บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมูไม่กลัวน้ำร้อน

ขือแปบ้านเมืองหากไม่มีประสิทธิภาพผลเป็น อย่างไรก็อย่างที่เห็นกันอยู่ ระเบิด อาวุธสงครามร้าย แรงใครใคร่ค้าทำได้สบาย กว่าขายข้าวแกง ไฉนการ เมืองที่เคยนิ่งกลับวุ่นวายป่วนอีก

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้หลังเกิดเหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎฯ ที่ยังคลำหามือระเบิดยังไม่ได้ แม้จะเห็นเงารำไรบ้างก็ตาม

ขนาดว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีนี้ยังต้องออกปากเอง

“คดีคืบไปแค่ 21%” เท่านั้น...

นับประสาอะไรกับชาวบ้านอย่างเราๆ จะไปรู้อะไรได้มากกว่านี้ ทำไปทำมา ดูท่าว่าจะขอให้เหมือนเดิม

คือจับมือใครดมไม่ได้

นอกจากเสียงจากนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกว่าเป็นเรื่องของคนมีสีที่ถูกว่าจ้างให้สร้างสถานการณ์ป่วนเมือง

ก็ตีความง่ายๆว่ากลุ่มการเมืองเก่าๆทำนองนั้น

แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นมีปรากฏการณ์อยู่ 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม ซึ่งว่าไปแล้วน่าหวั่นไหวไม่น้อย

เริ่มจากมีกลุ่มทหารและพลเรือนลอบส่งอาวุธร้ายแรงผ่านทางไปรษณีย์ที่เคยทำกันมานานแล้ว ปรากฏว่าครั้งล่าสุดเมื่อส่งของแล้วไม่มีผู้รับ

มีแต่ชื่อบุคคลและสถานที่ เมื่อไม่มีคนรับของเหล่านี้จึงต้องส่งกลับคืน

นั่นแหละความเลยแตกจนนำไปสู่การจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าเป็นทหารที่ลักลอบนำอาวุธของทางราชการแอบไปขาย

อีกคดีตามติดมาก็คือ พบอาวุธสงครามจำนวนมากจากการที่รถขนอาวุธสงครามจำนวนมากเกิดควํ่ากลางทางระหว่างเดินทางจากชายแดนภาคตะวันออก

ความก็เลยแตกเช่นกัน เพราะถ้ารถไม่ควํ่าเสียก่อนก็ไม่รู้ว่ามีการลักลอบค้าอาวุธ สอบไปสอบมาพบว่าทำกันมาหลายครั้งหลายหน

เป็นอาวุธสงครามที่ลักลอบขนมาจากนอกประเทศ

เหล่านี้ล้วนบ่งบอกว่าบ้านนี้เมืองนี้มันเกิดอะไรขึ้นที่ปล่อยให้ใครต่อใครสามารถทำอะไรกันได้ตามใจชอบ

ใครใคร่ค้าอะไรก็ทำได้ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใคร แม้แต่ คสช.ที่ควบคุมอำนาจปกครองประเทศในเวลานี้ก็ตาม

อาวุธสงครามของกองทัพยังกล้าขโมยนำออกมาขาย อันเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการควบคุมดูแลหย่อนยานอย่างไม่น่าเชื่อ

คำถามต่อมาว่า อาวุธเหล่านี้ไปไหน ใครนำไปใช้กันบ้าง

ระเบิดการเมืองที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะๆ และอาวุธสงครามร้ายแรงต่างๆ ไม่ต้องไปถามว่ากลุ่มคนร้ายไปหาอาวุธมาจากไหน...

นั่นเพราะความหย่อนยานของ “อำนาจรัฐ” เองนี่แหละคือคำตอบ

มิน่าล่ะ...ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีตัวเลขออกมาแล้ว ระบุว่าย่ำแย่ลงในรอบที่ผ่านมา คือตกต่ำเพราะขาดความเชื่อมั่น

“ระเบิด” การเมืองคือต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง

อย่างที่มีการคาดการณ์กันล่วงหน้าหากยังไม่สามารถจับกุมตัวมือระเบิดได้ อีกไม่ช้าอาจจะมีอีกลูกตามมาอีก

เพราะนอกจากจะไม่ถูกจับแล้วยังสร้างความสั่นสะเทือนทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ต่อ คสช.อย่างแยกไม่ออก

และยังตีความไปสู่สนามการเมืองได้เช่นกันว่าระยะนี้นักการเมืองที่เคยหงอกันมานานนับแต่ถูกยึดอำนาจ

แต่วันนี้เป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” กันแล้ว!!!

“ลิขิต จงสกุล”