วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุ้ม‘นักธุรกิจยุ่น’ ซ้อมโหด แก๊งญี่ปุ่นรีดเงิน

จับขึงพืดไม้เบสบอลตีขาหัก มีบัญชีแค้นมาจากบ้านเกิด! ช่วยทันเกือบโดนฆ่าปิดปาก

ตำรวจ สน.ทองหล่อ สนธิกำลังตำรวจสืบ 5 และ บก.ทท. ช่วยชีวิตนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ถูกเพื่อนร่วมชาติอุ้มไปทรมานรีดบังคับเอารหัสบัตรเครดิตเพื่อกดเงิน 20 ล้านเยน ไม่สำเร็จโดนจับเสียก่อน เหยื่อถูกตีขาด้วยไม้เบสบอลจนหัก แถมถูกพันธนาการผ้าปิดตา นอนอิดโรยอยู่บนเตียงในอพาร์ตเมนต์ย่านซอยเอกมัย 23 พบปมเหตุจากความแค้นปัญหาเก่าที่บ้านเกิด แฉหนึ่งในกลุ่มคนร้ายนิ้วก้อยกุดเหมือนสมาชิก “ยากูซ่า” เตรียมฆ่าปิดปาก อำพรางศพ หลังพบใบเลื่อย ถุงดำ ผ้ายางกันเปื้อน

รวบแก๊งยุ่นอุ้มเพื่อนร่วมชาติไปทรมานรีดทรัพย์ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ต.สุธีร์ เณรกัณฐี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก. 6 บก.ทท. สนธิกำลังตำรวจชุดสืบสวน บก.ทท. กก.สส.บก.น.5 และ สน.ทองหล่อ เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 719 ชั้น 7 อพาร์ตเมนต์ แกรนด์ ไฮเทค ทาวเวอร์ ซอยเอกมัย 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เพื่อช่วยเหลือนายวาตานาเบ ซินามิ อายุ 56 ปี นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เจ้าของบริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ ในสภาพอิดโรยถูกจับขึงพืดมัดด้วยสายไฟอยู่บนเตียงนอน มีผ้าดำคาดหน้า พบร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ที่ขาขวาถูกของแข็งทุบตีจนหัก ตำรวจต้องรีบส่งตัวไปรักษาที่ รพ.บำรุงราษฎร์ นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม 3 ผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่นอยู่ภายในห้อง ประกอบด้วยนายมาซาโตะ โคบาริ อายุ 49 ปี นายเลโอ ซูรุโซเอะ อายุ 41 ปี นายคิโยโตะ มิยาตะ อายุ 57 ปี ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมติดต่อสถานทูตญี่ปุ่นให้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมสอบสวนผู้ต้องหา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ภรรยาชาวไทยและเพื่อนของนายวาตานาเบ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทองหล่อ ว่านายวาตานาเบหายตัวไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. หลังเดินทางไปพบกับนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพื่อนร่วมชาติ เชื่อว่าน่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น หลังรับแจ้งตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ บก.ทท.และ กก.สส.น.5 ลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งพบ 1 ในกลุ่มคนร้ายขับรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน 5 กฆ 2491 กรุงเทพมหานคร มาซื้อของภายในซอยสุขุมวิท 26 ชุดสืบสวนจึงสะกดรอยติดตามจับกุมคนร้ายได้ในซอยสุขุมวิท 49 ก่อนขยายผลช่วยชีวิตเหยื่อรายนี้ไว้ได้

พล.ต.ต.สุธีร์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบนายวาตานาเบผู้เสียหายรายนี้เคยมีเรื่องขัดแย้งกับผู้รับเหมาชาวญี่ปุ่นด้วยกัน เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โดยนายวาตานาเบเป็นตัวกลางติดต่อว่าจ้างกลุ่มผู้ต้องหารับช่วงงานตกแต่งต่อเติมบ้านลูกค้าที่ประเทศญี่ปุ่น แต่งานเสร็จไม่ทันตามสัญญา ทำให้กลุ่มคนร้ายต้องเสียค่าปรับวันละ 1 หมื่นเยน หรือประมาณ 3 พันบาท นอกจากนี้ นายเลโอ 1 ในผู้ต้องหา ยังยักยอกทรัพย์สินเจ้าของบ้านไป 15 ล้านเยน หรือประมาณ 5 ล้านบาท ก่อนนายวาตานาเบแจ้งความดำเนินคดีจนถูกตำรวจญี่ปุ่นออกหมายจับ ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีเข้าประเทศไทย กระทั่งทั้งสองฝ่ายมาเจอกันอีกครั้ง ฝ่ายผู้ต้องหายังมีความแค้นจากเรื่องเดิมจึงควบคุมตัวนายวาตานาเบไว้เพื่อทรมานรีดเอาทรัพย์สิน ทั้งหมดอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล

