บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตอกย้ำระดับโลก! ยกเหล็กติดลมบน

โดย กัญจน์

ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับการที่ประเทศไทย โดยสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ โฟร์วิงส์ ศรีนครินทร์

เสียงตอบรับจากชาติสมาชิกกว่า 150 ชาติที่มาประชุมงานใหญ่ระดับโลกครั้งนี้ แน่นอนมีแต่ในเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม หากจะต้องประเมินผลงาน จากที่ใช้งบลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท จากการสนับสนุนของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ วงการยกน้ำหนัก วงการกีฬาไทย และประเทศ ได้อะไรจากการประชุม ซึ่งมีวาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ หลัง ทามาส อาจาน ประธานสหพันธ์ฯ คนเดิมทำหน้าที่มาครบวาระ

โดยที่ผลประชุม ทามาส อาจาน ยังได้รับเลือกให้นั่งตำแหน่งประธานสหพันธ์อีกสมัย ไปอีก 4 ปี วงรอบ พ.ศ.2560-2563 ขณะที่ “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ก็ได้ร่วมเป็นทีมงาน ได้รับความไว้วางใจถึงขั้นนั่งเป็นรองประธานสหพันธ์ฯ คนที่ 1 หลังผู้สมัครชิงตำแหน่งจาก 9 ชาติถอนตัว

ในเรื่องนี้ พล.ต.อินทรัตน์บอกว่า ผลจากการที่ไทยเรา ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมครั้งใหญ่นี้นั้น ต้องบอกว่า ได้ประโยชน์หลายด้าน ตั้งแต่การที่ได้เป็นเจ้าภาพประชุม ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือของวงการยกน้ำหนักไทยในระดับนานาชาติยังมีต่อไป

ก่อนหน้านี้ เราทำได้ดีอยู่แล้ว ทั้งการบริหารงานในระดับสหพันธ์ฯ มีคนไทยอยู่ในฝ่ายต่างๆ หรือแม้กระทั่งผลงานของจอมพลังไทยในเวทีโลก ชัดเจนที่สุดก็โอลิมปิกเกมส์ที่มีเหรียญติดมืออยู่ตลอด

“ชาติสมาชิกให้การตอบรับการประชุมครั้งนี้ดีมาก ทั้งรูปแบบการจัดการประชุมที่ได้มาตรฐาน การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ ก็ราบรื่น เรียกว่าทุกฝ่ายยอมรับว่าแฟร์ดี ไม่มีปัญหาอะไร”

ถัดมา การที่ตนได้รับเลือกเป็นรองประธานสหพันธ์ฯ คนที่ 1 ก็จะได้ขยับไปเป็นผู้แทนสหพันธ์ฯนั่งประชุมกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซี ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างต่อเนื่อง ก็จะได้พบปะกับประธานและผู้แทนสหพันธ์กีฬาทั่วโลกอยู่ตลอด

“ในการประชุมที่บ้านเรา ชิง โก๊ะ วู ประธานสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ และ ชอง วัน โช ประธานสหพันธ์เทควันโดโลก ก็เดินทางมาสังเกตการณ์ การที่จะได้ประชุมกับไอโอซี ก็จะได้พบปะกับประธานสหพันธ์กีฬาอื่นๆ ผมก็จะพยายามเชื่อมความสัมพันธ์กับทุกกีฬา

ไม่ใช่แค่ยกน้ำหนัก หากมีโอกาสก็จะช่วยเหลือกีฬาอื่นๆ ของไทย ควบคู่กันไปด้วย ถ้าเรามีเครือข่าย ผลดีต่างๆ จะตามมาอีกมาก ทั้งความสัมพันธ์ที่ดี บางทีอาจได้โค้ชฝีมือดีๆ มาเติมเต็ม ได้รู้จักผู้ตัดสินกีฬาต่างๆ ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าเราจะเอา เปรียบใคร เพียงแค่อย่าให้เราโดนคนอื่นโกงเป็นพอ”

ไม่เพียงแค่นั้น พล.ต.อินทรัตน์ยังระบุด้วยว่า ในการประชุมที่เพิ่งจบไป ทางรัสเซียได้ประสานมาด้วยว่า อยากที่จะร่วมมือพัฒนากีฬากับไทย ซึ่งตนก็จะได้ประสานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้ทางรัสเซีย ได้เข้าพบ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เจ้ากระทรวง เพื่อพูดคุยในรายละเอียดกันต่อไป

ทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากการจัดประชุมงานใหญ่ระดับโลก ที่ถือว่าเป็นตัวอย่างให้กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่สนใจได้เดินรอยตาม แน่นอนอาจจะต้องใช้งบประมาณลงทุนอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา ต้องถือว่าคุ้มค่ากับการที่มีคนไทยได้ก้าวไปสู่เวทีโลกอยู่เสมอ

หรือหากยังไม่พร้อม ก็เริ่มทีละขั้น เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับเอเชียไปพลางก่อนก็ได้ ถ้าปีกกล้าขาแข็งเมื่อไหร่ ค่อยเดินหน้าลุย

ต่อยอดให้สูงขึ้นกันต่อไป...

กัญจน์ ศิริวุฒิ เรื่อง