วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฟนเก่าจะกลับมา เลิฟกันใหม่ได้ไหม?

โดย เมอร์ลิน

ถ้าคนเราเคยเป็นแฟนเก่ากันมา คุณคิดว่า คู่นี้จะย้อนกลับมารักกันใหม่ได้อีกไหม? นั่นสินะ เป็นการตั้งคำถามที่ชวนให้หยุดคิดสักนิดอยู่เหมือนกัน เพราะแหม สำหรับคนที่เคยรักกันมาก่อน แต่ต้องมาร้างราห่างหายกันไป จนกลายไปเป็นแฟนเก่าแล้วอย่างนี้ คิดหรือว่ายังจะกลับมารักกันใหม่ได้? ถามจริง

คำถามนี้มีเพื่อนรุ่นน้องเป็นผู้ชายชื่อ “สม” ละกัน เอาชื่อสมมตินะ “สม” (หลายคนคงคิดอยู่ในใจตอนนี้ละสิว่า คงมาจากคำว่า สมน้ำหน้า โอ้ย.....ก็ใช่ เอ้ย ไม่จริ๊ง ไม่จริงค่ะท่านผู้อ่าน) เขาเป็นหนุ่มหน้าตาดี แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นพระเอกละครได้หรอกนะ เขาเล่าเรื่องให้ฟังว่า เคยชอบพอและคบกับน้องบีมานานราว 2 ปี ซึ่งเขารู้สึกว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่มีความสุขมาก

แต่อยู่มาวันหนึ่ง น้องบีต้องไปอบรมอาชีพในต่างประเทศ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก แค่ปีเดียวเอง ทว่าระหว่างนั้นทำให้การติดต่อกันระหว่าง “สม” กับบีกระพร่องกระแพร่งและติดขัด เนื่องจากไม่ได้คุยกันทุกวันเหมือนเดิม การที่คนนึงอยู่ต่างประเทศ “เวลา” ก็แตกต่างกันแล้ว เหตุนี้จึงคิดถึงกันมากในช่วงเวลานั้น ถือเป็นการห่างกันเพื่ออนาคตก็ห้ามไม่ให้ไปไม่ได้เนอะ แล้วในขณะที่ต่างฝ่ายต่างแยกห่างจากกันนี้เอง

บุพเพก็อาละวาดให้ทั้งสองคนมีคนสนิทสนมหน้าใหม่ บีมีบีมที่คุยด้วย เพราะไปฝึกงานในต่างประเทศด้วยกัน ส่วน “สม” ก็มีสาวคนใหม่ชื่อฝน คอยพูดคุยและให้กำลังใจแทนบี

จาก 1 ปีที่คิดว่า บีไปฝึกวิชา แต่ระยะเวลาขยายไปเป็น 2 ปี จนในที่สุด ทั้ง “สม” และบีต่างยิ่งห่างกันออกไปมากขึ้น กระทั่งต่างฝ่ายต่างยอมรับว่า มีคนที่ตัวเองได้พูดคุยและคบหาใหม่แล้ว

ดังนั้น ทั้ง “สม” และบี จึงเลิกกัน ส่วนจะจากด้วยดีหรือจากไม่ดีก็ไม่รู้สิ เพราะ “สม” เล่าให้ฟังว่า บีไม่เชื่อตอนแรกว่า “สม” มีสาวคนใหม่ ส่วนเขาเองก็อ้างว่า บีก็มีคนอื่นเช่นกัน! ว่าแล้วการเลิกกันคราวนี้จึงทะเลาะกันเล็กๆ เพราะต่างก็รู้สึกว่า ตัวเองถูกอีกฝ่ายหักอก จึงต้องหันหน้าไปซับน้ำตากับคนใหม่

หลังจากนั้น 3 ปีผ่านไปไวเหลือเกิน ทั้ง “สม” และบีต่างก็กลายเป็นโสด และมีโอกาสได้เจอกันโดยบังเอิญเพราะต่างคนไปเดินที่ห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวกัน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันซะด้วยสิ พอเดินสวนทางกันอย่างบังเอิญ

ตอนแรกบีก็ไม่คุ้นหน้า “สม” นักหรอก แต่ “สม” สิ กลับจำบีได้แม้เธอจะไว้ผมทรงอื่นที่เขาไม่คุ้นตาแล้วก็ตาม พอเดินสวนกัน ตอนแรก “สม” ไม่ได้ทักบี