ต่อมาเวลา 11.15 น. วันที่ 10 มิ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีนี้ที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมตำรวจญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มีการนำของกลางประกอบด้วย ธนบัตรไทย ประมาณ 50,000 บาท เงินเยนญี่ปุ่นอีกจำนวนหนึ่ง เชือกไนลอนสีเขียว 2 เส้น ไม้เบสบอลสีดำ 1 อัน กุญแจมือ 3 อัน ปืนลูกโม่เทียม 1 กระบอก รถเข็นวีลแชร์ 1 คัน และอื่นๆอีกหลายรายการ ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ แต่ไม่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาแถลงข่าวแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นพบกลุ่มคนร้ายทำร้ายร่างกายเหยื่อบังคับเอารหัสบัตรเครดิตเพื่อไปกดเงิน 20 ล้านเยน หรือประมาณ 6 ล้านบาท แต่ยังไม่ทันได้ไปกดถูกตำรวจจับเสียก่อน สำหรับมูลเหตุนั้นพบมาจากความขัดแย้งเรื่องปัญหาการรับจ้างต่อเติมบ้านที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน จนเป็นคดีความแม้เวลาจะผ่านมานาน แต่นายวาตานาเบ ยังไม่ยอมเลิกรา นายเลโอจึงร่วมกับผู้ต้องหาอีกสองคน วางแผนล่อให้ผู้เสียหายออกมาเจอกันที่ย่านแจ้งวัฒนะ ก่อนอุ้มไปกักขังเพื่อต้องการสั่งสอนไม่ให้มาตาม รังควานพร้อมทรมานบังคับรีดเอาทรัพย์สิน ส่วนเลื่อยที่พบในห้องเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่านำมาใช้เลื่อยไม้เพื่อดามขาของนายวาตานาเบ หลังถูกนายเลโอใช้ ไม้เบสบอลทุบตีจนขาขวาหักและเตรียมรถเข็นวีลแชร์ไว้ให้ ประเด็นนี้ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่ม

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันทำร้ายร่างกาย โดยนายเลโอปฏิเสธเซ็นชื่อในชั้นจับกุมขอให้การในชั้นสอบสวน นายคิโยโตะให้การปฏิเสธทุกข้อหา ส่วนนายมาซาโตะปฏิเสธข้อหาปล้นทรัพย์ แต่รับสารภาพในข้อหาที่เหลือ คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอน

รายงานข่าวแจ้งว่า นายเลโอเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่เดือน เม.ย. มีการวางแผนเตรียมก่อเหตุโดยเฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายวาตานาเบที่เป็นนักธุรกิจค่อนข้างมีชื่อเสียง ก่อนว่าจ้างนายมาซาโตะ ให้เป็นบอดี้การ์ด เดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกัน ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว เมื่อเข้ามาประเทศไทยได้ ว่าจ้างนายคิโยโตะที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมาขับรถ ในราคา 6 หมื่นบาทต่อเดือน เมื่อได้จังหวะนายเลโอ จึงให้นายคิโยโตะ โทรศัพท์คุยกับผู้เสียหายหลอกให้มาพบก่อนนำตัวไปกักขังไว้ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. โดยให้โทรศัพท์ติดต่อภรรยาชาวไทยเพียงวันละ 1 ครั้ง เพื่อประวิงเวลา ทั้งนี้ ภรรยาชาวไทยระบุกับชุดสืบสวนหลังเข้าแจ้งความในวันที่ 7 มิ.ย. ว่านายวาตานาเบสนทนาทางโทรศัพท์มีน้ำเสียงอ่อนล้ามาก ชุดสืบสวนทั้งของ สน.ทองหล่อ กก.สส.บก.น.5 และ บก.ทท.จึงต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะหากช้าเกินไปนายวาตานาเบอาจเสียชีวิต กระทั่งพบ 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาเช่ารถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน 5 กฆ 2491 กรุงเทพมหานคร ที่ติดตั้งระบบจีพีเอส แสดงพิกัดอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 49 จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ก่อนจับกุมนายคิโยโตะไว้ได้ นำตัวมาเค้นสอบจนสามารถช่วยเหลือนายวาตานาเบ ไว้ได้ในสภาพดังกล่าว นอกจากนี้ตรวจสอบภายในห้องที่เจอร่างนายวาตานาเบ พบคนร้ายจัดเตรียมอุปกรณ์ประเภทใบเลื่อย ถุงพลาสติกดำและแผ่นผ้ายางรองกันเปื้อน คาดว่าหลังจากรีดทรัพย์จากเหยื่อสำเร็จ กลุ่มคนร้ายอาจเตรียมฆ่าเหยื่อปิดปากพร้อมอำพรางศพ ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ นอกจากนี้ ระหว่างสอบสวนขยายผลชุดจับกุมยังพบที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของนายมาซาโตะถูกตัดหายไปและมีรอยสักคล้ายกับการเป็นสมาชิกแก๊งยากูซ่า แต่เมื่อตรวจสอบชื่อไม่พบในฐานข้อมูลคนร้ายของตำรวจญี่ปุ่น เชื่อว่าอาจเป็นสมาชิกปลายแถว