บริการข่าวไทยรัฐ

สลด! โลมาเกยตื้นเสียชีวิตที่พังงา หวั่นลูกอย่าตายในท้อง

ภาพจาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเขาหลัก

โลมาฟราเซอร์เกยตื้นเสียชีวิตหาดเขาหลัก สัตวแพทย์เผยเป็นโลมาพันธ์ุหายาก ต้องภาวนาอย่าให้มีลูกอยู่ในท้อง เพราะลูกจะเสียชีวิตตามด้วย

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.60 นายสุรชัย คล่องการ เจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ภัยเขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้รับแจ้ง จาก สภ.เขาหลักว่า พบโลมาเกยตื้นบริเวณชายหาด ม.3 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสมาชิกกู้ภัยเขาหลัก พบ โลมาสีเทาดำ ท้องสีเทาขาว ลำตัวอ้วน จะงอยปากมีขนาดใหญ่แต่สั้น ครีบหางและครีบข้างมีขนาดเล็กปลายแหลม มีครีบหลังขนาดเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งอยู่กลางลำตัว มีความยาวตั้งแต่ปากถึงหาง 2.30 เมตร มีขนาดรอบตัว 1.08 เมตร น้ำหนักมากกว่า 80 กิโลกรัม

เจ้าโลมามีสภาพผิวหนังเริ่มแห้ง ตามีสีใส ไม่พบบาดแผลตามตัว จึงนำโลมาไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เขาหลัก ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปยัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เพื่อหาสาเหตุการณ์เสียชีวิตต่อไป

ด้าน สัตวแพทย์หญิง ชวัญญา เจียกวธัญญ สัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบจากภาพถ่ายพบว่า โลมา ดังกล่าวเป็นโลมาสายพันธุ์ ฟราเซอร์ เพศเมีย อายุประมาณ 8-10 ปี สามารถเริ่มต้นเจริญพันธุ์ได้ตั้งแต่ 7-10 ปี จึงจำเป็นที่จะต้องนำร่างของโลมา ทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต และขออย่าให้มีลูกอยู่ด้านใน

สัตวแพทย์หญิงกล่าวต่อว่า โลมาชนิดนี้ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ่มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535 และ ไซเตส(CITES) ชอบรวมกลุ่มกันขนาดใหญ่ จำนวน 400-500 ตัว ในทะเลลึกเขตร้อน และพบรวมกลุ่มกับชนิดอื่น เช่น วาฬหัวแตงโม วาฬนำร่อง โลมาริสโซ โลมาลายจุด และโลมากระโดด มีนิสัยขี้อาย เข้าใกล้ได้ยาก และจะว่ายน้ำหนีเรือ จึงทำให้ไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งนัก ในประเทศไทยพบการเกยตื้นมาแล้วในจังหวัด ภูเก็ต ตรัง และ สตูล.