บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทส. เดินหน้า 'ประเทศไทยไร้ขยะ' เลิกใช้ถุงพลาสติก ทุกจันทร์-พุธ-ศุกร์

ทส.เดินหน้า “ประเทศไทยไร้ขยะ” เลิกใช้เลิกรับ“ถุงพลาสติก” ทุกจันทร์-พุธ-ศุกร์ จับมือ 16 ภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ งดให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้า แนะใช้ถุงผ้าจับจ่ายซื้อของทุกครั้ง...

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2557 ได้ประกาศให้การจัดการปัญหาขยะเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมทั้งได้เห็นชอบ “โรดแม็ป” การจัดการขยะและของเสียอันตรายตามที่ ทส. เสนอ โดยหลังจากนั้นได้มีการดำเนินการมาตรการต่างๆ ตามโรดแม็ปมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ครม.เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2559 ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ” (2559-2564) ซึ่งได้ดำเนินการยกร่างเพื่อเป็นกรอบ ทิศทาง และเป้าหมายการดำเนินงานด้านการจัดการขยะของประเทศให้เกิดความชัดเจนขึ้น และได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ” ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ระยะ 1 ปี (2559-2560) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดการขยะระยะสั้น

สำหรับแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ เป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ โดยวางอยู่บนแนวคิด 3Rs-ประชารัฐ คือ การส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทาง ซึ่งเป็นการจัดการขยะที่ยั่งยืน โดยลดปริมาณขยะ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ภายใต้หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อวางรากฐานการดำเนินการจัดการขยะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อก้าวสู่เป้าหมายประเทศไทยไร้ขยะได้อย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เป้าหมายประเทศไทยไร้ขยะสำเร็จได้ ต้องทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักและมีวินัยในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการรณรงค์และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับภารกิจขับเคลื่อนการณรงค์และสร้างวินัยในการจัดการขยะให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตามหนึ่งในภารกิจในขณะนี้ ได้การขยายผลความสำเร็จของโครงการ “รวมพลังสร้างวินัย ลดใช้ถุงพลาสติก” ซึ่งร่วมมือกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 16 หน่วยงานทั่วประเทศ งดให้บริการถุงพลาสติกแก่ลูกค้า ประกอบด้วย 1.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท เซ็นทรัล จำกัด 3.บริษัท เซ็นทรัลฟู้ด รีเทล จำกัด 4.บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด 5.บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด 6.บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาเก็ต จำกัด 7.บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด(เทสโก้ โลตัส) 9.บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด 10.บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด 11.บริษัท บีทูเอส จำกัด 12.บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด 13.บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) 14.บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 15.บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด และ 16.บริษัท เสรีพรีเมียร์ จำกัด 

“โครงการนี้มีความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยในช่วงเริ่มต้นโครงการเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ได้วางแผนการรณรงค์ให้ประชาชนงดใช้ถุงพลาสติกเฉพาะทุกวันที่ 15 ของเดือน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม จึงทำให้มีการยกระดับขึ้นมาเป็นทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน กระทั่งขยับขึ้นมาเป็นทุกวันพุธของแต่ละสัปดาห์ ซึ่งผลการดำเนินการจนถึงปัจจุบันทำให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้รวมกันมากถึง 166,775,853 ใบ”

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ จึงร่วมมือกับภาคีเครือข่ายธุรกิจภาคเอกชน 16 องค์กร เดินหน้ายกระดับความเข้มข้นของโครงการเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยการณรรงค์งดให้บริการถุงพลาสติกทุก “วันจันทร์ พุธ และศุกร์” ของสัปดาห์ โดยได้เริ่มตั้งแต่วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป

"อยากเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมมือกันอีกครั้ง ปฏิเสธรับถุงพลาสติกในทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ของสัปดาห์ และใช้โอกาสนี้ฝึกการสร้างวินัยให้กับตนเอง ด้วยการเตรียมถุงผ้าไปใช้ในการจับจ่ายซื้อทุกครั้ง หรือเตรียมปิ่นโตหรือภาชนะบรรจุอาหารมาใช้แทนกล่องโฟมทุกครั้ง ซึ่งจะสามารถช่วยลดมลภาวะ ลดขยะ ได้อย่างมหาศาล เพราะการลดพลาสติกหรือกล่องโฟมเพียง 1 ชิ้นต่อวัน หรือ 1 คนก็เท่ากับลดได้ 1 ชิ้น ซึ่งจะทำให้คนไทย 66 ล้านคน ลดขยะได้มากถึง 66 ล้านชิ้นต่อวัน" พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว