วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

DSI แถลง คฤหาสน์หรูบนเขาพังงา ของนายทุนใหญ่ภูเก็ต รวยจากค้าที่ผิด ก.ม.

ดีเอสไอ ออกแถลงการณ์ เข้าตรวจค้นคฤหาสน์บนสันเขากลางป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา จังหวัดพังงา พบเป็นของนายทุนรายใหญ่ ฐานะร่ำรวยระดับต้นๆ ของภูเก็ต มีพฤติการณ์รุกที่ดินของรัฐหลายแห่ง และร่ำรวยจากการค้าขายที่ดินที่ผิดกฎหมาย ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านห้องแอปพลิเคชันไลน์สื่อมวลชนประจำดีเอสไอ โดยข้อความระบุว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ และใช้มาตรการทางกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

โดย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษปฏิบัติงานตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยให้เร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและต่อเนื่องนั้น

กระทรวงยุติธรรม ได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายกลุ่มอันดามัน กรณีมีผู้มีอิทธิพลหลายกลุ่มได้บุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดพังงาหลายพื้นที่ ในการนี้ พันตำรวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านอำนวยความยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวน

และจากการตรวจสอบเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. พบว่ามีการปลูกสร้างบ้านพักขนาดใหญ่ จำนวน 2 หลัง ตั้งอยู่บนสันเขาที่เป็นเทือกเขาสูง สามารถมองเห็นเกาะภูเก็ต และอ่าวพังงา อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และแหลมซำ ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2527 โดยก่อนหน้านี้ประกาศเป็นป่าตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2504 โดยมีการสร้างถนนส่วนบุคคล เชื่อมต่อจากเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1004 จำนวน 1 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตร เพื่อใช้เดินทางเข้ามายังบ้านพัก

2. พบว่าบริเวณตัวบ้าน และบริเวณข้างเคียง เดิมมีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเป็น น.ส.3 ก. เลขที่ 1281 แปลงเดียว เนื้อที่ 39 ไร่ ทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาฯ ครอบคลุมภูเขาทั้งลูก ต่อมาได้มีการแบ่งแยกเป็น 14 แปลงหลัก และได้มีการรวมแปลงและแบ่งแยกที่ดินออกไปอีกจำนวนหลายแปลง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการออกโดยการเดินสำรวจในช่วงปี 2520 โดยไม่มีหลักฐานของที่ดินเดิม และอ้างว่าปลูกสวนผลไม้มาประมาณ 33 ปี

ซึ่งจากการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า ในปี พ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2519 พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่า 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ห้ามออกเอกสารสิทธิ์ในที่เขาหรือภูเขา และในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ การออก น.ส.3 ก.ฉบับดังกล่าว จึงเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ครอบครองจึงอยู่ในฐานะของผู้ที่บุกรุกที่ดินของรัฐ ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด ในวันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ทใกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่จากกองพลทหารราบที่ 5 และกรมป่าไม้ นำหมายค้นของศาลจังหวัดพังงา เข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่บนสันเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และป่าแหลมซำ อยู่ในท้องที่ ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา โดยมีข้อสงสัยว่ามีการบุกรุก ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ ก่อสร้าง หรืออยู่อาศัย และออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ

“การดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและที่ดินของรัฐทุกประเภท ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยทหาร กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นภารกิจสำคัญ และถือเป็นภารกิจที่จะต้องทวงคืนเอาแผ่นดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นของรัฐและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้กระทำผิดรายนี้ เป็นนายทุนรายใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยในระดับต้นๆ ของจังหวัดภูเก็ต มีพฤติการณ์ในการบุกรุกที่ดินของรัฐในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงาหลายแห่ง และร่ำรวยจากการค้าขายที่ดินที่ผิดกฎหมาย มีคดีความอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งที่อยู่ในชั้นศาลและอยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย และมาตรการด้านกฎหมายฟอกเงิน เข้าไปดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบกับบุคคลดังกล่าวต่อไป” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว