วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนูแหม่ม เคลียร์ดราม่า หลังแฉ! รายการดังไม่เป็นมืออาชีพ (คลิป)

หนูแหม่ม สุริวิภา เผยเคลียร์กรณีดราม่ารายการ sing your face off กับ เอ วราวุธ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเอและทีมงานได้เข้ามาอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และบอกถึงแผนการทำงานครั้งต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร และต้องรักษาเวลาให้ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ตนโอเค และยินดีที่จะร่วมงานกันต่อไปจนจบซีซั่น

เผยหลังโพสต์ไปก็มีน้องๆ ดาราที่มาร่วมรายการเดียวกันให้กำลังใจ ส่วนแฟนคลับตนก็ตกใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ยอมรับเรื่องนี้เกิดทั้งกระแสบวกและลบ แต่ตนก็ไม่ได้เข้าไปอ่านคอมเมนต์อะไรมากมาย

แฮปปี้ช่วงนี้มีงานพิธีกรหลายรายการ เชื่อผู้จัดไว้ใจเพราะตนทุ่มเทกับการทำงานเต็มที่ ส่วนบ๊อบบี้ก็คอยให้กำลังใจ ไปไหนด้วยกันตลอด

มาร่วมงาน "Grandhome Expo 2017" ณ แกรนด์โฮม บางนา แฟล็กชิปสโตร์ ถ.บางนา-ตราด พอได้เจอพิธีกรสาวฝีมือคุณภาพ หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา

เลยถามถึงกรณีที่เจ้าตัวโพสต์ข้อความดราม่าถึงรายการ "Sing Your Face Off ซีซั่น 3" ทางช่อง 7 ซึ่งเป็นรายการของค่าย Zense Entertainment โดยมี เอ วราวุธ เจนธนากุล เป็นผู้จัด ว่าเลิกไม่ตรงตามเวลาที่ตกลงกันไว้ ทำให้มีผลกระทบหลายอย่าง จนกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกวิจารณ์มาก่อนหน้านี้ด้วย

ถามถึงเรื่องดราม่าในรายการ "Sing Your Face Off ซีซั่น 3"?
"มันจบแล้ว ไม่อยากพูดถึง ทุกอย่างเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ถ้าทุกคนทำตามเวลาที่เราคุยกันไว้ตั้งแต่แรก มันก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว พี่เอก็น่ารักมาก

พี่เอพาน้องๆ ทีมงานมาอธิบายว่าเขาจะแก้ไขให้เราเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ให้เราเห็นยังไงเลยกลับไปทำ ก็บอกน้องเอไว้ว่างั้นเราลองกลับไปแก้ไขดูว่าครั้งต่อไปถ้าเราทำได้ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไป สรุปก็ทำได้ เลิกตามเวลาค่ะ

ก็ยังเป็นพี่หนูแหม่ม ทำงาน คุยกันรู้เรื่องแล้ว ไม่ได้มีอะไรกัน แค่อยากอธิบายความรู้สึกในวันนั้นที่เรารู้สึกให้ทุกคนได้เห็น

เผอิญว่าทุกอย่างรอบตัวมันเกิดขึ้นด้วยความที่หนึ่งก็ต้องเหนื่อย ด้วยเวลาที่เกินมากๆ ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคุย วันรุ่งขึ้นเราต้องยกเลิกคิวอื่นทั้งหมดเลย ซึ่งเราวางแผนไว้หมดแล้วว่าทุกอย่างจะต้องไม่กระทบงานอื่น"

ตอนที่โพสต์ทุกคนก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น?
"อาจจะเป็นเพราะว่าหนูแหม่มไม่เคยโพสต์เรื่องอารมณ์ในโซเชียลมั้งคะ เราผ่านการคุยและเข้าใจ ตกผลึกในรอบก่อนที่จะทำงานแล้ว ไม่ใช่ว่ารับงานแล้วไม่ได้คุย แล้วลงแบบไม่มีเหตุผล

ในวันนั้นทุกอย่างมันรวมกัน มันเลยขีดที่เราตกลงไปค่อนข้างเยอะ ก็เลยมองไม่เห็นว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของครั้งหน้าเนี่ยมันจะเป็นยังไง ก็เลยตัดสินใจเขียน

จริงๆ ตอนที่เขียนก็รู้สึกเจ็บปวดนะ ที่ต้องเล่าอารมณ์ตัวเองให้กับโซเชียลรู้ ซึ่งอันนั้นมันไม่ใช่สไตล์ของพวกเราเลย ก็ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรู้สึกตกใจ และรู้สึกแปลกใจว่าทำไมพี่หนูแหม่มเป็นคนแบบนี้

