บริการข่าวไทยรัฐ

ส่ง10 ผตห.ให้ ป. ขายอาวุธสงคราม เค้นสอบขยายผล รอผัดฟ้องฝากขัง

ทหารคุม 10 ผู้ต้องหาแก๊งซื้อขายอาวุธสงครามส่งผ่านพัสดุบริษัทขนส่งเอกชนมอบกองปราบฯแจ้งข้อหาก่อนขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขัง ด้าน “บิ๊กแก้ว” พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.พล.ม.2 รอ. เปิดอบรมมาตรการรักษาความปลอดภัย เฝ้าสังเกตวัตถุระเบิดในพื้นที่เสี่ยง 14 เขตเมืองหลวง ส่วน “ไก่อู” ยันงบฯกล้องวงจรปิดเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลนตามที่สื่อหลายสำนักนำเสนอ

ภายหลังศาลทหารอนุมัติหมายจับทหารและพลเรือนที่เกี่ยวข้องในคดีซื้อขายอาวุธสงครามส่งผ่านทางพัสดุบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง 17 คน แบ่งเป็นผู้อยู่ในขบวนการขโมยจากคลังอาวุธมาเร่ขายในโลกออนไลน์ 3 นาย มีลูกค้าเป็นทหาร 4 นาย ตำรวจ 1 นาย พลเรือนอีก 9 คน ขณะที่กองทัพภาค 1 จ่อตั้งกรรมการสอบวินัยทหารขโมยอาวุธในคลัง รวมทั้งผู้บังคับหน่วยว่า ละเลยไม่ควบคุมดูแลลูกน้องหรือไม่ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.11 ควบคุมตัว 10 ผู้ต้องหาในคดีส่งพัสดุอาวุธสงครามผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนพร้อมของกลางในคดี อาทิ ระเบิด ปืนยาว และเครื่องคอมพิวเตอร์ มาส่งมอบให้ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พนักงานสอบสวน บก.ป. หลังถูกคุมตัวไว้ในมณฑลทหารบกที่ 11 ครบ 7 วัน โดยกลุ่มผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1.ร.ท.สันติ นามวิเศษ 2.จ.ส.อ.พลหงส์ศาสตร์ เสนาวงษ์ 3.ส.อ.ธนากรณ์ บุญกาญจน์ 4.ส.อ.สุทธิโชค ไพเราะ 5.พลทหาร สกลนที พรหมทอง 6.นายเกษมสุข นามศรี 7.นายสิทธิชัย ทองเชื้อ 8.นายณัฐพล อยู่ยืด 9.นายณัฐพงศ์ ทองคำพันธุ์ และ 10.นายศักดิ์สิทธิ์ จันทาป

ทันทีที่มาถึง เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าไปในห้องประชุมปราศจากศัตรู ให้แพทย์จากรพ.ตำรวจ ตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายรูปทำประวัติ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารได้นำผู้ต้องหาทหาร 2 นาย คือ จ.ส.อ.ฉัตรชัย เอี่ยมสมบูรณ์ และ จ.ส.อ.ประดิพัทธ์ เสน่ห์ดี ส่งให้กองปราบฯสอบปากคำแล้ว

หลังสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.กล่าวว่า จากการสอบสวนกลุ่มผู้จำหน่ายรับสารภาพ ได้เปิดเพจกลุ่มในเฟซบุ๊กในลักษณะกลุ่มปิด และกลุ่มในแอพพลิเคชั่นไลน์ เมื่อมีลูกค้าโพสต์ขอซื้อลูกระเบิด หรืออาวุธต่างๆ จะประสานกับผู้ต้องหาคนอื่นๆให้จัดหาวัตถุระเบิด ก่อนนำไปขายหรือส่งให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนยังไม่พบวัตถุระเบิดหรือเครื่องกระสุนของกลาง ถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรงหรือเชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ หรือกลุ่มผู้ค้าอาวุธตามแนวชายแดนแต่อย่างใด ทั้งนี้หากพบความเชื่อมโยงและหลักฐานต่างๆ ไปที่บุคคลใดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการถึงที่สุด

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้อง โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกแจ้งข้อหาผู้จัดหาวัตถุระเบิด คือ ส.อ.ธนากรณ์ บุญกาญจน์ ในฐานความผิด ตามมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท, ความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ครอบครองและจำหน่ายอาวุธสงคราม

ส่วน จ.ส.อ.ฉัตรชัย เอี่ยมสมบูรณ์ และ จ.ส.อ.ประดิพัทธ์ เสน่ห์ดี ในฐานะผู้จำหน่าย แจ้งข้อหา ฐานความผิดร่วมกันสนับสนุนตามมาตรา 147 และ 157 รวมทั้งในฐานความผิดร่วมกันครอบครองและจำหน่ายอาวุธสงคราม ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือซึ่งร่วมกระทำความผิดในฐานะกลุ่มผู้ซื้อ แจ้งข้อหาฐานความผิด ซื้อและครอบครองอาวุธสงคราม โดยพนักงานสอบสวนกองปราบฯจะควบคุมตัวทั้งหมดขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังในวันที่ 10 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ขณะนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 17 คน เป็นพลเรือน 10 คน ทหาร 7 นาย อยู่ในการควบคุมของกองปราบฯ 12 คน อยู่ระหว่างคุมตัวเข้ามากองปราบฯอีก 2 คน คือ นายประชิดชัย สุดสกุล และ ส.ต.ต.กฤตภาส ยิ้มละมัย สังกัด สภ.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน คือนายอิสระ อินทร์จันทร์ ซึ่งถูกดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายนเรนทร์ฤทธิ์ ทองสีทอง ถูกดำเนินคดีที่ สภ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี และนายวิษณุ จันทร์เพ็ญ ถูกดำเนินคดีที่ จ.พิษณุโลก พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้อายัดตัวไว้แล้ว

วันเดียวกัน ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.พล.ม.2 รอ. เปิดอบรมมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยง 14 เขต ที่ พล.ม.2 รอ.ดูแล ให้กำลังพล เจ้าพนักงาน และเจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องวัตถุระเบิด ระเบิดแสวงเครื่อง การจดจำตำหนิรูปพรรณสัณฐานผู้ต้องสงสัย รวมถึงจัดตั้งและขยายผลจากแหล่งข่าวประชาชน โดยมีวิทยากรจากเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดี กรมสรรพาวุธทหารบก กรมข่าวทหารบก สำนักงานตรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ความรู้ โดย พล.ต.เฉลิมพลกล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เพื่อให้มีความรู้ตามลักษณะของการก่อเหตุ ตามนโยบาย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่เน้นย้ำการดำเนินการ 2 ประการ คือ ให้อบรมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และขยายผลเพิ่มเติม โดยกล้องวงจรปิดหรือกล้อง CCTV จะช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ อยากให้ทุกคนเรียนรู้จากลักษณะที่คนร้ายก่อเหตุ

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่มีกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) สำรวจสภาพการใช้งานกล้อง และให้รายงานกลับมา หากชำรุดให้เร่งซ่อมแซมหรือติดตั้งใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่อ้างกล้องวงจรปิดเสีย หัวหน้าหน่วยงานต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนนี้รัฐบาลยืนยันแต่ละหน่วยงานมีงบประมาณบำรุงรักษาอยู่ ไม่ได้ขาดแคลนงบฯ ตามที่สื่อบางสำนักรายงาน ส่วนหน่วยใดที่ไม่ได้ตั้งงบฯ สามารถทำเรื่องขอไปยังต้นสังกัดได้ ความปลอดภัยประชาชนเป็นเรื่องที่นายกฯให้ความห่วงใย ที่สำคัญใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการสืบหาคนร้ายในแต่ละคดี