วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบรกย้ายพตท. นักสืบคดีฆ่าหั่น

คดีฆ่าหั่นศพบานปลาย แม่น้องแอ๋มส่งทนายแจ้งความพี่สาวเปรี้ยวหมิ่นประมาท หลังให้สัมภาษณ์รายการข่าวทีวีใส่ความผู้ตายชอบไปกับเสี่ยจะได้มีค่าตัวสูงขึ้น เลยให้เอิร์นเป็นนางนกต่อลวงฆ่าโหด พร้อมเตรียมยื่นฟ้องศาลคดีละเมิดเรียกสินไหมจากผู้ต้องหาทั้ง 5 คน และยื่นขอไต่สวนฉุกเฉินเป็นคดีอนาถา ตำรวจสอบปากคำพยานกับผู้ต้องหารวมแล้ว 20 ปาก จ่อเรียกสอบพยานแวดล้อมเพิ่มอีกหลายสิบปาก พร้อมเร่งรัดผลตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตร.เบรกคำสั่งย้าย พ.ต.ท.สารวัตรสืบสวนภาค 4 ชุดจับกุมแก๊งหั่นศพ “บิ๊กตู่” ซัดสื่อประโคมข่าวเปรี้ยว ฮึ่มถ้าคุมกันไม่ได้ระวังโดนด้วย

คดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะเมืองขอนแก่น ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ครบ 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต นายวศิน นามพรหม และ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ หรืออ้อม พรหมคุณ ทั้งหมดถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำกลางขอนแก่น ตำรวจอยู่ระหว่างทำสำนวนส่งฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝังซ่อนเร้นหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย และปล้นทรัพย์หรือรับของโจร ภายหลังถูกแจ้งเพิ่มอีกข้อหาคือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังสอบพบมีการวางแผนโทรศัพท์ไปนัดเหยื่อก่อนขับรถไปรับที่จุดนัดพบ

ความคืบหน้าจากคดีฆาตกรรมโหดบานปลายกลายเป็นคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทกันระหว่างแม่น้องแอ๋มกับพี่สาวของเปรี้ยว เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 มิ.ย. ที่ สภ.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น นายนพดล สีนาทัน อายุ 51 ปี ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย อายุ 42 ปี มารดาของน้องแอ๋ม พร้อมด้วยนางสำราญ เพลียแก่น อายุ 67 ปี ยายของน้องแอ๋ม เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.ประภาศิริ สมศรี พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

นายนพดลกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ประภาศิริ พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว ให้สัมภาษณ์สดผ่านรายการข่าวทางโทรทัศน์ มีข้อความบางช่วงในคำสัมภาษณ์กล่าวว่า “มีคนชื่อเอิร์นเรียกผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถ มีเสี่ยรออยู่ในรถ ผู้หญิงคนที่ตายชอบไปกับเสี่ยมีรถแพงๆ หรูๆ เวลาเรียกค่าตัวจะได้มีค่าตัวสูงขึ้น รู้ว่าน้องเป็นยังไง ชอบแบบไหนก็เลยให้เอิร์นที่รู้จักกับผู้ตายมาก่อนเป็นนกต่อ” ข้อความดังกล่าวเป็นการดูหมิ่นผู้ตาย สร้างความเสื่อมเสียให้กับมารดาและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก อีกทั้งผู้ตายแต่งงานมีสามีแล้ว ไม่ควรจะมาพูดให้เสื่อมเสียเพราะน้องไม่มีโอกาสมาพูดแก้ตัวเหมือนคนที่ยังมีชีวิตอยู่

ทนายความแม่น้องแอ๋มกล่าวต่อไปว่า มารดาของน้องแอ๋มและยายมาปรึกษาพร้อมมอบอำนาจให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา นอกจากนี้ยังให้ติดตามคดีหั่นศพน้องแอ๋มให้ด้วย ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจะยื่นฟ้องต่อศาล คดีละเมิดเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมจากผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพทั้ง 5 คน และจะยื่นขอไต่สวนฉุกเฉินเป็นคดีอนาถาด้วย เพราะน้องแอ๋มเป็นเด็กกำพร้า พ่อตายตั้งแต่ 3 ขวบ แม่และญาติเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบ ปวส. จากนั้นออกมาทำงานหาเงินช่วยครอบครัว

พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า ทนายความของแม่ผู้ตายได้นำหลักฐานเป็นแผ่นซีดีรายการข่าวที่พี่สาว น.ส.เปรี้ยว สัมภาษณ์เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ค. จำนวน 1 แผ่น สำเนาประจำวันคดีฆ่าหั่นศพ 9 แผ่น และใบมอบอำนาจจากมารดาผู้ตาย หลังรับแจ้งความแล้วจะนัดหมายฝ่ายผู้แจ้งมาสอบสวนเพิ่มเติม จากนั้นจะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน คดีนี้ไม่มีปัญหาน่าหนักใจเพราะคนละเรื่องกับคดีฆ่าหั่นศพ ในฐานะพนักงานสอบสวนก็ทำการสอบสวนไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ รวมทั้งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม เรียกประชุมพนักงานสอบสวนหลังจากสอบปากคำพยานแวดล้อมในคดีไปแล้ว 15 ปาก และผู้ต้องหา 5 ปาก รวมทั้งหมด 20 ปาก แต่ยังต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติมอีกหลายสิบปาก เพื่อความรัดกุมของคดี ทั้งนี้ หากจะสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปสอบสวนผู้ต้องหาที่ยังคงถูกคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่นและทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นได้ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหานั้น มีการเพิ่มข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพียง 4 คน คือ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น น.ส.แจ้ และนายวศิน ส่วน น.ส.เบนซ์ ยังคงไว้ที่ข้อหาเดิมคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฝังซ่อนเร้นหรือทำลายศพ และปล้นทรัพย์หรือรับของโจรเท่านั้น

มีรายงานว่า ในที่ประชุม รอง ผบช.ภ.4 ยังเร่งรัดเรื่องการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งจากที่เกิดเหตุ จากรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ ผลตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดมาได้กว่า 30 รายการ อาทิ ถุงมือยาง เทปกาว ถุงพลาสติก ลิปสติก ยาดม ผ้าเช็ดตัวเปื้อนเลือด และเสื้อผ้า เพราะผลตรวจหลักต่างๆ ต้องสรุปให้ทีมสอบสวนให้แล้วเสร็จตามเวลาที่มีอยู่คือ 84 วัน

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพี่สาวของ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าหั่นศพเข้าร้องขอความเป็นธรรม ระบุว่า น.ส.จิดารัตน์ถูกตำรวจตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าเหตุ พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเพื่อแสดงถิ่นที่อยู่ในขณะเกิดเหตุว่าไม่ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ว่า ตามปกติตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสั่งฟ้องคดี ให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสินการกระทำในข้อหาตามฟ้องต่างๆ ตอนนี้ยังถือว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่ตำรวจมี ดังนั้น ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือจะต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ชัดเจนว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำความผิดจริง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งโยกย้าย พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.4 ชุดจับกุม น.ส.เปรี้ยว กับพวกในคดีฆ่าหั่นศพ ให้ไปเป็น สวป.สภ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ตามคำสั่ง ตร.ที่ 257/2560 ลงวันที่ 4 มิ.ย. ขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ ตร.ได้หารือกับ ผบช.ภ.4 ถึงเหตุผลความจำเป็นต่างๆ และได้ออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ได้มาจากกระบวนการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายในช่วง 34 เดือนที่ผ่านมา ส่วน รอง สว.ที่ได้รับแต่งตั้งให้ไปขึ้นเป็น สว.บก.สส.ภ.4 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง สว.ตำแหน่งอื่นๆในสังกัดภาค 4 แทนเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า “ข่าวเปรี้ยว ลงมา 3 อาทิตย์แล้วเต็มไปหมด ทำให้กระเป๋าลายขายดีอีก เด็กๆซึมซับไม่รู้อะไรผิดถูก เคยคุยกับสื่อแล้ว เขาบอกว่าไม่เสนอก็ตกข่าวเพราะฉบับอื่นเสนอหมด อย่างนี้สมาคมสื่อดูแลกันได้หรือไม่ ไปหารือกันให้ได้เพราะสมาคมบอกว่าดูแลกันเองได้ พ.ร.บ.สื่อไม่ได้จำกัดสิทธิให้สื่อคุมกันเอง ถ้าคุมกันไม่ได้ สมาคมสื่อโดนด้วยนะ”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพลักษณ์ตำรวจ สื่อมวลชน จากคดีฆ่าหั่นศพว่า สื่อเป็นธุรกิจ ดังนั้นสิ่งที่นำเสนอในแง่มุมต่างๆเป็นเพราะสื่อมองว่าคนชอบและขายได้ เห็นใจว่าสื่อต้องแข่งขันกัน แต่อยากให้ช่วยคิดว่าหลายเรื่องที่เป็นการตามใจคนอ่าน คนดู หรือตามใจสังคมในวงกว้าง ถ้าเห็นว่ามีแง่มุมที่จะทำให้เกิดค่านิยมหรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สื่อต้องทำตัวเป็นผู้นำสังคมในระดับหนึ่งและความรับผิดชอบต้องสูงขึ้นด้วย