แต่หลังจากนี้ไปก็จะบอกทุกคนว่าเราได้คุยได้เคลียร์กันแล้ว หลังจากนี้ไปหนูแหม่มก็ทำงานเหมือนเดิม เนื่องจากครั้งที่ 2-3 เราได้ทำการอัดและเลิกตามเวลาค่ะ"

จากเรื่องนี้ก็มีน้องๆ ดาราให้กำลังใจเยอะเหมือนกัน?
"ก็น้องๆ ที่มานั่งทำอยู่ตรงนั้นแหละ (หัวเราะ) ก็สงสารน้องๆ นะคะ เห็นใจทุกคน เพราะทุกคนก็ทำงานในวันนั้นและเลิกพร้อมกัน มันเป็นรายการที่ไม่สามารถจะเลือกใครก่อนได้ เราอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเนอะ แต่ว่าทุกคนเข้าใจนะคะ และบอกเลยว่า กอล์ฟ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) ทำงานตั้งใจมาก

คือน้องๆ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนตั้งใจทำงานมาก อยากให้ดูในซีซั่นต่อไปมากกว่าว่าพวกเราเปลี่ยนแปลงอะไรกัน แต่เรื่องเวลามันจบแล้ว เพราะน้องๆ ทีมงานได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในครั้งต่อไปเขาทำเสร็จตามเวลา ตอนนี้ก็ลบออกไปแล้วค่ะ"

ตอนที่โพสต์ไปกระแสเป็นไงบ้าง?
"ก็มีต่างๆ นานานั่นแหละ คือในโลกนี้มีทั้งสองด้าน คือ มีทั้งคนที่ชอบเราอยู่แล้ว กับไม่ชอบเรา ก็จะมีทั้ง 2 กระแสเป็นธรรมดาค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่น้องๆ จะตกใจมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ลิง (สมเกียรติ จันทรพราหมณ์) โทรหาเลยว่าเจ๊เป็นอะไรคะ

ถามว่าได้เข้าไปอ่านกระแสด้านลบแล้วเครียดไหม เผอิญหนูแหม่มไม่ได้อ่านค่ะเลยไม่รู้สึกว่าต้องเอามาเก็บเป็นอารมณ์

ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้เนื่องจากว่าตอนนี้ทุกคนมีช่องของตัวเอง มีพื้นที่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นในพื้นที่ของคนอื่นเราก็ไม่ได้เข้าไปดู แต่ถ้าเป็นในพื้นที่ของเราก็คงไม่ได้มีใครมาทำอะไรในพื้นที่ของเราค่ะ"

ครั้งต่อไปทำให้ต้องคิดระวังก่อนโพสต์มากขึ้นไหม?
"ไม่ได้ต้องคิดเยอะเลย เพราะเราไม่ได้เป็นคนที่โพสต์อะไรแบบนี้พร่ำเพรื่ออยู่แล้ว คือเราเป็นคนที่ดูความพอดีเหมาะสมในการลงอยู่แล้ว

ก็อยากจะให้ทุกคนเห็นเราในมุมที่มีความสุขกับเราด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจ กังวลใจ และอีกอย่างทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว หนูแหม่มก็สบายใจที่ได้ร่วมงานและน้องๆ ก็ทำตามที่ตกลงกันไว้ค่ะ"

ยืนยันว่าตอนนี้พี่หนูแหม่มกับพี่เอ รวมถึงทีมงานทุกคนแฮปปี้กันแล้ว?
"พี่เอเนี่ยเป็นคนที่น่ารักกับหนูแหม่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้ววันนั้นก็พยายามเข้ามาอธิบาย ทั้งที่พี่เอไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ทำงานด้วย แต่เข้ามาดูและอยู่กับเราตั้งแต่ต้นจนเกือบจบทุกครั้ง

วันนั้นก็เหมือนกัน แต่บังเอิญพี่เอกลับไปก่อน พี่เอก็ยังตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอก คือพี่เอพร้อมจะอธิบายและปรับปรุงอยู่แล้ว เขาพร้อมที่จะเข้ามาแล้วบอกว่าเห็นใจหนูแหม่มนะ

ถ้าสมมติว่ารับปากว่าเป็นแบบไหนก็ให้เป็นอย่างนั้น น้องๆ ก็กลับไปประชุมมา และกลับมาด้วยคำตอบที่ทำได้ ตอนนี้แฮปปี้ค่ะ"

แล้วช่วงนี้พี่หนูแหม่มมีงานพิธีกรอะไรอีกบ้าง?
"เนื่องจากตอนนี้หนูแหม่มทำรายการสด เป็นรายการตอนเช้า อันนี้แหละที่ทำให้รับงานที่มันเลิกดึกไม่ได้ แล้วงานนี้ต้องมาก่อน

