วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯปัดตั้งงบ สืบทอดอำนาจ

‘สมชัย’โต้วางยากกต.ใหม่

กกต.รับสภาพถูกเซ็ตซีโร่ หลังแม่น้ำ 5 สายประสานเสียงคีย์เดียวกัน “สมชัย” ยันไม่อาฆาตวางยา กกต.ชุดใหม่ ลั่นต้องสอบคุณสมบัติ 9 รมต.ตามหน้าที่ ปัดเล่นเกมถอนแค้นเอาคืน “มาร์ค” หวั่น กกต.ชุดใหม่มาตรฐานเอียงไปกันใหญ่ คนแม่น้ำ 5 สายซัดกลับ “สมชัย” งอแงจ้องเล่นเกมต่อรอง แต่พวกเดียวกันกลับไม่ตรวจสอบ “สุรชัย” แย้ม สนช.เอาแน่ลงมติเซ็ตซีโร่ ถ้ามีคนเห็นแย้งตั้ง กมธ.ร่วมพิจารณาอีก 25 วัน กสม.นั่งไม่ติดจ่อคิวเซ็ตซีโร่องค์กรถัดไป ยกสารพัดเหตุผลค้านหัวชนฝา นายกฯลุยแจงงบประมาณ 61 ยาวเหยียด 2 ชั่วโมงกว่า ใช้ 2.7 แสนล้าน สร้างปรองดอง หว่าน 3.3 แสนล้าน แก้ยากจน ยันไม่มีงบเพื่อสืบทอดอำนาจ สนช.กดปุ่มผ่านฉลุยไร้เสียงค้าน

หลังจากคนในแม่น้ำ 5 สาย ไม่ว่าจะเป็นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาสนับสนุนแนวทางเซ็ตซีโร่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่คณะกรรมาธิการในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอ จนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ออกมาแสดงความไม่พอใจ และหยิบยกเรื่องการถือหุ้นรัฐมนตรี 9 คนในรัฐบาลมาดำเนินการในช่วงนี้นั้น

กกต.ยันไม่วางยาเเม้ถูกเซ็ตซีโร่

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 09.45 น. ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ จ.นนทบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมสัมมนาฟังความเห็น ร่างแผนยุทธศาสตร์สำนักงาน กกต.ภายใต้ทิศทาง “ยุทธศาสตร์ 20 ปี กกต.ทุกเสียงมีสิทธิ สุจริต เที่ยงธรรม นำประชาธิปไตยคุณภาพ” นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวเปิดงานว่า การสัมมนาวันนี้เพื่อการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ 20 ปี กกต.ให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล กกต.มีแนวคิดให้จัดเลือกตั้งทุกอย่างในวันเดียวกัน ทั้งระดับชาติ ท้องถิ่นและการออกเสียงประชามติ เวลาที่เหลืออยู่ของ กกต.ชุดนี้จะไม่วางยา ไม่อู้งาน เดินทางท่องเที่ยว จะทำเต็มที่เพื่อส่งมอบงานให้ กกต.ชุดใหม่ ไม่ว่า กกต.จะถูกเซ็ตซีโร่หรือไม่ ร่างแผนยุทธศาสตร์เป็นของสำนักงาน กกต.จะต้องเดินหน้าต่อไป

ย้ำสอบ 9 รมต. ทำไปตามหน้าที่

นายสมชัยกล่าวว่า กรณีที่มีบางคนบอกว่า กกต.ไม่มีอำนาจตรวจสอบรัฐมนตรี 9 คนนั้น ฝ่ายกฎหมาย กกต.ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ ถ้ามีเรื่องกรณี ส.ส. ส.ว. หรือรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติ กกต.เป็นฝ่ายพิจารณา จะบอกว่า กกต.ไม่เกี่ยวข้องคงเป็นไปไม่ได้ ถ้า กกต. ที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 มาทำหน้าที่วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายและพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณา ในบทเฉพาะกาลมียกเว้นคุณสมบัติกับคนที่เป็นรัฐมนตรีชุดปัจจุบันหรือไม่ หรือต้องเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรี 9 คนมาตามคุณสมบัติภายใต้รัฐธรรมนูญเก่าทำไมต้องเดือดร้อนด้วย จุดสิ้นสุดของการตรวจสอบอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติตรงกับสิ่งที่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ กกต.เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ ต้องดูตามข้อเท็จจริงไม่มีใครมีอคติต่อใคร หรือเอาคืน

