วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ซูเปอร์โพล' เผยคน 90% เชื่อเยาวชนทำผิดตามภาพ-พาดหัวข่าว

สำนักวิจัย “ซูเปอร์โพล” เผยผลสำรวจประชาชนร้อยละ 90 เชื่อเยาวชนผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริง และมีพฤติกรรมรุนแรงดังที่ปรากฏในข่าว ทั้งภาพและการพาดหัวข่าว ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. 60 ที่สำนักงานวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ถ.เพรชบุรีตัดใหม่ ​ดร.นพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ร่วมกับ นางทิชา ณ นคร (ป้ามล) ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และนายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทยร่วมเสวนาเรื่อง “กะเทาะเปลือกถึงแก่น ทำไมเยาวชนก่อเหตุสลดขึ้นข่าวหน้า 1” พร้อมเยาวชนจากบ้านกาญจนาภิเษก

โดย ดร.นพดล เปิดเผยผลวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว (สสส.) ในโครงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเยาวชนที่ตกเป็นข่าวหน้า 1 กับการเสพติด สู่แนวทางป้องกันแก้ไข กรณีศึกษากลุ่มเยาวชนที่ตกเป็นข่าวในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากการเก็บข้อมูลวิจัยเชิงสำรวจ จำนวนทั้งสิ้น 851 ตัวอย่าง จากประชาชนในพื้นที่ที่เกิดเหตุตามข่าว 26 ข่าว ที่เกิดเหตุการณ์ระหว่างเดือน ก.ค.-พ.ย. 2559 โดยได้เก็บข้อมูลตัวอย่างทั้งสิ้น จำนวน 851 ตัวอย่างครอบคลุมในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และงานวิจัยเชิงคุณภาพ

พบว่า​ร้อยละ 90 คนไทย เชื่อภาพและการพาดหัวข่าวพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ว่าเยาวชนผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดและมีพฤติกรรมดังที่ปรากฏในข่าว ทั้งข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมรุนแรง ข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมการลักขโมย ข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมการละเมิดทางเพศ ข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมการขับขี่

ดร.นพดล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบด้วยว่ามีปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นเด็กและเยาวชนทำความผิด คือ การใช้สารเสพติด เช่น เหล้า บุหรี่ ยาบ้า ไอซ์ รวมทั้งเพื่อนชักชวนทำตามเพื่อน เพราะอยากเป็นที่ยอมรับในกลุ่ม อีกประการคือครอบครัวไม่รู้วิธี ขาดทักษะในการเลี้ยงดูเด็ก ทำให้เยาวชนไม่เห็นคุณค่าตัวเอง ขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต สถาบันการศึกษากลายเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ไปจนถึงในส่วนของสังคมผู้ประกอบธุรกิจสิ่งมึนเมา ขาดความรับผิดชอบ มุ่งแต่ยอดขาย และสื่อมวลชนที่ปรุงแต่งข่าวให้น่าติดตามจนเป็นการเสี้ยมสอนเด็กเยาวชนทำผิดรุนแรง

ด้าน นางทิชา ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สาเหตุปัจจัยในการกระทำความผิดของเยาวชน จากการทำงานกับเด็กเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษกไว้ว่า “เหตุปัจจัยของการกระทำผิดของเยาวชนมีหลายส่วนด้วยกัน โดยเฉพาะความล้มเหลวของระบบการศึกษา อย่างคำว่า “เมื่อประตูโรงเรียนปิด ประตูคุกก็เปิด สำหรับเด็ก” เพราะสิ่งที่ติดมากับเด็กคือ ระบบที่ทำร้ายคน ความพ่ายแพ้ ความอ่อนแอ และเมื่อเด็กกระทำผิด ความจริงเป็นเพียงการก้าวผิดพลาด ซึ่งบางคนมีผลจากครอบครัวแตกแยก หย่าร้าง ขาดความอบอุ่นและการโอบกอด หรือเผชิญรับกับสถานการณ์การใช้ความรุนแรงจนเป็นความคุ้นชิน ดังนั้น เด็กที่กระทำผิดอาจเป็นสาเหตุจากอารมณ์ชั่ววูบ และการติดคุก ก็ไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา

ในขณะที่ นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการนำเสนอข่าวอาชญากรรมของเยาวชนที่ขึ้นหน้า 1 ไว้เพิ่มเติมว่า พื้นที่ข่าวกระแสหลักที่เป็นสื่อเก่า (หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์) โดยข้อเท็จจริงในปัจจุบันมีข่าวอาชญากรรมทุกประเภทรวมกันต่อปีมากกว่า 200,000 ข่าว แต่สามารถลงข่าวในพื้นที่ข่าวหน้า 1 ได้เพียงไม่ถึงร้อยละ 1 เท่านั้น ส่วนหนึ่งยอมรับว่าการนำเสนอข่าวบนสื่อเก่า ยังคงต้องยึดโยงกับความต้องการของประชาชน การตลาด มีการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสการเข้ามาของสื่ออินเทอร์เน็ต ทำให้การใช้ภาษา เนื้อหา จึงต้องมุ่งเร้าความสนใจของสาธารณชน ทั้งนี้​การทำงานด้านข่าวอาชญากรรมที่ผ่านมา ค้นพบว่าข่าวมีลักษณะสำคัญอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ ข่าวประจาน ข่าวประณาม ข่าวการให้ความช่วยเหลือ และข่าวการให้ความรู้ เตือนภัย

ขณะนี้สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือสังคมจะร่วมมือ จะช่วยกันทำอย่างไรให้เกิดพื้นที่ข่าวที่สร้างประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของประชาชนมากขึ้น ในยุคที่ประชาชนสามารถสร้างสื่อของตนเองได้ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปกป้อง คุ้มครอง เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสื่อที่เสนอความรุนแรงจนกลายเป็นปัญหาของประเทศในอนาคตต่อไป.