เพราะฉะนั้นในการวางแผนของหนูแหม่มจะวางแผนค่อนข้างดี หมายถึงถ้าเสร็จจากนี้ต้องมีเวลาพักเพื่อความสดชื่นของรายการต่อไป ไม่ให้กระทบกับผู้ว่าจ้างคนอื่นๆ

แล้วก็ไม่ได้รับงานที่เราต้องวิ่งจนหัวคะมำเนื่องจากเราอายุขนาดนี้แล้ว จะมาวิ่ง 3-4 รายการซ้อนกันมันไม่ใช่แนว มันต้องเห็นใจผู้จ้างรายต่อไป เขาก็ต้องการความสดชื่นจากเรา ดังนั้นเรามีหน้าที่ทำทุกรายการที่ว่าจ้างเราไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ตอนนี้หนูแหม่มมีรายการเช้าจันทร์-ศุกร์ ทำกับโอปอล์ (ปาณิสรา อารยะสกุล) คือรายการ "แหม่มปอล์มอร์นิ่ง" ค่ะ อันนี้เป็นรายการสด ส่วนรายการอื่นที่ยังทำอยู่ส่วนใหญ่ปัจจุบันคนเริ่มชอบดูที่มันเป็นซีซั่น หนูแหม่มก็จะทำรายการที่มันเป็นซีซั่น

ที่เห็นบ่อยๆ ก็จะเป็นรายการ We Kids, เปลี่ยนหน้าท้าโชว์ ส่วนรายการประจำที่ยังทำอยู่ก็คือตลาดสดพระราม 4, ศึก 12 ราศี ประมาณนี้ค่ะ"

เคล็ดลับการทำงานที่ทำให้ผู้จัดอยากให้ไปร่วมงานด้วย?
"หนูแหม่มว่าแล้วแต่คนชอบนะคะ แล้วแต่สไตล์ เพราะพิธีกรมีให้เลือกเยอะ เหมือนเราเลือกกินก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นชอบรสชาติไหนเจ้าไหนก็สามารถเลือกจิ้มได้อยู่แล้ว

หนูแหม่มก็เป็นรสชาตินึงที่บางคนอาจจะชอบถูกใจ บางคนไม่ชอบไม่เป็นไร เราทุกคนสามารถที่จะเลือกบริโภคได้ ผู้จ้างที่จ้างหนูแหม่มก็คงเห็นแล้วว่าหน้าที่ที่เขามอบหมายให้หนูแหม่มทำมันต้องคอมพลีต 100 เปอร์เซ็นต์ มันต้องเต็มที่ ซึ่งหนูแหม่มเป็นคนแบบนั้น ต้องร้อยเปอร์เซ็นต์กับทุกงานค่ะ"

มีงานแบบไหนที่อยากลองทำไหม?
"ทำมาหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดหรือไม่ถนัดอะไร อันนึงที่ถนัดคือรายการทอล์ด อันนึงที่หนูแหม่มไม่ถนัดคือ การเล่าข่าว อ่านข่าว เพราะเราไม่ได้รับการฝึกฝนมา

ฉะนั้นอันไหนที่เราถนัดก็ยังทำกันอยู่ค่ะ ทุกวันนี้ยังสบายใจที่จะทำตรงนี้ อันนี้แหละที่มันเป็นเลือดเนื้อ เป็นอาชีพ เป็นทุกอย่าง เป็นชีวิตจิตใจ เป็นความอยู่รอดของเขาและคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย คือ ครอบครัวเราก็คืออาชีพนี้ค่ะ"

พี่บ๊อบบี้ห่วงไหมเพราะงานเยอะเหลือเกิน?
"บ๊อบบี้ก็ไปไหนไปกันค่ะ เขาเป็นคนใจเย็น หนูแหม่มเป็นคนใจร้อน ฉะนั้นมันเหมือนพอดีกันค่ะ อีกคนก็ไปรวดเร็ว อีกคนก็ตามด้วยความใจเย็น เพราะฉะนั้นยังดีที่มีคนดึงเราไว้ค่ะ ถือเป็นคนเบื้องหลังที่สนับสนุนเราค่ะ"

งานเยอะขนาดนี้จะหาเวลาพักผ่อนเที่ยวด้วยกันบ้างไหม?
"เราจัดเวลาค่ะ เราสามารถแบ่งเวลาได้ว่าช่วงนี้ทำงาน ช่วงนี้เที่ยว เพราะเราไม่ได้เป็นคนเอะอะเที่ยวไงคะ มันจะมีช่วงเวลาที่ได้เที่ยว เล่นกีฬาในแบบที่เราชอบ เราชอบเล่นกีฬาที่ออกกลางแจ้งค่ะ".