วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิพิฏฐ์ ซัด สนช.สภาฝักถั่ว หวั่น กกต.ใหม่ ถูกมองไม่เป็นกลาง

"นิพิฏฐ์" ซัด สนช.สภาฝักถั่ว หวั่น กกต.ใหม่ ถูกมองไม่เป็นกลาง เปรียบ กติกา-กรรมการเอียง เหตุใช้อำนาจเกินจำเป็น จนสังคมเสพติดอำนาจเชื่อทำรัฐบาลปกติไม่สามารถบริหารงานได้

วันที่ 10 มิ.ย. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสนช.มีมติ 161 เสียง เซตซีโร่ กกต.ชุดนี้ว่า เหตุผลข้ออ้างที่ใช้เซตซีโร่ กกต.ยังฟังไม่ขึ้น แม้คนจะคล้อยตาม ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย จะพูดเบิกทางว่า ไม่อยากให้มีสภาวะปลาสองน้ำ ซึ่งเป็นการเล่นโวหาร จึงต้องถามกลับว่า ปลาน้ำเดียว มีดีกว่าปลาสองน้ำอย่างไร ทั้งที่ข้อเท็จจริงปลาสองน้ำ ราคาดีกว่าปลาน้ำเดียว จึงเป็นการใช้โวหารพูดดักคอไม่ให้คนคิดต่อ ไม่ให้เกิดปัญญา เพราะจะฉลาดและควบคุมยาก ถือเป็นลักษณะปกติของคนที่อยู่ในอำนาจนิยม แม้จะมีมติ เซตซีโร่ ไปแล้วก็ยังไม่เห็นมีเหตุผลที่มีน้ำหนัก ชี้แจงตอบสังคมให้หายแคลงใจได้ และไม่แปลกในที่สนช.จะเป็นสภาฝักถั่ว กดปุ่มสั่งได้

ทั้งนี้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ สังคมจะเกิดข้อครหาว่า กกต.ชุดใหม่ จะถูกครอบงำจากผู้มีอำนาจเพื่อรองรับการเลือกตั้งในอนาคต โดยมองเป็นอื่นไม่ได้ว่า เพื่อสืบทอดอำนาจ เนื่องจาก รัฐบาลคสช.เอง ก็ไม่เคยพูดกับสังคมให้ชัดเจนว่า จะลงจากอำนาจหรือไม่สืบต่ออำนาจแล้ว เมื่อไหร่ อย่างไร กลับมีแต่ข้อครหาว่า มีการเตรียมพรรค เตรียมผู้สนับสนุนเพื่อการเข้าสู่ตำแหน่ง เช่น กรณี ส.ว.สรรหา 250 เสียง ที่สุดอนาคตก็จะเกิดปัญหาจากข้อครหาว่า กกต.ใหม่ไม่เป็นกลาง

นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า เมื่อกติกาใหม่ไม่เป็นกลาง และได้กรรมการที่ไม่เป็นกลาง ผู้เล่น ผู้แข่งขันในเกมบางคนก็จะหมดกำลังใจ ก็จะเปลี่ยนใจหันมาร่วมอยู่ฝ่ายเดียว ไม่แข่งขันให้เหนื่อยโดยไปอยู่กับฝ่ายผู้มีอำนาจ เหมือนที่ตนเคยเปรียบว่า มีการวิ่งแข่ง 750 เมตร ฝ่ายผู้มีอำนาจไปเริ่มสตาร์ต ที่จุด 250 เมตร แต่ผู้แข่งฝ่ายอื่นๆ ไปเริ่มที่จุดสตาร์ตเริ่มต้น การวิ่งแข่งชนะคนที่วิ่งจากจุด 250 เมตร ก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งเจอกรรมการไม่เป็นกลางอีก จะยิ่งไปกันใหญ่ และก็ไม่หวังว่า คนดูจะประท้วงผลว่าการแข่งขันไม่เป็นธรรม เพราะคนดูส่วนหนึ่งก็อยากให้ฝ่ายผู้มีอำนาจชนะอยู่แล้ว จะเข้าตำราการใช้อำนาจเกินความจำเป็น แม้การเซตซีโร่ ผู้มีอำนาจจะสามารถทำได้ แต่มีความจำเป็นเหมาะสมหรือไม่ เพราะรัฐที่ดีจะใช้อำนาจให้น้อยที่สุด แต่รัฐที่เราเห็นกลับตรงกันข้ามคือ ใช้อำนาจเกินความจำเป็น และจะกระทบต่อสังคม เพราะเมื่อก้าวสู่ประชาธิปไตยแล้ว ระบบปกติจะบริหารแก้ไขปัญหายากมาก เพราะสังคมจะเสพติดการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไปแล้ว จะทำให้ระบบปกติพิกลพิการ ที่สุดจะสร้างปัญหาใหม่ไม่สิ้นสุด" นายนิพิฏฐ์ กล่าว.