บริการข่าวไทยรัฐ

สคบ.อ้าแขนรับร้องเรียนทรู ฟิตเนส

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ.เตรียมหาทางควบคุม และตรวจสอบการประกอบธุรกิจสถานบริการออกกำลังกาย หรือฟิตเนส เซ็นเตอร์ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคที่สมัครเข้าไปใช้ได้รับความเดือดร้อน หลังจากเกิดกรณีผู้ประกอบธุรกิจฟิตเนสของทรู ฟิตเนส ประกาศปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าได้รับทราบ รวมไปถึงกรณีของผู้ประกอบธุรกิจทำผิดสัญญาด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน สคบ.ยังขอความร่วมมือผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกกับธุรกิจนี้ หากพบข้อสงสัยที่อาจเป็นไปได้ว่า ผู้ประกอบกิจการทำผิดสัญญา ก็สามารถเข้ามาแจ้งข้อมูล หรือร้องเรียนกับ สคบ.ได้ โดยให้นำบัตรสมาชิก ใบเสร็จรับเงินและสัญญาการเป็นสมาชิกมาประกอบการร้องเรียน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สคบ.เคยออกประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการออกกำลังกายเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2554 ส่งผลให้ธุรกิจให้บริการออกกำลังกาย ทั้งธุรกิจฟิตเนส โรงยิม สถานบริการออกกำลังกายรูปแบบ อื่นๆ ที่ให้บริการใช้สถานที่และอุปกรณ์ออกกำลังกายเพื่อประโยชน์ในทางการค้า จะถือเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุมสัญญา

“จริงๆเรื่องการควบคุมธุรกิจฟิตเนสนั้น สคบ.มีประกาศควบคุมอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีปัญหาร้องเรียนมายัง สคบ.อยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผิดสัญญา ซึ่ง สคบ.ก็ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย หากไม่ได้ข้อสรุปและผู้บริโภคได้รับความเสียหาย สคบ.จะเป็นผู้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้ และในกรณีการปิดกิจการ บางรายก็ไม่ได้ประชาสัมพันธ์สมาชิกรับทราบจนเกิดปัญหา ดังนั้นจากนี้ไป สคบ.จะขอเข้าไปตรวจสอบในภาพรวมทั้งหมด และอาจต้องมีมาตรการอะไรออกมาจากนี้เพิ่มเติมอีกก็ได้ แต่ก็ขอดูข้อมูลรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร”

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ในกรณีล่าสุดที่มีบริษัทผู้ประกอบธุรกิจทรู ฟิตเนส ได้ติดประกาศปิดกิจการไปนั้น ที่ผ่านมามีผู้บริโภคมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับ สคบ.แล้วกว่า 100 ราย และที่ประชุม คคบ. ก็ได้มีมติฟ้องร้องเรียกเงินชดเชยไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจากนี้ไป หากมีผู้บริโภคคนไหนที่ยังได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้เข้ามาร้องเรียนก็ขอให้เข้ามาร้องเรียนกับ สคบ.ได้ทันที ซึ่งในการประชุม คคบ. ครั้งต่อไป อาจเสนอให้มีมาตรการควบคุมหรือลงโทษเพิ่มเติม.