากนี้ ผู้ต้องหาที่กระทำผิดที่เหลือได้แก่ นายอิสระ อินทร์จันทร์ ถูกดำเนินคดีที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายนเรนทร์-ฤทธิ์ ทองสีทอง ถูกดำเนินคดีที่ สภ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ส.อ.พลหงษ์ศาสน์ เสนาวงษ์ ถูกดำเนินคดีที่ จ.พิษณุโลก พนักงานสอบสวน บก.ป.จะอายัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 มาดำเนินคดีต่อไป