บริการข่าวไทยรัฐ

โฟกัสโครงสร้างพลังงานประเทศ

โดย หมัดเหล็ก

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ พลังงานภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ในภารกิจหลักการผลิต จัดส่ง จำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวกับไฟฟ้าและแหล่งพลังงานที่ได้มาจากธรรมชาติ ตลอดจนดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ กฟผ.ได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพของชุมชนควบคู่ไปกับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

บทบาทภาระหน้าที่และการดำเนินงานในภาพรวมของ กฟผ. เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม อยู่ภายใต้นโยบายและกำกับดูแลจากภาครัฐโดย คณะกรรมการนโยบายพลังงาน แห่งชาติ (กพช.) กระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งได้รับการติดตามตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กฟผ.จำเป็นต้องรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพร้อมจ่ายอย่างเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ จากแหล่งพลังงานต่างๆในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยได้รับการจัดสรรให้เป็นกำลังผลิตของรัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันกับเอกชน

โครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย ในส่วนของผู้ผลิตไฟฟ้า นอกเหนือจาก กฟผ. ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยรวม ร้อยละ 39 ของกำลังการผลิตทั้งหมด ประกอบด้วย ผู้ผลิตไฟฟ้า เอกชนรายใหญ่ หรือ IPP ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายย่อย หรือ SPP ผู้ผลิต ไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก หรือ VSPP และ การรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายจาก กพช.และกระทรวงพลังงาน

รวมทั้ง การกำกับดูแลค่าไฟฟ้าให้มีความเป็นธรรม ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่าง ผู้ประกอบการและผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งการผลิตพลังงานไฟฟ้า จาก พลังงานหมุนเวียน ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการส่งเสริมให้เกิดการใช้และการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านมาตรฐานการสนับสนุนด้านราคารับซื้อด้วยอัตราส่วนเพิ่ม (Adder) จนถึงมาตรการ Feed in Tariff (FiT) สำหรับ ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กและรายเล็กมาก ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภาครัฐและเอกชน ตามแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 15 ปี แผนอนุรักษ์พลังงาน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับปัจจุบัน

ทั้งนี้ กฟผ. จะเป็นผู้ประกาศการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ประกอบการที่กล่าวมาแล้วในอัตราค่าไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3.76-6.34 บาทต่อหน่วย ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็กมาก รัฐบาลให้การ ส่งเสริม เป็นราคาที่สูงกว่าราคาค่าพลังงานจากมิเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปต้องจ่าย เช่น การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รับซื้อที่หน่วยละ 4.12 บาท ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซชีวภาพอยู่ที่หน่วยละ 3.76 บาท เป็นต้น

โครงการที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากรัฐบาลจะได้รับอัตราค่าไฟฟ้าไม่สูงไปกว่าราคาที่ประกาศรับซื้อจากภาคเอกชน ด้วยเหตุผลนี้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงส่งผลถึงประชาชนโดยตรง ส่วนความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยการผลิตไฟฟ้าหลัก หากรัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจตามแผนพลังงานชาติ จะกระทบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยตรง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th