บริการข่าวไทยรัฐ

ไพบูลย์ จองกฐิน ขอตรวจสอบ ทุจริตเงินอุดหนุนวัด

ไพบูลย์ นิติตะวัน จองกฐิน ขอตรวจสอบ เจ้าอาวาสวัดดัง อาจส่อร่วมทำผิดทุจริตเงินอุดหนุนวัด เชื่อ มีโกงหักหัวคิวเงินวัด ปี 2556-2559 ร่วม 2,000 ล้าน

วันที่ 10 มิ.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีการร่วมมือกันทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดินของอดีต ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา (พ.ศ.) และพวกที่หักหัวคิวเงินอุดหนุนวัดถึง 75% ของยอดงบฯ ว่า เป็นการร่วมมือทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนให้วัดทั่วประเทศ ของข้าราชการในสำนักพศ. ระหว่างปีงบประมาณ 2556-2559

เบื้องต้น สอบพบผิดปกติแล้วกว่า 60 ล้านบาท โดยตนจะตรวจสอบขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ทั้ง 12 วัด ที่ถูกระบุว่า มีการตรวจพบว่ามีการทุจริตหักหัวคิวเงินของวัด เพราะเห็นว่า เจ้าอาวาสวัดเหล่านี้ น่าจะเข้าข่ายการกระทำความผิดร่วมกัน กับข้าราชการสำนัก พ.ศ.บางส่วน หรืออาจเข้าข่ายให้สินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งงบประมาณเข้าวัดหรือไม่ อันเป็นการทำผิด เพราะการทุจริตจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีการร่วมมือกัน ทั้งเพื่อสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทราบว่า เงินงบประมาณแผ่นดินที่ พศ. ได้รับในระหว่างปีงบประมาณ 56-59 เพื่ออุดหนุนวัดต่างๆ มียอดรวม 4,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะต้องมีการทุจริตงบฯ ส่วนนี้ ไม่ต่ำกว่า 50% ของยอดงบฯ ทั้งหมด ซึ่งเรื่องการโกงเงินวัด หรือร่วมกันทุจริตงบแผ่นดินจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หรือมีแต่จำนวนน้อย หากมีการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ของวัด ตลอดจนบัญชีทรัพย์สินของวัด ที่ผู้ตรวจสอบบัญชีลงนามรับรองได้มาตรฐาน และเปิดเผยต่อสาธารณชนรวมถึงชุมชนที่วัดนั้นๆ ตั้งอยู่ เพราะข้าราชการ พศ. และเจ้าอาวาสวัด จะไม่กล้าร่วมกันทุจริต แต่เมื่อไม่มีการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย หรือทำแต่ไม่ได้มาตรฐาน โดยปกปิดข้อมูลจึงสบช่องทางของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่จะหาประโยชน์โดยการร่วมมือฉ้อโกง ทุจริตเงินแผ่นดินอย่างอุกอาจ รวมถึงผลประโยชน์อื่นใด ที่เกิดจากการใช้ที่ดิน หรือกิจกรรมของวัด เช่น กรณีการฆาตกรรมสามเณร ที่วัดวังตะวันตก จ.นครศรีธรรมราช ก็ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างที่มีให้เห็นแล้ว