“มาร์ค” หวั่น กกต.โดนครอบงำ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเซ็ตซีโร่ กกต. ว่า ปลาสองน้ำเป็นวาทกรรมหนึ่ง เหมือนเหรียญสองด้าน ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเซ็ตซีโร่เป็นการปิดโอกาสคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มีประสบการณ์ ได้ทำงานต่อ คสช. ต้องรับผิดชอบมากขึ้นในแง่กระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ โดยอำนาจให้ความเห็นอยู่กับ สนช. ที่เป็นหนึ่งในเเม่น้ำ 5 สาย น่าเป็นห่วง กกต.ชุดใหม่ ซึ่งมีที่มาจากแม่น้ำ 5 สาย ถ้าเข้าสู่สนามเลือกตั้งแล้ว เกิดมีพรรคการเมืองที่อิงอยู่กับแม่น้ำห้าสายอีก จะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ต้องระมัดระวัง อย่าให้กลายเป็นความวุ่นวายตามมา สุดท้ายจะกลายเป็นสิ่งที่คนกำลังตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีมาตรฐานสำหรับองค์กรอิสระ ต้องคอยดูด้วยว่าจะมีการเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระอื่นด้วยหรือไม่ สำหรับกรณี กกต.จะตรวจสอบคุณสมบัติ 9 รัฐมนตรี ทราบว่ามีการร้องมานานแล้ว และบังเอิญจะตรวจสอบในจังหวะที่กำลังจะถูกเซ็ตซีโร่ กกต.พอดี จึงถูกจับชนกัน ว่าตอบโต้เอาคืน แต่ข้อเท็จจริงคงหนีไปไหนไม่ได้ ข้อกฎหมายคงจะมีหลักที่เทียบเคียงได้อยู่แล้ว

แม่น้ำ 5 สายซัด กกต.เล่นเกมต่อรอง

พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการเดินหน้าตรวจสอบการถือหุ้น 9 รัฐมนตรีของ กกต.ว่า มีเลศนัยแอบแฝงหรือไม่ ทำไม กกต. จึงไม่ตรวจสอบพวกเดียวกันอย่างนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ฐานประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องมาให้ กกต.นานแล้ว ทำให้ดูเหมือนว่า กกต.หยิบยกเรื่องการตรวจสอบ 9 รัฐมนตรี มาต่อรองการเซ็ตซีโร่ แต่เรื่องในหน่วยงานของตนกลับซุกไว้ก่อน ส่วนที่ กกต.ระบุว่าพร้อมจะส่งมอบงานให้ กกต.ชุดใหม่ ดูดีมีความรับผิดชอบสูง แต่เมื่อวันที่ 29 พ.ค. กกต.เพิ่งออกระเบียบว่าด้วยการจัดแบ่งโครงสร้างงาน และระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ต้องติดตามว่าจะปรับเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม ของพวกพ้อง วางคนไว้ไม่ถูกกับงาน อาจเป็นปัญหาการปฏิบัติงานในอนาคตหรือไม่

“สุรชัย” แย้มมติ สนช.เซ็ตซีโร่ กกต.

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ในวันที่ 9 มิ.ย. สนช.มีวาระการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน วาระแรก และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ในวาระ 2-3 ตามที่ กมธ.ปรับแก้ให้มีการ เซ็ตซีโร่ กกต. ส่วนผลจะเป็นอย่างไรต้องรอมติจากที่ประชุม สนช. แนวโน้มขณะนี้เป็นไปตามแนวทางเซ็ตซีโร่ตามที่ กมธ.ปรับแก้ เมื่อร่าง พ.ร.บ.ผ่านการพิจารณาจาก สนช.จะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ กรธ. และ กกต. พิจารณาว่าจะทำความเห็นแย้งกลับมาหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องตั้ง กมธ.ร่วม 11 คน แบ่งเป็น สนช. 5 คน กรธ. 5 คน และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 คน ใช้เวลารวม 25 วัน เพื่อพิจารณา ก่อนส่งให้ที่ประชุมใหญ่ สนช. ลงมติอีกครั้ง

