วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังปิ๊ง! ช่วยรายย่อยอุ้มค่าบาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท ที่มีความผันผวนขณะนี้ มีสาเหตุมาจากตลาดเงินหลักยังมีความไม่มั่นคง นักลงทุนจึงย้ายเงินทุนมาในไทย ซึ่งเป็นตลาด เงินทุนใหม่ที่มีความมั่นคงสูง จึงส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็กำลังดูแลอยู่ โดยลดปริมาณการออกพันธบัตรระยะสั้น เพื่อไม่ให้มีการเก็งกำไรหรือเกิดการผันผวนมากเกินไป แต่คลังจะไม่เข้าไปแทรกแซง แต่ก็อยากฝากให้ผู้ประกอบการที่ทำการค้าขายกับต่างชาติ เข้ามาทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดทุนจากค่าเงิน ขณะเดียวกันก็มีนโยบายให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ให้ช่วยเหลืออัตราแลกเปลี่ยนแก่ลูกค้ารายย่อย เช่น มีการไปซื้อค่าเงินในอัตราที่เหมาะสมจาก นั้นนำไปขายต่อให้กับธุรกิจรายย่อย

ด้านนายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธสน. กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารให้ความช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารอยู่แล้ว โดยไม่เรียกหลักประกันเพิ่มเติม และลดค่าธรรมเนียม ในการซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ส่วนจะออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารพาณิชย์รายอื่นๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่อนุญาต และต้องหารือกับกระทรวงการคลังและ ธปท.ต่อไป

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่ตลาดมีความเป็นห่วงกรณีที่ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายของไทยและสหรัฐฯที่จะแคบลง จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้นั้นว่า ไม่ได้มีผลตายตัวตามทฤษฎีเสมอไปว่าจะทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจะไหลออกจากไทยกลับไปสหรัฐฯ ส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น เพราะปัจจุบันผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงกว่าไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่นักลงทุนพิจารณาในการลงทุน

“ส่วนต่างดอกเบี้ยในปัจจุบันยังคาดการณ์ยาก เพราะการจะตัดสินใจโยกเงินลงทุนหรือไม่นั้น มันมีปัจจัยความเสี่ยงอื่นเข้ามาประกอบด้วย นักลงทุนไม่ได้ตัดสินใจโยกเงินลงทุนจากผลตอบแทนดอกเบี้ยเท่านั้น ฉะนั้น จะมาบอกว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯขึ้นจะทำให้เงินไหลไปสหรัฐฯจนทำให้ค่าเงินดอลลาร์ สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นตามทฤษฎีคงไม่ใช่แล้ว เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนจะโยกหรือเคลื่อนย้ายเงินทุน.