บริการข่าวไทยรัฐ

ร่วงแรง! ชาวสวนยาง ร้องนายกฯ หลังราคายางพาราลดเหลือ กก.ละ 17 บาท

เกษตรกรชาวสวนยางพารา จ.กระบี่ ร้องเรียนนายกรัฐมนตรีช่วยเหลือ ราคายางร่วงหนัก หลังเศษยางไม่ถึง 20 บาทต่อ กก. ส่วนยางแผ่นและน้ำยางราคาร่วงกว่า 17 บาท ในรอบ 10 วัน

วันที่ 9 มิ.ย. 60 นายสมปอง นวลสมศรี ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดกระบี่ พร้อมสมาชิกประมาณ 10 คน ได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ไปยังรัฐบาล เพื่อให้แก้ปัญหาราคายางพารา หลังจากช่วงที่ผ่านมา ราคายางพาราผันผวนลดลงมาถึงกิโลกรัมละ 17 บาท สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยมี นายสมโภช โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ และเชิญตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯ เข้าร่วมหารือที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อรับฟังปัญหา

โดยขณะนี้ราคาเศษยางอยู่ที่ 18 บาทต่อ กก. น้ำยาง 50 บาท และยางแผ่น 51 บาท ต่อ กก. ซึ่งลดลงมาอย่างมาก เช่น ยางแผ่นเมื่อ 20 พ.ค. อยู่ที่ 70 กว่าบาทต่อ กก. เหมือนเป็นการปล้นเกษตรกร อีกทั้งประมูลหรือผู้ซื้อยางฉวยโอกาสบิดเบือนกลไกการตลาด ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ในช่วงที่ผ่านมากว่า 1 พันล้านบาท เกษตรกรเกิดความตื่นตระหนก เทขายยางจนขาดทุนมหาศาล ในนามเครือข่ายสถาบันเกษตรกร จึงได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยยื่นข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อเรียนต่อนายกรัฐมนตรี พิจารณาเปิดโอกาสให้ตัวแทนเครือข่ายได้เข้าพบ เพื่อเสนอแนวทางบริหารจัดการยางทั้งระบบ ในวันที่ 15 มิ.ย. นี้

สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯ นั้น ประกอบด้วย 6 ข้อ คือ 1. การนำนโยบายรัฐที่กำหนดการในหน่วยงานภาครัฐ ไปใช้ประโยชน์ 2. การสนับสนุนโครงการต่างๆ เกี่ยวกับยางพารา 3. การทบทวนแก้ไขแนบท้ายผังเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนายางให้สอดคล้องกับการพัฒนายุทธศาสตร์ ประเทศโดยด่วน 4. ให้แก้โครงการประชารัฐเกี่ยวกับยางต้องให้ผู้แปรรูปปลายน้ำ พบกับผู้ผลิตกลางน้ำ ไม่ใช่ผู้ซื้อคือคนกลาง 5. การตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเผื่อเอาผิดกับผู้ปล่อยข่าวลือ และ 6. การนำเอา พ.ร.บ.ควบคุมยางมาใช้โดยด่วน เพื่อควบคุมการบิดเบือนราคายางในตลาด.