กสม.ดิ้นแจงหวั่นโดนเซ็ตซีโร่ด้วย

นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ได้รับร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจาก กรธ. ที่ส่งมาให้เสนอความเห็นแล้ว พบว่ามาตรา 60 ของร่างกฎหมายดังกล่าวได้ระบุถึงการเซ็ตซีโร่ กสม.ไว้ การอ้างเหตุผลว่าเซ็ตซีโร่ กสม.เพราะการทำงานของ กสม. มีปัญหานั้น ไม่ถูกต้อง องค์ประกอบ กสม.ชุดปัจจุบันมีความหลากหลาย มีผลงานออกมาทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ หากเซ็ตซีโร่น่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ทำให้ต่างชาติเกิดข้อสงสัย จะกระทบกระเทือนนโยบายทุกอย่างจะหยุดหมด กลายเป็นช่วงสุญญากาศ เป็นผลเสียแก่องค์กรและประเทศชาติ บางครั้งอาจจะไม่เป็นผลดีแก่ฝ่ายที่มีอำนาจด้วย จะถูกมองว่าแกล้งกัน หรือมองว่ามีใครต้องการเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้แทน กสม.ชุดปัจจุบันหรือไม่ การเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ที่อาสาที่ละทิ้งงานเดิมมาทำงานให้องค์กรอิสระ จึงขอให้ใจกว้าง รอบคอบ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้อื่น เพราะหากมีการเซ็ตซีโร่จะยากแก่การเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้ตนจะรู้สึกผิดหวัง แต่เมื่อยังไม่มีข้อยุติก็จะทำงานอย่างเต็มที่

คนไทยเอือมลีลา กรธ.ยื้อ-เตะถ่วง

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า เท่าที่ติดตามความคืบหน้าตั้งแต่เมื่อ กรธ.เข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ ต่อเนื่องการทำประชามติ จนถึงรัฐธรรมนูญปี 60 มีความพยายามทำให้กระบวน การล่าช้า วางกับดักและผูกปมปัญหาไว้ในรัฐธรรมนูญ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าสืบทอดอำนาจ เชื่อว่ากฎหมายลูกทุกฉบับหลังจากนี้จะเกิดความขัดแย้งยื้อเวลาถึงที่สุด ผู้เกี่ยวข้องอย่าเห็นประเทศเป็นของเล่น หรือหนูทดลอง ห่วงว่าหลังการเซ็ตซีโร่ภาคส่วนต่างๆแล้ว กระบวนการสรรหาภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่เอื้อให้ครอบงำองค์กรอิสระได้ หาก คสช.อยากกำหนดเกม ก็ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกแบบหน้าตาของการเมืองไทยอย่างที่ต้องการ หรือหากไม่ต้องการให้บุคคล กลุ่มบุคคลใดลงเลือกตั้ง ก็ประกาศยุบพรรค หรือห้ามให้คนไหนเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไปได้เลย

นายกฯนำทีมแจงงบ 2.9 ล้านล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ในวาระแรก ตามที่ ครม. เสนอมา พร้อมถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุแห่งประเทศไทย ช่อง 11 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นำทีม ครม.ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต่อที่ประชุมว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2561 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น มีงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2561 ในการจ่ายเงินของแผ่นดิน เป็นความพยายามของรัฐบาลในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้สอดคล้องสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน เพื่อใช้งบประมาณแผ่นดินขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นโยบายสำคัญเร่งด่วนรัฐบาลให้เกิดประโยชน์ความคุ้มค่าสูงสุดแก่ประชาชน

โอ่ ศก.ปี 60-61 ขยายตัวต่อเนื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก่อนแถลงสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศว่า เศรษฐกิจไทยปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.3-3.8 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกตามการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และราคาสินค้าในตลาดโลก และการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐที่อยู่ในระดับสูงขึ้น และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.8-1.3 ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.3-4.3 ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2561 เป็นการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล โดยประมาณการว่าจะจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 2.45 ล้านล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 4.5 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง วันที่ 26 พ.ค.2560 อยู่ที่ 182,515 ล้านบาท รัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับเหมาะสม บริหารรายรับรายจ่ายของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 30 เม.ย.2560 มีทั้งสิ้น 184,469 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ระดับมั่นคง