ทว่า พอจำได้สักพัก เขาก็หันไปเดินตามบีและทักทายกับเธอ ส่วนบีแม้ยังไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ทัก “สม” ตอบ ทั้ง 2 พูดคุยกันสักพักก็สังเกตว่า ต่างคนต่างไม่ได้พาใครมาด้วย เมื่อ “สม” สงสัย จึงถามบีไปตรงๆว่า อ้าวไม่มี “คนรู้ใจ” มาด้วยหรือ? บีก็ตรงไปตรงมาว่า ไม่มีแล้วคนรู้ใจ “สม” ถึงกับชะงัก

เพราะตัวเขาเองก็เลิกราจากสาวที่เคยคุยด้วยแก้ขัดคนนั้นเหมือนกัน ดังนั้น “สม” จึงชวนบีไปทานเค้กด้วยกัน เพราะรู้ว่าบีชอบ ซึ่งบีก็ไปด้วยแบบไม่คิดอะไร ส่วน “สม” นั้นขอเบอร์มือถือของบี ตอนแรกบีไม่อยากให้แต่คิดว่า เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน คงไม่เป็นไร แต่ “สม” สิ คิดไกลไปว่า จะขอบีกลับมา “รักกันใหม่” แล้วคุณว่า บีจะเซย์เยสหรือเซย์โนน้า?

บอกได้เลยว่า มีความเป็นไปได้ทั้ง 2 กรณีที่บีจะตัดสินใจ จะตอบเซย์เยสก็ได้หรือจะเซย์โนก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะเรื่องในอดีต ถ้าบีไม่อยากเซย์เยส ไม่อยากรับรักจาก “สม” ก็ไม่ได้ทำให้เธอเป็นคนผิด

แต่ถ้าจะรับรักจาก “สม” แล้วกลับมาเป็นแฟนกันอีกครั้ง ก็ได้เช่นกัน เพราะเคยเลิฟกันมาก่อน

ทีนี้มาดู ข้อดีและข้อเสียของการกลับมารักกันใหม่ของแฟนเก่า กันเถอะ ขอออกตัวก่อนว่า เมอร์ลินล่ะเชียร์ให้ทุกคนรักกันอยู่แล้ว ดังนั้น 1.ถ้าแฟนเก่าจะกลับมารักกันใหม่ ก็คล้ายสานต่อความเลิฟที่เคยมีให้แก่กัน เพราะเคยรู้ประวัติและเคยรู้มาแล้วไงว่า อีกฝ่ายชอบอะไรและไม่ชอบอะไร? ฉะนั้นการเอาอกเอาใจกันจึงง่ายกว่าที่จะมาเรียนรู้กันใหม่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับนะว่า คนเราน่ะมีสิ่งใหม่ๆทำให้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ฉะนั้นถ้าแฟนเก่ามีนิสัยเปลี่ยนไป หรือชอบอะไรต่างจากเมื่อก่อนก็จงเรียนรู้ซะ แล้วอย่าคิดในด้านร้ายว่า การเปลี่ยนแปลงของเค้าเป็นเพราะสงสัยมีกิ๊กไรงี้รึเปล่า? โถ หลายคนไม่มีกิ๊กก็เปลี่ยนไปได้ ไม่งั้นทั้งคู่แตกคอกันแน่

2.การกลับมารักกันใหม่ ทำให้เบื่อกันง่ายขึ้นไหม?

เพราะบางคู่พอหันมาเป็นแฟนกันอีก ปรากฏว่า กลับไม่ชอบแบบเดิมๆของตัวตนอีกคน จึงทำให้เกิดความเบื่อขึ้นได้ หรืออยากให้คนเก่าเปลี่ยนไปเป็นคนที่เธอชอบ ตรงข้ามถ้าคู่ไหนไม่รู้สึกอย่างนี้ก็วิเศษไปเลย

3.การกลับมารักกันใหม่ของแฟนเก่า อาจทำให้คุณเสียโอกาสที่ได้พบเจอคนใหม่ ก็ได้ แต่ทั้งนี้ถ้าคนใหม่ไม่ได้ดีเท่าคนเก่า แล้วจะเลือกใครใหม่ทำไมล่ะ.

@@@
เมอร์ลิน