บริการข่าวไทยรัฐ

ชื่อชั้นเด่นเลย ‘ขายดี’

2 ชั่วโมง 15 นาที เป็นระยะเวลาที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. นำทีม ครม.ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ต่อที่ประชุม สนช.

ไม่ใช่ว่ากลัวน้ำลายจะบูด เพราะงดพูดออกไมค์กับสื่อมาหลายวัน

แต่เพราะคือหน้าที่ผู้นำรัฐบาล ผู้นำประเทศ ต้องแจงรายละเอียดความจำเป็นในการใช้งบฯของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ

เป็นอีกเวทีที่ผู้นำย้ำความเชื่อมั่นในสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศ โดย “บิ๊กตู่” ยืนยันเศรษฐกิจไทยปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.3—3.8 เพิ่มจากปี 2559 ที่ขยายตัวร้อยละ 3.2

จากการฟื้นตัวของการส่งออก เศรษฐกิจคู่ค้า ราคาสินค้าในตลาดโลก และการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐ

ถึงแม้ว่าจะเป็นการจัดงบฯแบบขาดดุล แต่ผู้นำยืนยัน ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง 182,515 ล้านบาท มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ 184,469 ล้านบาท

คลังประเทศยังมั่นคง

แล้วก็อย่างที่เห็น ถึงแม้จะงดให้สัมภาษณ์สื่อยาวๆไป แต่ใจความหลักทิศทางประเทศก็ต้องจับสัญญาณที่ผู้นำจะเอื้อนเอ่ยในหลายเวทีหลายโอกาส กระทั่งลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน เกษตรกร

และแน่นอน ในบรรยากาศที่เหมือนได้ยินเสียงปี่กลองเลือกตั้ง “บิ๊กตู่” ย้ำโรดแม็ปคืนอำนาจอีกครั้ง ขั้วฝ่ายการเมืองต่างๆก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นพรวน

ล่าสุด แว่วข่าวจากค่ายเพื่อไทย “ตัวหลอกหลบไป-ตัวจริงมาแล้ว”

ต่อเนื่องจากการถูกเอ่ยชื่อในหลายวงวิเคราะห์ ที่ถูกพาดพิงนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ต้องออกมาปฏิเสธกระแสข่าว

บอกปัดอยู่ใน “บัญชีตัวเลือก” ของ “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร”

ในเหตุผล ไม่เคยกับใครในพรรคเพื่อไทย ไม่สนใจและไม่เกี่ยวข้องใดๆทางการเมืองมานานแล้ว

นายสุรเกียรติ์ระบุ ปัจจุบันทำหน้าที่ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองของเอเชีย (APRC) องค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่มีสมาชิกเป็นอดีตผู้นำในเอเชียและยุโรป 25 คน

มีงานปาฐกถาและบรรยายทุกเดือน รวมทั้งทำงานการกุศลช่วยสังคม

พูดทำนองไม่ว่าง ยังไม่พร้อมไปเป็น “นอมินี” ให้ใคร

ปัดฟื้นสัมพันธ์กับ “นายใหญ่” หลังจากหลังรัฐประหารปี 2549 นายสุรเกียรติ์ แยกตัวไปเป็นประธานที่ปรึกษานโยบายพรรคเพื่อแผ่นดินช่วงสั้นๆ และเว้นวรรคการเมืองในบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทย

พร้อมกระแสปมร้อน สถานะ “พยานปากเอก” ทำ “สัมพันธ์สะบั้น” จนใครๆมองว่ายากจะกลับมาต่อติด

แต่ก็นั่นแหละ วงข่าววงวิเคราะห์ก็มองกันในมุมที่ว่า

นักธุรกิจโคตรฉลาดอย่าง “ทักษิณ” โชว์ให้เห็นมาหลายรอบ แล้ว ถึงสไตล์ วิน—วิน หนักหนาสาหัส ชนิดจ้องพิฆาตกัน สุดท้ายยังกลับมาดีลร่วมงานกันได้

เพียงแต่คิวนี้ไม่รู้ว่า ไม่มีมูล หรือ “ความแตก” แหยงโดนจับจ้องจากศูนย์อำนาจที่สัญญาณไม่ชัด

ชื่อ “สุรเกียรติ์” อาจต้องจบข่าว พับเก็บไว้ก่อน

เพราะอีกทางก็มีอีกหลายบิ๊กเนม ที่เหมาะกับโหมดต่างๆ ปัจจัยที่ “นายใหญ่” จะเลือก

กระทั่งอีกสูตรพิเศษมาแรง ใช้บริการรุ่นพี่รุ่นน้องรั้วสามพราน “อดีตบิ๊กสีกากี” ที่มีทั้งยังอยู่ล่มหัวจมท้ายในพรรค

รวมทั้งรายที่เจอไฟต์บังคับ จำต้องแยกไปสร้างโปรไฟล์ พิงขั้วอำนาจปัจจุบัน

สำหรับ “สุรเกียรติ์” แม้ยืนยันไม่ได้ไปเอี่ยวกับค่ายเพื่อไทย

แต่ในห้วงที่รัฐธรรมนูญเปิดช่อง “คนนอก” เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ชื่อชั้นย่อมติดเรตติ้งขายดีไม่แพ้บิ๊กเนมรายอื่นๆ.

ทีมข่าวการเมือง