ทุ่ม 2.7 แสนล้านสร้างปรองดอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.15 ล้านล้านบาท รายจ่ายการลงทุน 6.5 แสนล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 86,942 ล้านบาท โดยจำแนกงบรายจ่ายปี 61 ออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 273,954 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.ยุทธศาสตร์สร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศ 476,596 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

หว่าน 3.3 แสนล้านแก้ยากจน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน 575,709 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก 4.ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ 332,584 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมสร้างสวัสดิการสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต 5.ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 125,459 ล้านบาท เพื่อจัดการปัญหาที่ทำกิน บริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ 6.ยุทธศาสตร์การปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 784,210 ล้านบาท เพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริต ปฏิรูปกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรม

จนปัญญาแก้ให้ทำใจน้ำท่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในส่วนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วันนี้พยายามแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทำตามแผนบริหารจัดการน้ำทั้งในต่างจังหวัดและ กทม. ขอให้ทุกคนอย่าตำหนิมากนัก เพราะระบบการระบายน้ำของเราแย่ที่สุดตั้งแต่มีมา ถ้าฝนตกเกินปริมาณที่รับได้ ถึงอย่างไรน้ำก็ต้องท่วม วันนี้ทำได้เพียงให้น้ำท่วมน้อยที่สุด หรือแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด จากที่ใช้เวลาแก้ไขเป็นวัน เปลี่ยนเป็นชั่วโมง ทำได้เท่านี้ ดังนั้น ต้องไปแก้ไขที่ผังเมือง ได้สั่งให้ กทม.ทำโรงสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตามแนวคลองเปรมประชากร ผังเมืองเราแน่นเกินไปต้องขยายเมืองรอบนอกออกไป ส่วนการปฏิรูปตำรวจนั้น ถามว่าวันนี้มีแนวคิดปฏิรูปตำรวจกี่แนวคิด ถ้าเสนอให้กระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น ขอถามว่าวันนี้ท้องถิ่นเข้มแข็งแล้วหรือยัง หากอนาคตมีตำรวจท้องถิ่นแล้วเกิดรบกันเองจะทำอย่างไร เรื่องนี้ต้องเดินไปทีละขั้น ส่วนปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย ใครเสียเงินเสียทองให้บอกมา จะสอบสวนให้ทั้งหมด ส่วนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตินั้น อยากให้สนใจสถานการณ์โลก เรื่องภาวการณ์ละลายของธารน้ำแข็งด้วย

ยันไม่ได้ตั้งงบเพื่อสืบทอดอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 เป็นความตั้งใจและความพยายามของรัฐบาลในการวางแผนและจัดทำงบประมาณอย่างรอบคอบโปร่งใส ไม่ใช่ไปบังคับให้ทำเพื่อสืบอำนาจ คสช. เราต้องชี้แจงให้ประชนเข้าใจว่าต้องกระจายความเจริญให้เท่าเทียมกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิก สนช.จะรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาลยึดเป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ทั้งนี้ นายกฯใช้เวลาชี้แจงหลักการและเหตุผลร่าง พ.ร.บ.งบประมาณราว 2 ชั่วโมง 15 นาที

สนช.ชักแถวเชียร์อภิปรายราบรื่น

จากนั้นที่ประชุม สนช.เปิดโอกาสให้สมาชิกสนช.อภิปรายแสดงความเห็น โดยมีสมาชิก สนช. ทั้งหมด 20 คน ลุกขึ้นอภิปราย บรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ไม่มีการติติงในทางที่รุนแรง

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ชี้แจงถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหมว่า กระทรวงกลาโหมได้งบประมาณปี 61 จำนวน 222,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.16% ยืนยันว่าจะใช้งบที่ได้รับให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ และขอทำความเข้าใจเรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพว่า เป็นการจัดหาตามความจำเป็นตามแผนพัฒนาที่กองทัพกำหนดไว้ หลายปีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณค่อนข้างน้อย แต่ครั้งนี้ต้องจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ทดแทนที่หมดอายุ เพื่อให้กองทัพไทยมีศักยภาพทัดเทียมนานาประเทศ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านความมั่นคงที่มีความสำคัญ

