วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งาช้างกระเด็นแกะ เสริมพลังด้วยเขี้ยวเสือ

โดย รัก-ยม

“งาช้างกระเด็นแกะ” กับ “เขี้ยวเสือ” เครื่องรางของขลังที่บุณย์พัชรี อัครรุ่งแสนยากร หรือ “แก้ว” เจ้าของร้าน “ครัวแก้ว” ...จังหวัดอุดรธานี ศรัทธาพกติดอยู่กับตัวไม่เคยขาด

“งาช้างกระเด็นแกะ” เชื่อว่ามีไว้บูชาเทวดาจะเมตตา รัก แต่ต้องไม่พูดโกหก ไม่ผิดศีล ส่วน “เขี้ยวเสือ” มีเรื่องของคุณไสย อำนาจ บารมี จะทำอะไรก็สำเร็จโดยง่าย แคล้วคลาดปลอดภัย

แล้วก็ให้ใคร่รู้...ลงลึกในรายละเอียด เพราะเรื่องทำนองอย่างนี้เป็นศรัทธาความเชื่อแต่ละบุคคล ใครจะเชื่อไม่เชื่ออย่างไรก็ตามที แต่อย่าได้ลบหลู่เด็ดขาด

O O O

รู้กันในวงการสุดยอด “เครื่องรางของขลัง” ที่เป็นที่สุด...ความนิยมประดุจดั่งพระเครื่องเบญจภาคี...ใครมีไว้ครอบครองนั่นหมายถึงสุดยอดแห่งความเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร

อันดับสองนั่นก็คือ “เขี้ยวเสือ”...หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เชื่อกันว่า “เสือ” เป็นเจ้าป่า มีฤทธิ์เดช สัตว์น้อยใหญ่เมื่อได้ยินเสียงคำรามจะประหวั่นครั่นคร้าม ป่าจะสุขสงบเงียบ แต่โบร่ำ โบราณครูบาอาจารย์จึงนิยมนำเขี้ยวเสือกลวงมาแกะเป็นรูปเสือ

เปิดบันทึก “อาณาจักร เครื่องรางของขลัง” เล่ม 2 ของ รองศาสตราจารย์นิพัทธ์ จิตรประสงค์ พณ.บ.เกียรตินิยม “ดีมาก” MBA อดีตคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า เขี้ยวเสือกลวงเป็นของวิเศษประเภททนสิทธิ์เช่นเดียวกับ “เขี้ยวหมูตัน”

นิยมนำมาลงอักขระเลขยันต์และหัวใจพุทธาคม...ใช้เป็นเครื่องรางของขลังมีอานุภาพด้านคงกระพัน มหาอุด และใช้ทางมหาอำนาจโดยอานิสงส์ที่ว่า...เสือนั้นเป็นเจ้าป่า

ว่ากันในเรื่องรูปลักษณ์ของเสือของอาจารย์บางท่านดูจะละม้ายคล้ายเสือนั่งชันเข่า มีทั้งอ้าปาก...หุบปาก ดวงตาทำเป็นวงกลม ใต้ฐานส่วนมากจะลงตัวเฑาะขมวดหัว ขมวดหางซ้อนๆกัน เรียกว่า “นะกอหญ้า”

ส่วนที่ใต้คาง ขา ตามลำตัว จะลงเป็นตัวเลขไทย

การเล่นหา “เสือ” จะอาศัยการพิจารณารูปลักษณ์ ศิลปะการแกะของช่าง บวกกับความเก่าของเขี้ยวเสือเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังพบเขี้ยวเสือแกะเต็มเขี้ยวฝีมือสวยงาม ลงอักขระเลขยันต์เต็มไปหมด มีความเก่าแก่ไม่น้อยกว่าเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน แต่ทว่า...

ยังหาสำนักที่แน่นอนไม่ได้ ส่วนมากจะโอนไปเป็นเขี้ยวเสือแกะของหลวงพ่อนก วัดสังกะสี สมุทรปราการ

O O O

“งากระเด็น” หมายถึงงาของช้างสองเชือกที่ต่อสู้กันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า “จ่าโขลง” หรือไม่ก็แย่งตัวเมียกันแล้วต่อสู้กัน สู้กันไปสู้กันมาจนกระทั่งอาจมีปลายงาหักแตกกระจายแล้วตกหล่นกับพื้น...ติดอยู่กับต้นไม้บ้าง เมื่อพรานป่าไปพบไปเจอเห็นช้างสู้กันก็มักจะเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องคอยเฝ้า คอยเก็บเศษงา...ปลายงาที่อาจตกหล่นที่ว่านี้ได้

O O O

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับ “ช้าง” โดยเฉพาะส่วน “งา” สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ เป็นมงคล มีพลัง อำนาจช่วยฝ่าฟันอุปสรรค แคล้วคลาด ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีพลังเอาชนะผู้ไม่หวังดี ศัตรูหมู่มารได้อีกด้วย

และส่วน “หาง” คนโบราณเชื่อว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่สื่อถึงอำนาจ มีไว้จะแคล้วคลาดปลอดภัย และแฝงนัยถึงอำนาจ เป็นเครื่องรางของขลังที่นิยมมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณนานมาแล้ว

ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของงาช้างบันทึกเป็นเรื่องราวของ “ปรศุราม” องค์อวตารวิษณุเทพ ใช้ขวานที่ยืมมาจากพระศิวะขว้างใส่พระคเนศ จนพระองค์ต้องจำใจใช้งาข้างซ้ายรับขวานนั้นเอาไว้ งาข้างนั้นจึงถูกเรียกว่า “งากำจัด” เกิดเป็นเรื่องราวความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์บอกเล่าสืบต่อๆกันมา

การบูชาช้างเสมอเหมือนเป็นการเคารพต่อ เทวดา คนไทยทุกยุคสมัยมีความเชื่อไม่ต่างกัน ที่ว่าการครอบครองงาช้าง โดยเฉพาะช้างไทย จะเหมือนมีองค์ (เทวดา) คอยปกปักรักษา ดังจะ เห็นได้ว่ามีการนำเอางาช้างมาบูชาในวัด นอกจากนี้ยังนิยมมอบเป็นของกำนัลแก่เจ้านายด้วยถือว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ

“เครื่องรางของขลัง”...เป็นของดีที่มีมาแต่โบราณ ครูบาอาจารย์ได้ทำไว้เพื่อเอาไปใช้ได้ โดยเฉพาะ นับตั้งแต่พกติดตัว บูชาอยู่กับบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย หรือร้านค้า ฯลฯ

อาณาจักรนี้กว้างใหญ่ไพศาลยากที่จะเรียนรู้ได้จบสิ้น ลองศึกษากันดูแล้วคุณอาจอยากจะมีติดตัวไว้สักชิ้น เพื่อ...พิสูจน์ศรัทธาความเข้มขลัง.

รัก–ยม