ถก 8 ชม.รับหลักการฉลุย 216 เสียง

ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวปิดท้ายการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ว่า ปัญหาด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การศึกษา ที่หลายคนบอกว่าแย่ ก็แย่จริง แต่ไม่ถึงกับเลวร้าย ตนรู้ทุกปัญหา วันนี้อยากให้ทุกคนดูในสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดีแก้ไขได้ ส่วนกระทรวงกลาโหมน่าจะพัฒนาสร้างเรือดำน้ำเอง จะได้ไม่ต้องไปซื้อ แต่ใครจะกล้าดำลงไปยังไม่รู้เลย วันนี้รัฐบาลทำหลายอย่าง มีคณะกรรมการขับเคลื่อน 6 คณะ ทุกคณะทำงานหมด ทั้งนี้ ก่อนจะทำให้โลกสวยต้องทำให้อากาศปลอดโปร่ง ท้องฟ้าแจ่มใสก่อน ดังนั้น ต้องรู้จักให้จึงจะเป็นผู้รับได้มากขึ้น ไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ ถ้าไม่ลงทุน ไม่คิดเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปสิ่งใหม่ๆจะไม่เกิดขึ้น หวังว่าสมาชิกจะให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้รัฐบาลดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายหลังนายกฯกล่าวจบ ที่ประชุม สนช.มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ด้วยคะแนน 216 เสียง งดออกเสียง 3 พร้อมตั้ง กมธ.วิสามัญ 50 คน เพื่อพิจารณาต่อไป โดยใช้เวลาการอภิปรายทั้งหมด 8 ชม.

มทภ.3 ปัดมุ่งกวาดล้างนักการเมือง

วัันเดียวกัน พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 เดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและตรวจค้นกวาดล้างอาวุธสงครามในพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าตรวจค้นบ้านอดีตนักการเมืองว่า การตรวจค้นบ้านอดีตนักการเมืองเป็นนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามที่ได้รับการร้องเรียนมาจากประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวเรื่องการลักลอบขนอาวุธสงครามทั้งจากบุคคลภายนอกและในส่วนของหน่วยทหารเอง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มุ่งเน้นเจาะจงหรือเพ่งเล็งเฉพาะอดีตนักการเมืองเท่านั้น แต่ขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีรายชื่อบัญชีของผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันในหน่วยทหารก็ต้องปัดกวาดบ้านของตัวเองเช่นกัน เพราะเข้าใจว่าแต่ละหน่วยทหารเองก็ย่อมมีลูกน้องที่เกเรเช่นกัน หากทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อถามว่า การเข้าไปของเจ้าหน้าที่บางพื้นที่อาจจะทำให้ประชาชนแตกตื่นและวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน พล.ท.วิจักขฐ์ตอบว่า บางพื้นที่อาจนำกำลังพลไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้มีอะไร

“ถาวร” เตือน คสช.อย่าหลงอำนาจ

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรค ประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. กล่าวว่า ขอเตือนสติผู้มีอำนาจในการค้นบ้านบุคคลโดยไม่ได้ใช้หมายศาล ตามปกติกว่าจะออกหมายได้ต้องไต่สวนและมีเหตุผลที่เหมาะสมจึงจะสามารถค้นบ้านได้ เพราะการทำเช่นนี้กระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของผู้ถูกค้นบ้าน การใช้ประกาศ คสช. หรือมาตรา 44 ก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจในการข่าวจะทำให้หน้าแตก เสียหน้า และถูกมองว่ากลั่นแกล้งโดยไม่แยกแยะ สุดท้ายก็กระทบต่อผู้บังคับบัญชาและ คสช.เอง จึงขอเตือนสติว่าอำนาจนั้นทำลายคนเสมอ หากจะอ้างว่าการเข้าค้นบ้านกลุ่มเสื้อแดงแล้วต้องค้นบ้านของกลุ่มประชาธิปัตย์ด้วย เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น ถือว่าคิดผิด ถ้าหน้าแตกแบบนี้เรื่อยๆ จะถูกลดความน่าเชื่อถือ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการทุจริตเชิงบริหาร คือใช้อำนาจ ไปในทางที่ผิด และขอให้กำลังใจนายชัยวุฒิและนักการเมืองน้ำดีที่ถูกเข้าค้นบ้านด้วย

สปท.ชง ก.ม.วัฒนธรรมการเมือง

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงว่า วันที่ 12 มิ.ย. สปท.มีวาระการประชุมพิจารณารายงานการปฏิรูปของ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีสาระสำคัญน่าสนใจ อาทิ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เป็นวาระแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ ให้มีคณะกรรมการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองมากำหนดนโยบาย ให้มีสำนักงาน เป็นส่วนราชการในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสนับสนุนรองรับภารกิจคณะกรรมการแผนแม่บท ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองและการขับเคลื่อนแผนแม่บท

โปรดเกล้าฯ “พงษ์เทพ” เป็นองคมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งองคมนตรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งองคมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 23 ธ.ค. พ.ศ.2559 แล้วนั้น บัดนี้ ทรงพระราชดำริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ เป็นองคมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 มิ.ย. พ.ศ.2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ร.อ.พงษ์เทพ เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้

“สุรเกียรติ์” ลั่นไม่สนใจการเมือง

นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่าอาจเป็นตัวเลือกของพรรคเพื่อไทยทางการเมืองว่า ขอเรียนว่าไม่เคยคุยกับใคร และไม่เคยมีผู้ใดจากพรรคเพื่อไทยมาพูดกับตน และไม่ได้มีความสนใจการเมืองใดๆ ไม่มีความสนใจรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และไม่เกี่ยวข้องใดๆกับการเมืองมานานมากแล้ว ขณะนี้มีหน้าที่เป็นประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองของเอเชีย (APRC) เป็นองค์กรเอกชน ระหว่างประเทศที่มีสมาชิกเป็นอดีตผู้นำในเอเชียและยุโรป 25 ท่าน มีงานปาฐกถาและบรรยายทั้งในและต่างประเทศทุกเดือน และทำงานการกุศลช่วย สังคมเท่าที่มีกำลังสติปัญญาและทำมาอย่างต่อเนื่อง

บี้เอาผิดเพิ่มฟอกเงินกรุงไทย

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวันชัย บุนนาค ทนายความ เข้ายื่นเอกสารให้ดำเนินคดีกับนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และผู้เกี่ยวข้องทุกรายในคดีฟอกเงิน โดยนายวันชัยยืนยันว่า อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยมีทั้งหมด 5 คน หากลงชื่อไม่ครบไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อ 8,000 ล้านบาท โดยมี 3 คน ถูกพิพากษาสั่งจำคุกแล้ว แต่อีก 2 คนไม่ถูกฟ้อง ดีเอสไอควรขยายผลหาผู้กระทำผิดอย่างเสมอภาคเท่าเทียม การมาร้องครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการที่ดีเอสไอใกล้สรุปสำนวน นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย แต่เป็นเพราะไม่ต้องการให้เกิดความแคลงใจเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินคดีแบบสองมาตรฐาน

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยทำหนังสือแจ้งแล้วว่า บุคคลที่นายวันชัยร้องทุกข์ให้ตรวจสอบ ไม่มีมูลความผิดในคดีฟอกเงิน ส่วนผู้บริหารธนาคารกรุงไทยอีก 2 คน ดีเอสไอ ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ตามอำนาจหน้าที่แล้ว แต่เมื่อนายวันชัยยังต้องการให้ตรวจสอบ ดีเอสไอจะรับไว้ ยืนยันว่าคดีนี้ จะดำเนินการไปตามพยาน หลักฐาน

คปพ. แห้วศาล รธน.เมินคำร้อง

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องที่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ใช้สิทธิในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ยื่นขอให้วินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ สนช.ลงมติผ่านวาระ 3 เมื่อวันที่ 30 เม.ย ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง หรือไม่ ไว้วินิจฉัย โดยศาลเห็นว่าคำร้องดังกล่าวยังไม่เข้าเงื่อนไข